ได้รับเสียงชื่นชมเป็นตำรวจจิตอาสาเล่นดนตรีซื้อหมวกกันน็อกแจกน้องตามโรงเรียน

พ.ต.ท.วีระ นุชศิลป์ สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรลูกแก อำเภอท่ามะกา จังหวัดราชบุรี พร้อมลูกน้องนำหมวกกันน็อกตามโครงการจิตอาสาซื้อหมวกแจกนักเรียนอนุบาลและชั้นประถมปีที่ 1 โรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

เจ้าตัวเผยว่า ทำโครงการหมวกกันน็อกให้น้องมาประมาณ 4 ปีแล้ว ใช้เวลาว่างหลักเลิกงาน หรือวันหยุดราชการออกเล่นดนตรีร้องเพลงเปิดหมวกตามที่ตัวเองถนัดภายในพื้นที่ห้างเทสโก้โลตัส สาขาบ้านโป่ง และห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครปฐม เพื่อขอรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทธารวบรวมสมทบทุนจัดซื้อหมวกกันน็อกไปมอบให้เด็กนักเรียน และผู้ปกครองที่ขี่รถจักรยานยนต์มารับส่งบุตรหลานตามโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อให้เด็กได้สวมใส่เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

โครงการดังกล่าวเขาแจกไปแล้วกว่า 5,000 ใบ ทั้งนี้เพื่อรณรงค์ให้ผู้ปกครองและนักเรียนสวมหมวกกันน็อกป้องกันอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียชีวิต พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนให้ถูกกฎจราจรทำตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอีกด้วย

จะว่าไปแล้ว ก่อนหน้าสมัยที่ดำรงตำแหน่งสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา นายตำรวจหนุ่มคนนี้ยังใช้เวลาหยุดราชการวันอาทิตย์ไปเล่นกีตาร์ร้องเพลงในมาดพ่อหนุ่มมาดเซอร์เปิดหมวกหารายได้พิเศษเป็นทุนช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสตามมูลนิธิต่างๆ

          “ผมอยากเป็นตำรวจตั้งแต่เด็ก ถ้าจำไม่ผิดตั้งแต่เรียน ม.1 เพราะรู้สึกว่าตำรวจเท่มาก จึงมุ่งมั่นทำตามความฝันได้สำเร็จ เป็นตำรวจ นรต.รุ่น 54 ผมเองก็ชอบเล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน  มีความสุขทุกครั้งที่ดีดกีตาร์ เพลงที่ผมร้อง ทำให้คนอื่นมีความสุข ผมคิดว่าทำได้ดีทั้งสองอย่าง ทั้งหน้าที่ตำรวจ และเล่นดนตรีจึงใช้สิ่งที่ชอบทำประโยชน์เพื่อคนอื่น”สารวัตรหนุ่มว่า

พ.ต.ท.วีระกล่าวอีกว่า สมัยที่ยังเป็นนายร้อยตำรวจเคยได้รับโอกาสเป็นนักร้องนำวงดนตรีของนักเรียนนายร้อยตำรวจ ได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ ใกล้รุ่ง กับแสงเทียน แสดงต่อหน้าพระพักตร์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ถึงสองครั้ง สร้างความปลาบปลื้มใจและประทับใจจนถึงทุกวันนี้

ด้วยหน้าที่ในสายงานป้องกันและปราบปรามเหตุอาชญากรรมต่างๆของสารวัตรนักดนตรีผู้นี้ ที่ต้องบำบัดทุกบำรุงสุขให้ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบและได้เป็นหัวหน้าชุดชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ของโรงพักจึงใช้งานดนตรีกับงานมวลชนสัมพันธ์บรรยายความรู้เรื่องโทษ พิษภัยยาเสพติด กฎหมายพื้นฐานชีวิตประจำวัน  ดนตรีทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ รู้สึกผ่อนคลาย เข้าถึงได้ง่ายกว่าการบรรยายเพียงอย่างเดียว

สมัยอยู่พนมสารคาม เจ้าตัวยังบอกว่า นอกจากงานด้านมวลชนสัมพันธ์แล้ว ยังเป็นจิตอาสา เล่นดนตรีให้กับทางโรงพยาบาลพุทธโสธร เป็นโครงการตำรวจจิตอาสาเพื่อประชาอุ่นใจ เล่นให้กับผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย และประชาชนที่ระหว่างรอพบแพทย์  รวมถึงบุคลากรของทางโรงพยาบาล เป็นการใช้ดนตรีบำบัดจิต ให้เกิดความผ่อนคลาย สัปดาห์หนึ่งจะเข้าไปเล่นดนตรี 1-2 ครั้ง  และยังใช้วันว่างวันอาทิตย์ เล่นดนตรีเปิดหมวกที่ตลาดนัดเปิดท้ายเมืองใหม่พนม นำรายได้ทั้งหมดไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส

“แรกๆผมก็รู้สึกเขินอายเหมือนกันนะ รู้สึกกดดัน กลัวเล่นไม่เพราะ กลัวคนไม่ชอบเพลงที่เล่น แต่พอเล่นไปมีคนมาฟัง พอเพลงจบมีคนปรบมือให้ มันทำให้มีกำลังแรงใจขึ้นมา และมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ก็เลยทำเรื่อยมา เพราะการจะทำดีสามารถทำได้เลยไม่ต้องอาย แล้วสิ่งดีๆจะย้อนกลับมาหาตัวเราเอง แน่นอนที่สุดก็คือความสุขใจ คติการใช้ชีวิตคือการมองโลกในแง่ดี ค้นหาสิ่งที่ตัวเองรัก ผมค้นเจอแล้วคือ เป็นตำรวจกับเล่นดนตรี ได้ทำในสิ่งนั้นก็มีความสุข และยังทำให้คนอื่นมีความสุขด้วย ผมก็จะมีความสุขมากยิ่งขึ้นไปอีก”

กระทั่งย้ายมาเป็นสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ยังควักเงิน 3 หมื่นบาทจากการเปิดหมวกสมทบทุนก่อสร้าง 11 โรงพยาบาลให้ไอดอลนักดนตรีอย่าง อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้แสลม” ระหว่างวิ่งผ่านมาถึงจังหวัดสุพรรณบุรี ถึงขนาดได้เล่นกีตาร์ร้องเพลง”แสงสุดท้าย” ด้วยกันแบบตื่นเต้นที่สุดในชีวิต

สิ่งเหล่านี้ นายตำรวจหนุ่มยืนยันจะทำต่อไปเรื่อยๆ ขอเป็นจุดเล็กๆ ที่พร้อมจะอุทิศตัวเป็นประโยชน์ต่อคนรอบข้าง

เขาเชื่อว่า ตำรวจมีศักยภาพเพียงพอที่จะร่วมกันสร้างสิ่งดีงาม และภาพลักษณ์ดีๆ มาสู่องค์กรได้ไม่ยาก