สถานการณ์ร้อนระอุในสมรภูมิด้ามขวานกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง

ปฏิบัติการคาร์บอมบ์ถล่มฐานเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดน จังหวัดสงขลา ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านนิคม ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

ห่างจากโรงพักห้วยปลิงแค่ 200 เมตร

ผู้ก่อความไม่สงบใช้เวลาประกอบระเบิดบรรจจุถังแก๊สน้ำหนัก 50 กิโลกรัมเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากลงมือฆ่าแขวนคอนายอมตะ สโมทานทวี อายุ 62 ปี ครูเก่าวัยเกษียณแขวนคอทิ้งในบ้านเลขที่ 123/3 หมู่ 1 ตำบลหว้าหลัง อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

ปล้นเอารถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน บพ 1331 สงขลา ติดตั้งระเบิดไปจอดหน้าพี่พักหน่วยเฉพาะกิจของเหล่านักรบป่า

แรงระเบิดทำให้ตัวอาคารเสียหาย มีผู้บาดเจ็บ 6 นาย ทำหน้าที่เฉพาะกิจตระเวนชายแดนที่ 43 จังหวัดสงขลา  ประกอบด้วย ร.ต.ท.สมนึก แก้วหมุน ร.ต.อ.หญิง สินีนาถ คงพุทธ ร.ต.อ.หญิง ยุภาพร ศิริมุสิกะ ร.ต.อ.หญิง ศิรดา ริยาพันธ์ ส.ต.ท.หญิง อารียา บินสมิน และ ส.ต.ท.
หญิง รัตติกาล ดีชู

ทั้งหมดเป็นทีมแพทย์พยาบาลประจำหน่วยที่ออกเยี่ยมเยียมช่วยเหลือรักษาผู้ป่วยในพื้นที่

อีกทั้งเป็น หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) จังหวัดสงขลา สืบสานพระราชปณิธานของ “สมเด็จย่า” ตระเวนตรวจสุขภาพรักษาชาวบ้านในถิ่นทุรกันดาร

โดยเฉพาะ ร.ต.อ.หญิง สินีนาถ คงพุทธ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จย่ามาตลอด และยึดเอารับสั่งของพระองค์ไปเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในการปฏิบัติหน้าที่ในสมรภูมิร้อนชายแดนใต้

พระองค์รับสั่งว่า

“ตำรวจตระเวนชายแดนอยู่ในพื้นที่ชายแดน ทำงานหนัก ต้องช่วยเหลือชาวบ้าในพื้นที่ห่างไกล มีความเหนื่อยยากกว่าอาชีพอื่น ให้ทุกคนจงภูมิใจ ไม่ต้องคิดว่า ทำเพื่อใคร ให้คิดว่า ทำเพื่อฉัน”

ประวัติส่วนตัว ร.ต.อ.หญิง สินีนาถ คงพุทธ จบปริญญาพยาบาลศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อปี 2554

เพียงปีเดียวครอบครัวต้องสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่  

เมื่อ ด.ต.สถาพร คงพุทธ ผู้บังคับหมู่ป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรสายบุรี จังหวัดปัตตานี ผู้เป็นบิดา ถูกผู้ก่อความไม่สงบลอบยิงเสียชีวิตพร้อม ด.ช.พัชรพล คงพุทธ น้องชายของเธอในวัยเพียง 14 ปี ระหว่างเดินทางไปโรงเรียนเดชะปัตนยานุกูล  เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2555

เป็นเหตุการณ์ที่เธอไม่อยากจำ แต่ยากที่จะลืมไปจากชีวิต

สุดท้ายพยาบาลสาวเลือกเข้ารับราชการตำรวจแทนพ่อ บรรจุตามหลักสูตรข้าราชการตารวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรรุ่นที่ 35 ลงตำแหน่งผู้บังคับหมวดกองกำกับการตำรวจตระวเนชายแดนที่ 42 จังหวัดนครศรีธรรมราช

เจ้าตัวมีความภาคภูมิใจในการเป็นตำรวจติดอาร์ม “นักรบป่า” ถึงบอกเสมอว่า จะมีสักกี่หน่วยงานที่มีพระมหากษัตริย์ยอดนักรบอย่าง “พระองค์ดำ”ทรงสัตว์คู่บ้านคู่เมือง ออกทำการรบอย่างกล้าหาญ เป็นอาร์มติดตัวไปด้วยทุกที่ ทุกสภาพการทำงาน

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2560 เธอได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ชุดเฉพาะกิจกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 จังหวัดสงขลา นำคณะพยาบาลลงพื้นที่เสี่ยงเพื่อดูแลช่วยเหลือรักษาสุขภาพชาวบ้าน

กระทั่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกคนร้ายลอบวางระเบิดเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์

ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

พร้อมกลับมาทำหน้าที่ปิดทองหลังพระอย่างไม่หวั่นเกรงภัยอันตรายสมกับเป็นเหล่า “นางฟ้าชุดขาว”ของตำรวจตระเวนชายแดน

“พยาบาลงานที่รักของฉัน”

ผู้กองสาวแสดงจุดยืนอย่างมุ่งมั่น