คู่รักหญิงชายส่วนใหญ่ใช้สานสัมพันธ์กันตามประสาคนในครอบครัว มักเอนเอียงไปทางกิจกรรมอันเสริมสร้างความหวานชื่น สิ่งที่พบเห็นจนชินตาไม่พ้นชักชวนควงแขนกันกิน พากันท่องเที่ยวไปดื่มด่ำน้ำผึ้งพระจันทร์ตามสถานที่แปลกใหม่ชวนฝันให้ใครต่อใครได้อิจฉา

แต่นั่นไปใช่แนวทางของ “รองเปี๊ยก-คุณบุ๋ม” คู่รักนักกีฬายิงปืนระดับเกจิสองท่านนี้

รองเปี๊ยก -พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รองผู้บังคับการสืบสวนตรวจคนเข้าเมือง นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 37 และ คุณบุ๋ม-สาธิตา ขลิบเงิน ภรรยา ใช้เวลาสิบปีที่รู้จักกันพัฒนาความสัมพันธ์ สานฝันจนเป็นครอบครัวที่อบอุ่นขึ้นได้ภายในสนามยิงปืน ด้วยเหตุที่ต่างฝ่ายต่างชื่นชอบกีฬาประเภทนี้ ยิงไปยิงมาพากันสะสมอาวุธปืนจนได้กว่า 20 กระบอก

คุณบุ๋มเล่าว่า สมัยที่ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ยังเป็นผู้กำกับการสืบสวนนครบาล 7 ช่วงนั้นมีปัญหาลูกจ้างที่บ้านโดนรังแกจึงต้องการหาที่ปรึกษาเกี่ยวกับคดี เป็นมูลเหตุที่ทำให้ได้รู้จักกับสามีเป็นครั้งแรก

เธอยอมรับว่า ตัวเองมีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีกับอาชีพตำรวจ เหมือนชาวบ้านทั่วไปที่อาจมีประสบการณ์ตรงกับพวกตำรวจนอกแถวอันมีเป็นส่วนน้อย บวกกับคำล่ำลือเล่าอ้างกันมา แต่พอรู้จักกับตำรวจท่านนี้ แง่ลบที่เคยตั้งธงไว้กับวิชาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็เริ่มจืดจางกลายเป็นความเข้าใจ

“เขาสุภาพเรียบร้อยมาก ให้เกียรติคนรอบข้างเสมอ เป็นผู้ชายขี้อาย ตอนจีบเราใหม่ๆ ไม่รู้คิดยังไงชวนมาสนามยิงปืน ครั้งแรกที่ได้รู้จัก และทดลองยิงปืนก็เพราะเขาชวนมายิงที่สนามศูนย์รักษาความปลอดภัย ถนนลาดปลาเค้า นัดแรกที่ลั่นไกออกไปจำได้แม่นว่าสั่นไปหมด”

ถึงจะสั่น แต่เธอก็เข้าครรลองสั่นสู้ไม่ยอมถอย เพราะหลังจากกระสุนนัดแรกพุ่งทะยานพ้นลำกล้องออกไปในวันนั้น ทำให้เธอตัดสินใจใช้ชีวิตส่วนใหญ่ขลุกตัวอยู่แต่ในสนามยิงปืน ไม่ว่าที่สนามศูนย์รักษาความปลอดภัยเปิดสอนยิงปืนกี่หลักสูตร คุณสาธิตาก็ลงสมัครเรียนผ่านการฝึกฝนจนบรรลุมาอย่างครบครัน

“หลังจากที่ได้ยิงเป็นครั้งแรก ก็เกิดความชอบ คราวนี้พอว่างก็กลายเป็นฝ่ายชวนเขามายิงเองเลย ชวนกันไปชวนกันมาคบหาดูใจกันได้ 2 ปีกว่า ก็ตัดสินใจลั่นระฆังวิวาห์ ถึงวันนี้ตลอดสิบปีที่ได้รู้จักกันมา เราต่างผ่านการอบรมหลักสูตรการยิงปืนของสนามจนครบแล้วทั้ง 7 หลักสูตร”

หลักสูตรที่สนามศูนย์รักษาความปลอดภัยเปิดอบรมทั้ง 7 ด่าน ประกอบด้วย หลักสูตรทำนองรบหลัก (ลูกโม่)  หลักสูตรลูกซองทำนองรบ  หลักสูตรทำนองรบหลักชั้นสูง (ลูกโม่)  หลักสูตรต่อสู้ป้องกันตัว (ลูกโม่)  หลักสูตร Night Firing  หลักสูตรทำนองรบหลักปืนพกกึ่งอัตโนมัติ  (ออโต) และ หลักสูตรต่อสู้ป้องกันตัวชั้นสูง (ออโต) บรรดานักเลงปืนรู้ดีว่า ถ้าหากใครเรียนจนครบทั้ง 7 หลักสูตรที่กล่าวมา ก็สามารถลงสมัครแข่งขันยิงปืนได้เกือบทุกประเภทที่ประเทศไทยมีการจัดแข่ง

ทั้งคู่นอกจากความชอบยิงปืนที่มีเหมือนกันแล้ว เวลามีจัดแข่งขันยังมักหาเวลาว่างไปแข่งยิงปืนด้วยกัน แมตซ์ล่าสุดยังคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศจากสนามศูนย์รักษาความปลอดภัยมาครอบครองได้ 4 ใบ เป็นของฝ่ายหญิง 3 ใบ ส่วนสามีได้ 1 ใบจากตำแหน่งดาวซัลโว “บุ๋มคิดว่ายิงแม่นกว่าสามีนะ” เจ้าตัวคุยโวติดตลก

ภรรยานายตำรวจนักสืบหัวเราะก่อนบอกด้วยรอยยิ้มว่า ยิงได้ทั้งแบบปราณีตและยิงเร็ว ที่ชอบสุดๆ ยามแข่งขันคือ ยิงเป้า 5 นัด 5 วินาที ยิงเป้าตัวประกัน และ ยิงเป้าพลิก แต่ละประเภทต้องใช้สมาธิ ลั่นไกภายใต้สภาวะกดดันจากเวลาที่ถูกกำหนดมันเป็นอะไรที่ท้าทายดี

อย่างที่เข้าใจว่าสัจธรรมของการใช้ชีวิตคู่นั้นไม่ได้ปูด้วยกลีบกุหลาบหอมหวานชื่นบนทางราดยางเหมือนสนามแข่งรถทางเรียบโดยตลอด ทุกคู่ล้วนต้องมีปัญหากระทบกันเฉกเช่นลิ้นกับฟัน อุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นไม่มีอะไรยากเกินสยบด้วยกลิ่นควันปืน

“ก็อย่างที่เข้าใจ อาชีพตำรวจต้องเสียสละเวลาอย่างมาก บางครั้งมีงานด่วนเข้ามาตอนไปไหนมาไหนด้วยกัน  บางครั้งบุ๋มก็ต้องโบกแท็กซี่กลับบ้านเอง มีบ้างที่เกิดอาการน้อยใจ แต่ต้องใช้ความอดทนบวกความเข้าใจ เราดูแลตัวเองได้ ไม่อยากทำตัวเป็นภาระให้สามี”

ทุกวันนี้ นอกจากหน้าที่การดูแลสามีและบริหารกิจการที่พักอาศัยให้เช่าซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำมานาน ด้วยความที่ชีวิตราชการของสามี เติบโตมาเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับรองผู้บังคับการแล้ว คุณบุ๋มยังมีตำแหน่งกรรมการชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาลทำงานร่วมกับหลังบ้านนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อีกหลายท่าน

หน้าที่หลักของเธอ อาทิ เดินทางไปดูงานอบรมเยาวชนสัมพันธ์ของโรงพักต่างๆ ไปมอบสวัสดิการให้ตำรวจและครอบครัวที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ล่าสุดยังเป็นโต้โผในการพาคณะแม่บ้านตำรวจไปอบรมหลักสูตรยิงปืนเบื้องต้นที่สนามศูนย์รักษาความปลอดภัยอีกด้วย

“เรื่องอาวุธปืนกับแม่บ้านตำรวจเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก เพราะสามีทุกบ้านต่างมีอาวุธปืนประจำกายไว้ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ บางทีเผอเรอวางไว้ในจุดไม่เหมาะสม ภรรยาต้องรู้จักหยิบจับเก็บรักษามันได้อย่างปลอดภัย ที่สำคัญยังต้องเรียนรู้วิธีใช้มันได้อย่างถูกต้องปลอดภัยด้วยเช่นกัน” แม่บ้านนักแม่นปืนมองแบบนั้น

ขณะที่ฝ่ายสามีบอกเหตุผลที่ส่งเสริมให้ภรรยาเรียนยิงปืนจนเป็นมือยิงเป้าระดับพระกาฬว่า กีฬาประเภทนี้ต้องใช้สมาธิสูงคนมีปืนต้องใจเย็น เล็งเห็นผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อจะใช้มัน เราจำภาพภรรยาสั่นไปทั้งตัวตอนยิงปืนนัดแรกเมื่อสิบปีที่แล้วได้จนถึงวันนี้ แต่นานเข้าเธอฉายแวว เพราะมีพรสวรรค์ เราก็ต้องส่งเสริม

การทำงานในอาชีพตำรวจด้วยความที่วนเวียนอยู่กับเรื่องการสืบสวนมาตั้งแต่ยังเป็นกองกำกับการสืบเหนือ สืบใต้ และสืบธนบุรี ทราบว่า นอกจากปัญหาความขาดแคลนงบประมาณ เครื่องมือเครื่องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว นักสืบส่วนใหญ่ยังขาดการฝึกฝนทักษะการยิงปืนทั้งที่เป็นเรื่องจำเป็นต่อชีวิตมาก

สมัยดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสืบสวนนครบาล 4 พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ต้องจัดหาให้ลูกน้องหมดทั้งเสื้อเกราะ วิทยุสื่อสาร กล้องบันทึกภาพเก็บหลักฐานไปประกอบสำนวนคดี ที่สำคัญยังพาไปยิงปืนทบทวนฝึกฝนทักษะที่สนามบางบัวทองทุกเดือน เป็นเวลา 7 เดือนต่อเนื่อง กระทั่งต้องหยุด เพราะประสบปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ในช่วงนั้น

“ครูนักสืบระดับตำนานหลายท่าน อาทิ ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา  ปรีชา ธิมามนตรี และ สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข สอนผมมา ให้ทำงานเพื่อคนดี โหดได้แต่กับคนร้าย พยายามอย่าเปิดเผยตัวตน งานสืบสวนโลดโผนต้องวัดใจภายใต้สถานการณ์กดดันทุกรูปแบบ ฝึกให้ใช้ความอดทนและทุ่มเทให้มาก ยามมีภารกิจต้องละทิ้งเรื่องส่วนตัวเอาไว้ก่อน”

“ผมจะบอกคุณบุ๋มภรรยาเสมอ ผมเป็นตำรวจ ผ่านการปลูกฝังมาตั้งแต่เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจว่า ให้ทำเพื่อประชาชน ภารกิจสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด โชคดีที่คู่ชีวิตทำความเข้าใจและคอยเคียงข้าง ว่างเมื่อไหร่ก็จะควงกันเข้าสนามยิงปืน” พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ทิ้งท้าย