รวบสาวเปิดบัญชีม้า ให้แก๊งมิจฉาชีพหลอกโอนเงินทำภารกิจ ซ้ำถูกหลอกถ่ายคลิปเปลือยแลกถอนเงิน 2.8 ล้านบาทที่โอนไป 

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี, พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รองผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สารวัตรกองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 จับกุมนางสาวอาริสา ชื่นหิรัญ อายุ 29 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.457/2567 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2567 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ได้ที่บริเวณห้องเช่าแห่งหนึ่ง ริมถนนพิทักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

สืบเนื่องจากต้นเดือนมีนาคม 2567 มีหญิงผู้เสียหายถูกแก๊งมิจฉาชีพแอปอ้างแพลตฟอร์มดังหลอกให้โอนเงินทำภารกิจได้กำไรสูง แต่เมื่อโอนเงินไปกลับถอนไม่ได้ หนำซ้ำแก๊งมิจฉาชีพยังออกอุบายให้ถ่ายคลิปเปลือยกาย แลกกับการถอนเงินที่ถูกหลอกให้โอนไปกว่า 2,800,000 ล้านบาท เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายและอับอาย จึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ1กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อมา พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดนนทบุรีอนุมัติออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด จำนวน 5 ราย โดยนางสาวอาริสา ผู้ต้องหารายนี้เป็น 1 ใน 5 เจ้าของบัญชีที่ใช้รับโอนเงินจากผู้เสียหาย กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่านางสาวอาริสา ได้พักอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ จึงนำกำลังติดตามจับกุมได้ดังกล่าว สอบสวน นางสาวอาริสา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่า เมื่อช่วงประมาณต้นเดือนมีนาคม 2567 ได้มีรุ่นพี่ที่รู้จักกันชื่อ นายสอง ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง เดินทางมาหาตนที่ห้องพักเพื่อมาเยี่ยมตนซึ่งเพิ่งคลอดบุตร และนายสองได้มีการสอบถามตนว่ามีบัญชีธนาคารที่ไม่ได้ใช้ หรือไม่ พอดีช่วงนั้นตนมีบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี จำไม่ได้ ชื่อบัญชี นางสาวอาริสา ชื่นหิรัญ ที่ตนเปิดไว้เพื่อจะออมเงินเก็บไว้ให้บุตรแต่ไม่คอยมีเงินออม จึงได้ให้สมุดบัญชีดังกล่าวแก่นายสองไปใช้พร้อมกับบัตรเอทีเอม ตลอดจนนายสองได้ทำการดาวโหลอดสมัครใช้งานแอป SCB EASY และให้ตนสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนเพื่อผูกใช้งาน เมื่อดำเนินการต่างๆ เสร็จเรียบร้อย นายสอง ได้เลี้ยงอาหารตนเพื่อเป็นการตอบแทนในวันนั้น พร้อมเงินจำนวน 500 บาท หลังจากนั้นนายสองก็ไม่ได้ติดต่อกับตนอีกเลย จนมาถูกจับกุมในครั้งนี้ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ1กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดของนางสาวอาริสา ในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่ามีประวัติการถูกดำเนินคดี จำนวน 2 คดี ประกอบด้วย 1) ปี 2562 ถูกจับกุมในความผิดฐาน “ มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าน , ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ” 2) ปี 2567 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.457/2567 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ”

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย อีกทั้งแจ้งเตือนให้ระมัดระวังการถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้า อย่าให้บัญชีธนาคารหรือเปิดบัญชีให้บุคคลอื่นนำไปใช้เด็ดขาดเนื่องจากอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายนำบัญชีไปใช้ในการก่ออาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมอย่างมหาศาล ตลอดจนโทษกรณีการเปิดบัญชีม้า ณ ปัจจุบัน มีอัตราโทษหนัก คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (บัญชีม้า) นอกจากนี้ ผู้เป็นธุระจัดหา จ้างผู้อื่นมาเปิดบัญชีม้าก็มีโทษหนักเช่นเดียวกัน คือ จำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (คนจัดหาบัญชีม้า) หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

RELATED ARTICLES