าวน้อยตัวเล็กหน้าสวยแห่ง จส.100 ขวัญใจหนุ่มๆ ทั้งนักข่าวและตำรวจ

“ปุ้ม”ธนดา เฉลิมวันเพ็ญ ชาวกรุงเทพมหานคร ครอบครัวทำธุรกิจส่วนตัวเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวหลอด แถววัดดวงแข ย่านหัวลำโพง ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก่อนเข้าทำงาน คว้ารางวัลการข่าว 2 อย่างจากหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ รางวัลเสื้อสามารถ ของสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย และรางวัลชนะเลิศ รางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวสิทธิเด็ก

ก่อนจะมาเป็นนักข่าวขวัญใจหนุ่มๆ เธอเรียนชั้นประถม โรงเรียนสีตบุตรบำรุง ย่านปทุมวัน แล้วต่อมัธยมโรงเรียนสายปัญญาในพระบรมราชินูปถัมภ์ ป้อมปราบศัตรูพ่าย เข้ารั้วอุดมศึกษาจบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารคอนเวอร์เจนซ์ มหาวิทยาลัยหอการค้า ขณะอยู่มหาวิทยาลัยปี 1 ก็ได้ร่ำเรียนหลากหลายวิชา แต่รู้สึกชอบศาสตร์วิชาการข่าว จึงเลือกเรียนในสาขานี้ เพราะได้เจาะลึกแต่ละหน่วยงาน แล้วได้ทำข่าวลงในหนังสือพิมพ์ของมหาวิทยาลัย เรื่องเกี่ยวกับเด็กรุ่นใหม่ติดโซเชียลเสพข้อมูลอนาจาร

“ปุ้มแชตเพื่อสัมภาษณ์บุคคลที่มาคอมเมนต์ หรือมากดไลค์เรื่องนั้นๆ เมื่อได้ข้อมูลจากผู้เสพข่าวสารแล้วไปสัมภาษณ์กับนักวิชาการทำให้รู้ว่า กว่าจะได้ข่าวเชิงลึกในการสืบสวนนั้นยากลำบากมาก เมื่อทำสำเร็จก็เป็นความภูมิใจส่วนตัวนะ” เจ้าตัวว่า

เมื่อเรียนอยู่ ปี 4 ฝึกงานค่ายหัวเขียวแห่งวิภาวดีรังสิต ยักษ์ใหญ่วงการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ติดตามรุ่นพี่ออกภาคสนามตลอด 4 เดือน แบ่ง 2 เดือนแรกไปสายการเมือง อีก 2 เดือนหลังมาสายข่าวอาชญากรรม ปุ้มยอมรับว่า อึ้งมากตอนอยู่สายข่าวอาชญากรรม เจองานทุกรูปแบบ ไม่จำเจ บางวันเจอดารา บางวันตำรวจ บางวันเจอโจร บางวันเจอศพ เป็นอะไรที่หลากหลายบวกกับความลุยๆบู๊ได้ใจ ทั้งนี้สไตล์การทำข่าวแต่ละสถานะการณ์จะแตกต่างกันออกไป ต้องทำตัวเตรียมพร้อมตลอดเวลา จนรู้สึกหลงรักในวิชาชีพการข่าวมากขึ้น เพราะการทำงานไปแล้วควบคู่กับความสนุก

“ฝึกงานจบได้คำแนะนำจากพี่ๆ สายข่าวอาชญากรรม หนังสือพิมพ์ไทยรัฐว่า ถ้าสนใจงานวงการข่าวควรจะเริ่มจากสื่อวิทยุ เพราะว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและมีอนาคตไกล เริ่มจากการอ่านออกเสียงการรายงานข่าว เป็นต้น เพราะต้องใช้เสียงเป็นหลัก หากอยากขยับเป็นผู้สื่อข่าวทีวีหรือผู้ประกาศข่าวในสตูดิโอ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้หาประสบการณ์อย่างดี เพราะหน้าตาผ่านอยู่แล้ว อยากให้เน้นเรื่องเสียงมากกว่า”

จากนั้นเข้าสมัครเป็นผู้สื่อข่าว สถานีวิทยุ จส.100 วิทยุข่าวสารและการจราจร ส่วนใหญ่จะเน้นอยู่ในสายข่าวอาชญากรรม ปัจจุบันทำงานมาแล้ว 2 ปี มีคติประจำใจยึดเป็นหลักการทำงานว่า ทุกคนเริ่มจากความไม่เก่งมาก่อน ดังนั้นเราต้องพร้อมเปิดใจเรียนรู้และพัฒนาให้ดีที่สุด

เธอฝากถึงน้องๆที่มีความฝันอยากเป็นนักข่าว หรือผู้ประกาศข่าว บอกเลยว่า การเป็นนักข่าวต้องมีความกระตือรือร้นติดตามข่าวสารอยู่ตลอด ต้องมีความอดทน เพราะภาคสนามต้องเจอแรงกดดันที่มีอยู่รอบตัว ประกอบกับมีการแข่งขันสูง เราต้องนำเสนอข่าวให้สังคมเข้าใจง่าย กระชับ ไม่บิดเบือนความจริง

“ที่สำคัญก้าวแรกอยากให้ลองประเมินความรู้สึกก่อนเป็นนักข่าวว่า เราชอบข่าวประเภทไหน สายไหน เราจะได้ทำให้สิ่งที่ชอบและสนุกไปกับมัน” คนข่าวสาวรุ่นใหม่ของ จส.100 ให้คำแนะนำ