ายาทคนโตลูกสาวคนเก่ง พล.ต.ต.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช อดีตผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7

“หนิง”วัชรภรณ์ ฤทธิ์เรืองเดช นักการตลาดบริษัท เซ็นทรัล เทรดดิ้ง จำกัด ในเครือ เซ็นทรัล มาเกตติ้ง กรุ๊ป จำกัด พกดีกรีปริญญาโทการตลาดจากมหานครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ไปร่วมปลุกแบรนด์ Jurlique ผลิตภัณฑ์เสริมความงามชั้นนำของแดนจิงโจ้

วัยเยาว์เข้าเรียนอนุบาลสวนเด็ก ไปต่อไผทอุดมศึกษา ก่อนย้ายเข้าเรียนราชินีบน และหวังอยากเป็นแอร์โฮสเตสตามเพื่อนในกลุ่ม พอสมัครสอบที่สายการบินเจแปน แอร์ไลน์แล้วพลาดไม่ได้เลยล้มเลิกความตั้งใจ หันไปทุ่มเทการเรียนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คณะ Arts Business English เข้าฝึกงานประชาสัมพันธ์และการตลาดให้บริษัทรถออดี้ จนรู้สึกสนุกจึงเปลี่ยนแนวมาเดินสายนักการตลาดเต็มตัว

ก่อนบินตรงสู่ออสเตรเลียเก็บเกี่ยววิชาเพิ่มเติมนาน 2 ปี

หนิงเล่าว่า ใช้เวลา 2 ปีเรียนจบ แต่ขออยู่ทำงานเก็บเงินที่นั่นอีกปี ทำทุกอย่าง แม้กระทั่งเป็นเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหาร พอกลับเมืองไทยได้ทำงานที่บริษัท สามารถมัลติมีเดีย จำกัด แค่ 7 เดือนรู้สึกว่า มันไม่ใช่ตัวเราเลยย้ายไปบริษัท ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ดูแลผลิตภัณฑ์พวกสกีนแคร์เกือบปีถึงเปลี่ยนมาอยู่เครือเซ็นทรัล

สำหรับชีวิตส่วนตัว แม้เธอกับน้องชายอีกคนต้องย้ายไปอยู่กับแม่ที่แยกทางกับพ่อระหว่างเรียนอยู่ชั้นมัธยม แต่ก็ไม่ทำให้เธอขาดความอบอุ่น “ปกติสนิทกับคุณพ่ออยู่แล้ว ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันก็จะเจอทุกอาทิตย์ จำได้ว่า เด็ก ๆ พ่อจะพาเที่ยวสวนสัตว์ พาเดินสวนหลวงเล่นว่าว มีแค่ช่วงหลังเท่านั้นที่คุณพ่องานจะยุ่ง เพราะตำแหน่งสูงขึ้น หนูก็มีงานเยอะขึ้น”

เธอภูมิใจในอาชีพผู้พิทักษ์ของพ่อมาก เมื่อได้เสียงชื่นชมจากคนรอบข้างทั้งชาวบ้านธรรมดา และลูกน้องในสังกัดจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พ่อของเธอจะเห็นอกเห็นใจลูกน้อง ดีกับคนรอบข้างไม่ใช่แค่ครอบครัว และชอบช่วยเหลือทุกคน ส่งผลให้ลูกน้องรักและเคารพ ถึงกระนั้นก็ตาม หนิงบอกว่า แต่สิ่งที่พ่อเธอภูมิใจที่สุด คือได้มีโอกาสถวายงานอารักขารักษาความปลอดภัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

“คุณพ่อจะปลูกฝังให้พวกเรารักในหลวง ซื้อสติกเกอร์เรารักในหลวงแปะรถให้ลูกทุกคน คุณพ่อทำงานรับใช้เบื้องยุคลบาทบ่อยครั้งมาก เป็นสิ่งที่คุณพ่อและครอบครัวภูมิใจมากที่สุด” ทายาทรองผู้การหนุ่มใหญ่ระบายความรู้สึก

“คุณพ่อจะสอนให้ลูกเป็นคนดี บอกว่า การเจริญเติบโตย่อมเจ็บปวด ทำให้เรารู้ว่า จริง ยิ่งโตขึ้นความสุขยิ่งน้อยลง เพราะมีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น ต้องเจออุปสรรคมากขึ้น แต่คุณพ่อจะสอนให้เรามีความสุขกับมัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นถ้าเรามองในแง่บวก เราไม่ยึดติด หรือเครียดกับมันมาก เราก็จะสบายใจมีความสุขเอง คุณพ่อถึงพยายามสอนให้เราคิดบวก สอนให้เราอยู่ในโลกของความเป็นจริง แต่ไม่ใช่คิดบวกจนกลายเป็นโลกของความฝัน ต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น แต่ต้องมองมันเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนย่อมมีเรื่องดี และเรื่องไม่ดีเข้ามาในชีวิต ถ้าเรามองในแง่บวกเราก็จะสบายใจ”

นักการตลาดสาวยอมรับว่า การที่พ่อเป็นตำรวจ ย่อมไม่มีเวลาให้ครอบครัว ยกตัวอย่างตอนเป็น ผู้กำกับโรงพักพระราชวัง ช่วงวันหยุดพาครอบครัวลงแข่งแรลลี่ สนุกสนานตามประสาพ่อแม่ลูก แม้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน  แต่ก็ยังเป็นแฟมิลี่ไปต่างจังหวัดด้วยกันได้ ปรากฏว่า โทรศัพท์มือถือของพ่อดัง นายโทรมาต้องกลับกรุงเทพฯมาประชุมด่วน ก็ต้องกลับ เราก็เข้าใจ เพราะพ่อจะให้ความสำคัญกับงานเสมอ พ่อยังบอกว่า ไม่เป็นไรลูก รอกันอยู่ที่นี่ไหม พ่อขอกลับกรุงเทพฯคนเดียวเสร็จแล้วจะกลับมาหา แต่เราจะบอกว่า ไม่ได้ มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันเลยยกเลิกโปรแกรมหมด

“แต่หนูก็ยังรู้สึกอบอุ่นไม่เคยคิดว่าคุณพ่อห่างจากครอบครัวเลย” หนิงฝากรอยยิ้มถึงผู้บังเกิดเกล้า