ถูกลูบคมเข้าเต็มเครื่อง

“บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กำลัง “เนื้อหอม” สื่อน้อยสื่อใหญ่รุมตอมจากผลงานหามรุ่งหามค่ำยันดึกในการแถลงข่าวสารพัดคดีที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ

ถือเป็นนายพลหนุ่มมากบารมีที่หลายคนในวงการเกรงใจ ด้วยเพราะใกล้ชิดขั้วอำนาจ

ชื่อของ “บิ๊กโจ๊ก” เลยขายดี ถูกนำไปแอบอ้างพัวพันเรียกเก็บผลประโยชน์นอกระบบ รวมถึงเรื่องการวิ่งเต้น “ซื้อขายเก้าอี้” แต่งตั้งโยกย้าย

ขนาดโชเฟอร์แท็กซี่ภาคอีสานยังกล้าเอาไป “ต้มเปื่อย” ตำรวจภูธรภาค 4 ตุ๋นเงินเข้ากระเป๋าร่วมล้าน

ล่าสุด ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อดีตรองสารวัตรกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา บ้านเกิดของ “บิ๊กโจ๊ก” พากลุ่มผู้ประกอบการขนส่งกว่า 10 ราย เข้าพบ พ.ต.ท.สุรชัย จันทรมณี รองผู้กำกับการ (สอบสวน) กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ช่วยราชการกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม

ขอแจ้งความดำเนินคดี นายสิงหราช หรือ อู๊ด วิชิตพงศ์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจลูกน้อง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล และนายตำรวจใหญ่ในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ “รีดส่วย”รถบรรทุกขนส่งสินค้าในจังหวัดภาคใต้

จากปากคำเจ้าของบริษัท บารมีขนส่ง จำกัด ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 ระหว่างขับรถบรรทุกนำสิ่งของลูกค้าจากกรุงเทพมหานครล่องลงใต้มาถึงถนนเพชรเกษม ช่วงอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ถูกชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่สวมเสื้อแจ็กเกตข้อความ “สอบสวนกลาง” แขวนป้ายตำรวจขับรถตามประกบให้จอด

ขอตรวจค้นสินค้าบอกได้รับรายงานเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย

ก่อนบังคับพาไปสถานที่เปลี่ยวไร้ผู้คนพูดจาข่มขู่รีดเงิน 2 แสนบาทแลกอิสรภาพ

ประกาศตัวเป็นลูกน้อง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล คอยทำหน้าที่เก็บส่วยรถบรรทุกทั่วประเทศ

หากไม่จ่ายจะถูกจับกุมยัดข้อหายาเสพติด เจ้าของกิจการรถขนส่งสินค้าเกิดความกลัวในอิทธิพลตำรวจนอกเครื่องแบบตัวปลอมยอมต่อรองจ่ายเงิน 80,000 บาท หลังจากนั้นผู้ต้องหากลุ่มนี้ยังข่มขู่เรียกเงินรายเดือนอีก 30,000 บาท ไม่อย่างนั้นจะเจอดักจับจนขนส่งสินค้าไม่ได้ 

เขาเจรจาเหลือเดือนละ 15,000 บาท และพยายามสอบถามกลุ่มประกอบการขนส่งสินค้าด้วยกัน ทราบว่า ยังมีหลายรายโดนในลักษณะเดียวกันจึงตัดสินใจรวมตัวกันมาร้องทุกข์กองบังคับการปราบปราม

ในทันทีที่รู้ว่า นายสิงหราช หรือ อู๊ด วิชิตพงศ์ ไม่ได้เป็นตำรวจ แต่อาศัยเคยทำงานคลุกคลีอยู่กับตำรวจ นำเอาไปข่มขู่รีดส่วยผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งสินค้า

อ้างชื่อ “บิ๊กโจ๊ก” กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในสอบสวนกลางให้ดูน่าเกรงขาม

วันเดียวกัน พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลพญาไท พ.ต.ท.บวรภพ สุนทรเรขา รองผู้กำกับการจราจร สถานีตำรวจนครบาลพญาไท นำ นายอรัญ สมสมัย เจ้าของเอเชียทราเวล คอนเล็คชั่น มาสอบถาม หลังได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปว่า มีการนำรถตู้ป้ายแดงมารับส่งนักท่องเที่ยวไปท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ตั้งเป็น “วินเถื่อน” อยู่หน้าโรงแรมอินทรา ประตูน้ำ

โพนทะนาทั่วว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็นเจ้าของกิจการ

พอเจอซักอย่างหนักถึงยอมรับว่า เหตุที่ต้องเอาชื่อนายพลคนดังมาอ้างเพื่อต้องการให้รอดพ้นต่อการตรวจจับของตำรวจ

ทั้ง 2 เหตุการณ์ในวันเดียว ทำเอา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล แทบควันออกหู พร้อมยืนยันคำเดิม ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเรียกรับผลประโยชน์ตามที่กลุ่มเหล่านี้เอาชื่อไปหากิน

จะว่าไปแล้ว “บิ๊กโจ๊ก” ตัวจริงชื่อไม่ได้หวานหอม

แต่ต้อง “หวานเจี๊ยบ” !!!