โป๊ะเชะ! “จับ 1 ได้ 2” ตามรวบหนุ่มหนีคดียิงคู่อริไปอยู่กับพวก สุดท้ายพบมีหมายจับติดตัวทั้งคู่

พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการปราบปราม สั่งการให้ พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผู้กำกับการ1กองบังคับการปราบปราม พ.ต.ต.มณเฑียร ธงเทียน สารวัตรกำกับการ1กองบังคับการปราบปราม นำกำลังเข้าจับกุม นายธนกฤต (สงวนตามสกุล) อายุ 25 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 704/2566 ลงวันที่ 10 ต.ค. 2566 ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ,พรบ.อาวุธปืนฯ และหลบหนีไม่มาศาลตามกำหนด” และนายพิพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ตามหมายจับของศาลแขวงนครราชสีมา ที่ 95/2567 ลงวันที่ 2 พ.ค. 2567 ข้อหา “ฉ้อโกง โดยทุจริต หรือนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ฯ “ ได้บริเวณริมถนนสถลเชียงคาน ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุม จนทราบว่านายธนกฤตมีหมายจับของศาลจังหวัดกาญจนบุรี โดยเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2565 ขณะนั้นน้องชายของผู้ต้องหาได้ไปเชียร์การแข่งฟุตซอล ณ สวนสุขภาพแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ก่อนไปเจอกลุ่มคู่อริเก่า เกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น ทางน้องชายจึงโทรตามผู้ต้องหาให้มาช่วยเพราะกำลังเสียท่า ผู้ต้องหาจึงชักปืนที่พกมาด้วยยิงขึ้นฟ้า 1 นัด กระสุนไปถูกอัฒจรรย์ซึ่งเป็นเหล็ก ทำให้สะเก็ดกระเด็นไปโดนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ภายหลังนายธนกฤตถูกตามจับกุม และขอประกันตัวออกมา จากนั้นก็หลบหนีไม่ยอมไปศาลตามนัด จนถูกออกหมายจับ

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หนีมาอยู่กับพวกที่ ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จึงลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและทำการจับกุม ขณะนั้นยังพบตัวนายพิพัฒน์ที่มาด้วยกัน ตรวจสอบพบมีหมายจับของศาลแขวงนครราชสีมา คดีฉ้อโกงฯ ติดตัวอยู่ด้วย ทราบว่าผู้ต้องหานั้นมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนเงินคดีหลอกขายกล้องถ่ายรูป มูลค่าร่วม 2 หมื่นบาท จีงทำการจับกุมและนำตัวส่งสภ.จักราช จ.นครราชสีมา ส่วนนายพิพัฒน์นำตัวส่งศาลจ.กาญจนบุรี ดำเนินคดีต่อไป

RELATED ARTICLES