นักข่าวสาวบุคลิกมาดมั่นจากช่อง โมโน 29

พิม” พิมพ์ภัทรา วิริยะสัจจะจิตร ชาวกรุงเทพฯโดยกำเนิด บุตรคนเล็กของครอบครัวรับราชการครู บิดาอยู่วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ สอนนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ ส่วนมารดาสอนอยู่โรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบก ครอบครัวชอบเล่นกีฬาเทนนิส เธอจึงถูกปลูกฝั่งให้เล่นกีฬาชนิดนี้ตั้งแต่ 5 ขวบ

เข้าประถมโรงเรียนพญาไท และมัธยมโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย สายศิลป์-เยอรมัน ระหว่างนั้นสามารถคว้ารางวัลแข่งขันระดับเยาวชน ทั้งประเภทคู่และเดี่ยวมากกว่า 10 รางวัล แต่พอเรียนจบอยากจะเดินตามความฝันของตัวเอง หันหน้าเข้าปรึกษาครอบครัวว่า อยากเป็นนักข่าว หรือผู้ประกาศข่าว จนได้รับการส่งเสริมสนับสนุนอย่างดี ไปเรียนต่อคณะการสื่อสารมวลชน สาขาวิทยุกระจายเสียง รั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ขณะศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 เรียนวิชาเขียนข่าว ได้โอกาสลองอ่านข่าวและเขียนข่าว ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่การทดลองทำภายในห้องเรียน ยิ่งทำให้รู้สึกชอบและคิดว่า มาถูกทางแล้ว หลังจากนั้นปี 2 และปี 3 ได้ลงพื้นที่ ลองทำสกู๊ปข่าว พร้อมอ่านข่าวผ่านคลื่นวิทยุของมหาวิทยาลัย จนมีโอกาสไปอบรมหลักสูตรผู้ประกาศ ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ของ อสมท. เป็นเวลา 5 วัน ยิ่งทำให้รู้ว่า ตัวเองชัดเจนกับเส้นทางที่เลือกจริงๆ

กระทั่งปิดเทอมใหญ่ว่าง 6 เดือน ด้วยความที่ไฟแรงอยากทดลองงาน ตัดสินใจยื่นขอฝึกเป็นพีอาร์ให้ค่ายเพลงมิวสิคครีม เป็นค่ายเพลงย่อยในเครือบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ รับหน้าที่ดูแลศิลปินและทำข่าวประชาสัมพันธ์ในช่วง 3 เดือนแรก ที่เหลืออีก 3 เดือนฝึกกับ บริษัท บีอีซี เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ช่วงของคอนเสิร์ตและอีเว้นท์ ทำเกี่ยวกับประชาสัมพันธ์เช่นกัน ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากมาย

ต่อมาปีที่ 4 ยังฝึกงานก่อนเรียนจบที่ ช่องวัน ลงสนามตามรุ่นพี่ที่เป็นนักข่าวจริงๆ ลองไปทำทุกสาย อาทิ อาชญากรรม บันเทิง กีฬา เพื่อจะได้รู้ว่า ชอบสายไหน และเรียนรู้วิธีการทำงานนาน 4 เดือน เมื่อฝึกงานจบกลับมาเรียนในเทอมสุดท้ายก่อนบินไปรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ตามโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของดิสนีย์ Disney International College Program 2015 อยู่ 3 เดือน

เมื่อกลับมาประเทศไทยเข้าทำงานเป็นนักข่าวของสังกัด ช่องวัน รับหน้าที่ทำสกู๊ปข่าว 2 ปี ถึงย้ายมาเป็น ผู้สื่อข่าวช่องโมโน 29 ในปัจจุบัน

“อยากจะบอกว่า สำหรับน้องๆ ที่สนใจในอาชีพนี้ ต้องขยันขวนขวาย อดทน ตั้งใจ พยายามเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้ เช่น การอบรม ทดลองงาน หัดอ่าน หัดเขียน ถ้าเรียนรู้เร็วจะทำให้เราเดินไปในเส้นทางได้ไวกว่าคนอื่น เราไม่ควรปิดโอกาสตัวเองที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ” คนข่าวสาวทิ้งท้าย