ร่างปฏิรูปตำรวจของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

ไม่ดีตรงไหน ทำไมถึงถูกมองเป็น “ฉบับเกรงใจตำรวจ”

ทั้งที่เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ต่างจากร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ ตามความหมายมั่นของทีมงาน “ขรัวเฒ่า” มีชัย ฤชพันธุ์ ที่แทบจะลอกไลน์นำเอามา “ผสมพันธุ์ใหม่” ให้ดูดี เอาใจรัฐบาลเผด็จการทหารและเหล่านักวิชาการ นักกฎหมายที่เต็มไปด้วยอคติ

ยัดเยียดความเกลียดชังตำรวจที่เป็นองค์กรต้นทุนต่ำอยู่ก่อนแล้ว

ความเป็นมาของการปฏิรูปตำรวจ คณะทำงาน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ตั้งแท่นตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 258 ง.(4) การปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม วัตถุประสงค์สำคัญคือ ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

แก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับตำรวจในเรื่องหน้าที่ อำนาจ และภารกิจของตำรวจให้เหมาะสม

แก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจให้เกิดประสิทธิภาพ มีหลักประกันว่า ข้าราชการตำรวจจะได้รับค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมแก่ภารกิจและการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ

ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้าย

รวมไปถึงการพิจารณาบำเหน็จความชอบตามระบบคุณธรรมที่ชัดเจน

ส่วนการพิจารณาแต่งตั้งและโยกย้ายต้องคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกันเพื่อให้ข้าราชการตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระ ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของบุคคลใด มีประสิทธิภาพ ความภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตนและมีขวัญกำลังใจในการทำงาน

เมื่อมีการตั้งธงผ่าร่างองค์กรสีกากีเรียบร้อย คณะกรรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ชุดนี้ได้แบ่งหน้างานเป็นคณะอนุกรรมการแต่ละฝ่ายไปศึกษารายละเอียดเพื่อความรอบคอบชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์

มี พล.ต.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ทำหน้าที่ประธานคณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคล นายธานิศ เกศวพิทักษ์ อดีตรองประธานศาลฎีกา เป็นประธานคณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะอนุกรรมการด้านอำนาจหน้าที่และภารกิจตำรวจ

พล.อ.อ.อิทธิพร ศุวงศ์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานคณะอนุกรรมการด้านการรับฟังความคิดเห็น นายศุภชัย ยาวะประภาษ นายกสภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นประธานคณะอนุกรรมการด้านวิชาการ นายมานิจ สุขสมจิตร ที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นประธานคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารกับสังคม และ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ

กระทั่ง “ตกผลึก” ได้ข้อสรุปขึ้นเป็น ร่างขนาดปึกใหญ่ นำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ก่อนโดนตีตกเป็นฉบับเกรงใจตำรวจ !!!