เชื่อว่าคงไม่ใช่รายสุดท้าย

พิษร้ายของ “ยานรก” กลับมาระบาดแทรกซึมสู่ผู้เสพทำให้เกิดอาการคลั่งสติแตก อาละวาดก่อเหตุสะเทือนขวัญแก่ผู้บริสุทธิ์

จากเรื่องราว “น้องชาร์ป” ด.ช.ภูบดี ศิริพันธ์ อายุ 14 ปี หลานชายยอดกตัญญูคอยดูแลทวดวัยชราที่ป่วยติดเตียงอยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 4 ตำบลชอนสมบูรณ์ อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี และยังขยันทำความดีเป็นจิตอาสาประจำหมู่บ้าน

คอยช่วยเหลือกิจกรรมสังคมด้วยความเต็มใจโดยมิต้องมีใครร้องขอ

วันสุดท้ายของชีวิตอาสาไปช่วยติดตั้งเครื่องเสียงบ้านงานศพในตำบล กลับถูกนายมนตรี รื่นรมย์ อายุ 40 ปี เมายาบ้าประสาทหลอนอาการคลุ้มคลั่งใช้ปืนลูกซองยิงใส่เข้าไปในบ้านงานศพ

กระสุนกระชากดวงวิญญาณเด็กน้อยที่กำลังมีอนาคตสดใส เป็นที่รักใคร่ของคนทั้งตำบล

“น้องชาร์ป” ตาย เพียงเพราะ “ยาบ้า 7 เม็ด”ที่หนุ่มทาสยานรกเสพเข้าไปในวันนั้น

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระองค์อัญเชิญ หมวก ผ้าพันคอ และบัตรจิตอาสา วางหน้าหีบศพ “น้องชาร์ป” ที่วัดศรีรัตนาราม (วัดชอนสมบูรณ์) ตำบลชอนสมบูรณ์ อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัว “ศิริพันธ์” อย่างหาที่สุดมิได้

และน่า “จุดประกาย” ให้ผู้รับผิดชอบหันมาทบทวนมาตรการป้องกันปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังเสียที

ทว่า โศกนาฏกรรมของ “น้องชาร์ป” ยังไม่ทันจาง เกิดเหตุอำมหิตเนื่องจากมา “พิษนรก” อีกรายในบ้านทับเบิก ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

นายชิงชัย แซ่สง อายุ 25 ปี ชาวม้งคลั่งฆ่าหั่นศพ นางดวงใจ แซ่สง อายุ 23 ปี เมียท้อง6 เดือน ภายในบ้านชั้นเดียวแบบบ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง

สภาพศพโดนแยกออกเป็นชิ้นส่วนแขน และขา ศีรษะและใบหน้าถูกฟันเละ เลือดกระจายเต็มพื้นเป็นที่สยดสยอง

ม้งโหดจนมุมให้การวกวน

ญาติยืนยันว่า นายชิงชัยติดยาบ้างอมแงม เคยเข้ารับการบำบัด แต่กลับมาเสพอีก กระทั่งประสาทหลอนหวาดระแวงว่า ภรรยาจะมีชู้ สติแตกนำไปสู่การทะเลาะวิวาทคว้ามีดทำร้ายเมียสาวที่กำลังท้องแก่อย่างโหดเหี้ยม

ก่อนชำแหละศพเหมือนคนเสียสติ

ล้วนเกิดจาก “มหันตภัยของยานรก” ที่ย้อนกลับมาระบาดหนักเกือบทั่วเมือง

เห็นได้จากข่าว “คนเมายาบ้า” คลั่งปีนเสาไฟ หวาดระแวงกลัวคนอื่นตามฆ่าไล่ทำร้ายคนอื่น จี้คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นตัวประกัน หนักถึงขั้นฆ่าคนใกล้ตัว

ทั้งที่กลุ่มผู้เสพเหล่านี้เคยหายไปพักใหญ่เมื่อครั้งประกาศสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดระลอกแรกปี 2546

กระทั่งเจอเสียงคัดค้านที่มองภาพตรงกันข้าม

หันมาใช้ไม้นวม นำผู้เสพเข้าสู่มาตรการบำบัด

วงจรยานรกถึงหมุนกลับมาจุดเดิม เพิ่มเติม คือหนักกว่าเก่า ทั้ง นายทุนผู้ผลิต เอเย่นต์ผู้ค้า ระบาดสู่มือผู้เสพ

สงครามครั้งนี้ฝ่ายรัฐบาลต้องยอมรับความจริงว่า พ่ายแพ้ราบคาบ

ตราบใดไม่สามารถตัดวงจร “นายทุน” ตัวการสำคัญรายใหญ่ที่นั่งนับเงินใช้ชีวิตหรูหรากบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน