ลูกสาวคนโตในจำนวนสามใบเถาของ พ.ต.อ.สุเทพ ชนะสิทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน

“โฟร์โมสต์” สุภัสสรา ชนะสิทธิ์ พกดีกรีนักเรียนนอกจากนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียกลับคืนสู่ครอบครัวอันแสนอบอุ่นของบ้านนายตำรวจมือปราบ

วัยเด็กผู้พ่อสุดหวงถึงขนาดให้ภรรยาเทียวรับเทียวส่งตั้งแต่เรียนอยู่อนุบาลโรงเรียนเซนต์จอห์นไปถึงต่อมัธยมโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กว่าจะปล่อยให้ไปกลับเองก็ตอนเรียนมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

“เด็ก ๆ หนูอยากเป็นดารา อยากเป็นแอร์โฮสเตส เคยไปสอบสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ผ่านเข้ารอบเรื่อย ๆ แล้วมาคิดอีกที อยากเป็นจริง ๆ หรือ ถ้าเกิดมันได้ขึ้นมาต้องบินไปต่างประเทศนะ ตอนนั้นเด็กอยู่ ไม่อยากไป กลัวไปต่างประเทศเลยสละสิทธิ์ พอเอาความชอบจริง ๆ ลองสัมผัสถึงรู้ว่า ชอบการตลาด มันเป็นอะไรที่สนุก คิดได้เรื่อย ๆ”

กลายเป็นเหตุผลที่เธอเลือกลงเรียนบริหารธุรกิจภาคการตลาดของมหาวิทยาลัยเอแบคจนจบปริญญาตรี ก่อนบินข้ามทวีปไปใช้ชีวิตเดียวดายอยู่แดนจิงโจ้ “จริงๆ แล้วหนูไม่อยากไป แต่คุณพ่อให้ไป หนูเป็นคนกลัว สมัยก่อนทำอะไรไม่เป็น ขึ้นรถเมล์ยังไม่เป็นเลย พอไปแล้วต้องอยู่ให้ได้ ต้องปรับตัวให้เข้ากับที่นั่น แรก ๆ  ไม่ชินอยากกลับบ้าน แต่ในเมื่อครอบครัวส่งมาแล้วก็ต้องทำให้ได้ ตอนเริ่มมีเพื่อน เริ่มรู้ว่าอยู่ที่นั่นต้องใช้ชีวิตกันยังไง”ลูกสาวผู้กำกับสืบสวนเมืองกรุงเก่าระบายความในใจ

เจ้าตัวเล่าว่า ตอนแรกเหมือนจะไปเรียนเพิ่มทักษะด้านภาษาอังกฤษ พอไปจริง ๆ ก็เรียนการตลาดเพิ่ม เพราะชอบการตลาด ถนัดมาตั้งแต่มหาวิทยาลัยแล้ว เรียนอยู่ 2 ปีกว่า ทำงานไปด้วย จากที่เคยทำอะไรไม่เป็นก็ไปสมัครเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารไทย ไปสมัครทำงานร้านกาแฟสตาร์บัคส์ เพราะเป็นคนชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว ถือเป็นประสบการณ์ค่อนข้างดี ไปอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีพ่อแม่ ต้องคิดอะไรเอง ทำเองทุกอย่าง

หลังบินกลับมาเมืองไทย โฟร์โมสต์ตัดสินสมัครเรียนปริญญาโท เกี่ยวกับการตลาดภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหิดล ควบคู่กับการทำงานตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหารวางแผนการตลาดให้ร้านอาหารแกรนด์พาเลช สุดยอดภัตตาคารอาหารจีนต้นตำรับอันเก่าแก่ที่กำลังขยายสาขาหลายแห่ง ด้วยการนำเอาความรู้ที่ร่ำเรียนมาไปปรับใช้ในร้านให้ทันยุคทันสมัย เพิ่มสไตล์ปรับกลุ่มเป้าหมายที่วัยรุ่นและครอบครัวสามารถเข้าไปรับประทานได้

ทำอยู่ปีกว่าเปลี่ยนงานใหม่ไปลองบททดสอบเกี่ยวกับการตลาดของจริงที่บริษัท สตาร์แฟชั่น (2551) จำกัด นั่งตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาด ดำเนินธุรกิจสินค้านำเข้าแบรนด์เนมชั้นนำ อาทิ Hazard GARBANG fitflop Fido Dido  SOREL

ขณะเดียวกันยังมีแปลนอยากมีร้านขายเสื้อผ้าเป็นของตัวเองด้วยความที่เป็นคนชอบแฟชั่น ชอบแต่งตัวภายใต้ชื่อ Glamour by Foremoslity เริ่มต้นจากประกาศขายผ่านหน้า Facebook ระหว่างหาทำเลเปิดร้านอย่างเป็นจริงเป็นจังเพื่อหวังไปตัดเย็บออกแบบเป็นแบรนด์ของตัวเองไม่ให้เหมือนตลาดทั่วไป

สำหรับเรื่องราวความผูกพันระหว่างพ่อลูก เธอรับว่า พ่อจะหวงลูกสาวทุกคน แต่ตามใจ อยากได้อะไรก็ได้ อาจเพราะพ่อเป็นตำรวจไม่มีเวลามาสุงสิงกับลูกสาวเยอะแยะมากมาย ทว่าปกติวันหยุดเสาร์อาทิตย์พ่อจะพาครอบครัวไปไหนมาไหนเสมอ มีกิจกรรมร่วมกัน ครอบครัวถึงค่อนข้างสนิทกัน และอบอุ่น แม้ช่วงหลัง ๆ พ่อย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด แม่ก็จะพาลูกทั้ง 3 คนนั่งรถไปหาพ่อประจำ

“คุณพ่อเป็นคนที่เก่ง สอนให้ลูกทั้งหมดตั้งใจเรียนจะไม่บังคับให้ลูกต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ปล่อยให้ลูกคิดเอง สอนให้มีเหตุผล ไม่เคยดุด่าเวลาลูก ๆ ทำอะไรผิด แต่จะให้เหตุผลอธิบายเข้าใจได้ ทำให้ลูกฟัง ตอนเด็กหนูดื้อนะ พอโตขึ้นด้วยวัยและวุฒิคิดเองได้ก็เห็นคุณพ่อทำงานเยอะ ไม่อยากให้มานั่งเครียด ถ้าช่วยอะไรได้ก็จะช่วยตลอดเวลา หนูจะมองว่า คุณพ่อเป็นฮีโร่ของครอบครัว” โฟร์โมสต์สาธยาย

ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนบอกว่า ห่วงพ่อทุกครั้งที่ไปทำงาน หรือสังสรรค์ปาร์ตี้ที่ไหน เพราะไม่ชอบให้พ่อดื่มเหล้า จะสลับกับน้องคอยโทรศัพท์ไปเตือนไม่ให้ดื่ม และให้รีบกลับบ้าน ทุกวันก็จะโทรไปถามสารทุกข์สุขดิบว่า ทำอะไรอยู่ ทานข้าวหรือยัง บางคืนพ่อก็ยังทำงานตั้งด่านตรวจอยู่ในพื้นที่ ทุ่มเทจริงจังกับงานมาก แต่ก็ไม่ถือว่าตัดขาดจากครอบครัว

แม้กระทั่งช่วงหนึ่งที่ พ.ต.อ.สุเทพ เผชิญมรสุมชีวิตราชการเมื่อหลายปีก่อนหลังมีชื่อไปรู้จักสนิทสนมกับเจ้าพ่อค้ายาเสพติดคนดัง เธอยืนยันว่า ครอบครัวเป็นกำลังใจให้เสมอ เป็นอะไรที่ไม่ท้อ มีแม่ยืนเคียงข้างกับลูก ๆ “ตอนนั้นหนูกับน้องยังไม่รู้เรื่องอะไรมาก ยังเด็กอยู่ แต่จะบอกคุณพ่อว่า ไม่เป็นไร เราจะอยู่ด้วยกัน เดี๋ยวมันก็จะดีขึ้น วันนี้ก็ดีขึ้น เพราะคุณพ่อเป็นคนรักเพื่อนฝูง มีแต่ให้เต็มร้อยกับทุกคน  สักวันความจริงมันก็ปรากฏขึ้นมาเอง หนูภูมิใจมากที่เห็นคุณพ่อทำหน้าที่สมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ช่วยเหลือประชาชน”