สุดท้ายก็คงแค่ไฟไหม้ฟาง กระพือเดี๋ยวเดียวก็ดับมอด

ปัญหาตำรวจภูธรจังหวัดเลย 192 นาย ถูก “อดีตเจ้านาย” เบี้ยวหนี้เชิดเงินสหกรณ์ออมทรัพย์จำนวน 229 ล้านบาทเอาไปลงทุนในตลาดหุ้นหน้าตาเฉย

กำลังเป็นที่ครหา

ผู้บังคับบังคับบัญชาจะเลือกช่วยลูกน้อง

หรือเอาพวกพ้องเดินตามออกจาก “รั้วสามพราน” กันมา

ชะตากรรมของตำรวจชั้นผู้น้อยกำลังจนตรอก เพราะหนี้สินรุมเร้าเป็นเงาตามรังควานไปถึงครอบครัวลูกเมีย

บางคนเริ่มมีความคิดจะฆ่าตัวตาย

แต่ผู้เป็นนายกลับ “มะงุมมะงาหรา” ซื้อเวลาไม่กล้าจะลงดาบฟันผิด พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ปฐมเหตุของเรื่องทั้งหมด บวกกับพฤติกรรมก่อนหน้าสมัยนั่งเก้าอี้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู

เป็นเรื่องน่าอดสูของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ “เบียดบังเงิน” ลูกน้องไปใช้ส่วนตัว และไม่กลัวความผิด

ดึงเวลาหาทางแก้ด้วยการเจรจาไกล่เกลี่ยจะยอมชดใช้หนี้มูลค่ามหาศาลคืนแก่ลูกน้องเก่า

พวกเขารอแล้วรอเล่าก็ไม่มาชดใช้ตามนัด

แถมไม่มีเสียงตอบรับจากผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นมานานกว่าครึ่งปี แม้จะแจ้งข้อหาดำเนินคดี “ฉ้อโกงประชาชน” ก็ยังไม่อาจคลี่คลายความทุกข์กังวลของเหยื่อเลือดสีเดียวกัน

ยิ่งเห็นกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ชูนโยบายเก็บกวาด “เงินกู้นอกระบบ” ออกรบกับบรรดานายทุนอิทธิพลทั่วทุกพื้นที่ แต่กลับ “หรี่ตา” ไม่เร่งหาทางเยียวยา “ปลดหนี้” ชั้นผู้น้อยในจังหวัดเลย ทำให้พวกเขาต้องดิ้นรนหาทนายความฟ้องร้องกันเอง

มีชมรมแม่บ้านตำรวจตั้งก๊วนช่วยสามี ด้วยการเร่ออกหางานทำเป็นรายได้เสริมประทังครอบครัว เพราะ กลัวลูกไม่มีอะไรยาไส้ ไม่มีค่าเล่าเรียนรับเทศกาลเปิดเทอมใหม่

มันไม่ง่ายสำหรับครอบครัวตำรวจชั้นผู้น้อย

พอขยับรวมตัวจะเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชนช่วยเป็นกระจกสะท้อนถึงผู้บังคับบัญชากลับโดนเรียกไปด่า

ขู่ห้ามให้ข้อมูล

ปิดปากแม้กระทั่งบรรดาแม่บ้านกำชับเด็ดขาดห้ามออกสื่อ

ไม่เช่นนั้นจะถูกย้าย

ตอกย้ำให้เห็น “น้ำใจ” ของผู้เป็นนายที่ไม่คิดกระวนกระวายช่วยผู้ใต้บังคับบัญชาในเวลาใกล้จนตรอก

สับขาหลอกเลือกเก็บ “ปลาเน่า” แล้วเอาเท้าอุดปากลูกน้อง ก่อน “เขี่ยขยะ” ซ่อนไว้ใต้พรม

มันช่างขื่นขมสิ้นดี !!!