นับเป็นสาวน้อยหน้าใสดาวดวงใหม่ในวงการข่าวเจาะที่เปิดหน้าให้เห็นบ่อยครั้งผ่านทางจอโทรทัศน์ “พร” ธิดาพร ภูแดนแผน นักข่าวสาวร่างเล็กที่เกาะติดประเด็นร้อนของสถานีโทรทัศน์ PPTV HD36 มาหลายเรื่องหลายราว

เส้นทางก่อนที่จะมาปรากฏกายทางจอทีวีของเธอนั้นไม่ธรรมดา เริ่มจากเป็นลูกสาวของแม่ที่เป็นผู้ใหญ่บ้านในตำบลขวาว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เข้าศึกษาที่โรงเรียนชุมชนบ้านขวาว แล้วมาเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม ก่อนที่จะเข้าสู่กรุงเทพฯเพราะได้รับทุนการศึกษาด้านนักกิจกรรมในระดับปริญาตรี กระทั่งจบปริญญานิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

“สาเหตุที่เลือกเรียนนิเทศฯ เพราะตอนเรียนมัธยมเริ่มรู้ว่าตัวเองชอบการเป็นนักพูด และชอบการแสดงบทบาทสมมติ รวมทั้งการร้องเพลง ตอนนั้นความชอบตีกันไปหมด (หัวเราะ) จนมั่นใจว่าสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด คือ “การเป็นนักพูด” เพราะช่วงมัธยมปลาย ชอบเดินสายแข่งขันโครงงานคุณธรรม จริยธรรม และจนอาจารย์สุมาลี ศรีชมพู อาจารย์ที่ปรึกษาด้านโครงงานฯ ไว้ใจให้เราเป็นเสาหลักนำทีมพรีเซนต์โครงงานทุกครั้ง กระทั่งปี 2552 ก็ทำให้ทีมชนะการประกวดโครงงานคุณธรรมระดับประเทศได้” สาวน้อยหน้าใสแห่งค่าย PPTV เล่าเรื่องราว

เธอเล่าต่อถึงจุดเริ่มต้นที่วางแผนให้ชีวิตก้าวเข้าสู่วงการผู้สื่อข่าวว่า หลังจากขึ้นเวทีนักพูดมาอย่างต่อเนื่องก็เห็นว่าอาชีพผู้ประกาศข่าวบนหน้าจอทีวีและนักข่าวสนามสามารถพูดนำเสนอและช่วยเหลือคนอื่นๆได้ เลยบอกกับครอบครัวว่า ในอนาคตจะเป็นนักข่าวที่ช่วยเหลือคนแบบนี้ให้ได้ เป็นเหตุผลให้ตัดสินใจพุ่งเป้าไปเรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ เพราะอยากเป็นนักข่าวที่สามารถใช้ความรู้และทักษะในการพูดช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนได้

กระทั่งปี 2558 ธิดาพรได้เป็นนักข่าวป้ายแดงสมกับที่วาดหวังไว้ เริ่มทำงานเป็นนักข่าวสายการเมืองเต็มตัวกับสำนักข่าว INN จวบจนทำงานได้ 2 ปีกับสำนักข่าวที่หล่อหลอมเธอมาเป็นแห่งแรก ก็ย้ายค่ายมาเป็นนักข่าวที่สถานีโทรทัศน์ PPTV HD36 ผ่านการอบรมผู้ประกาศระดับต้น กลาง และสูง กระทั่งปัจจุบันเป็นนักข่าวภาคสนามที่เปิดหน้าออกจอโทรทัศน์รายงานข่างเจาะลึกได้อย่างช่ำชอง

“เหตุผลมาทำงานกับพีพีทีวี เพราะเห็นว่าที่นี่ทำข่าวเชิงลึก เจาะลึก มีทิศทางการนำเสนอที่แตกต่าง มีจุดแข็งของการนำเสนอข่าวชัดเจน เราก็อยากพัฒนาความสามารถ อยากเก่ง เลยมาสมัคร บอกตามตรงว่ายื่นใบสมัครหลายรอบมาก กว่าจะได้ทำงานที่นี่ไม่ง่ายเลย” เจ้าตัวบอกให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และบอกด้วยว่า “ชอบการทำข่าวสืบสวนสอบสวนเชิงเจาะลึก เพราะมีความยากปนสนุก มีความท้าทาย ทำให้เราลุ้นไปกับการทำข่าวว่าวันนี้ออกไปทำข่าวแล้วจะได้ข้อมูลที่ต้องการกลับมาหรือไม่ มันต่างจากข่าวทั่วไปตรงที่เน้นต่อยอดประเด็น แตกประเด็น เอาข้อมูลที่ได้แต่ละวันมาเชื่อมโยงกัน เพื่อค้นหาต้นตอของเหตุการณ์ ข่าวสืบสวนสอบสวนจึงเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ให้เป็นรูปร่าง ระหว่างทางที่ตามหามันไม่ง่ายเลยที่จะได้มา แต่ก็ไม่ยากถ้ามีความพยายาม” คนข่าวสาวกล่าวด้วยสายตาที่มุ่งมั่น

นักข่าวหน้าใส เล่าว่า ทุกวันนี้กำลังเกาะติดในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและบางเรื่องราวไปคาบเกี่ยวกับข่าวอาชญากรรม โดยประเด็นที่กำลังติดตามทำข่าวอยู่ในปัจจุบัน อาทิ คดีทุจริตเงินทอนวัด  คดีทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง ข่าวพนักงานส่งเฟอร์นิเจอร์อ้างเป็นแพะในคดีลักทรัพย์ และข่าวการออกโฉนดที่ดินปลอมของโรงปูนแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี เป็นต้น ทุกเรื่องราวเป็นข่าวที่ชอบมาก เพราะการทำข่าวลักษณะนี้ต้องมีการสืบหาข้อมูลในพื้นที่ และต้องหาข้อมูลมาสนับสนุนให้เห็นภาพความเดือดร้อนที่เกิดจากการขบวนการทุจริตเพื่อสะท้อนความจริงอีกด้านในสังคม เพราะเราอยากทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ธิดาพรทิ้งท้ายถึงน้องๆนักข่าวหน้าใหม่ที่อยากเป็นนักข่าวว่า ถ้าอยากเป็นนักข่าว ไม่จำเป็นต้องเรียนนิเทศศาสตร์  เพราะไม่ว่าจะเรียนอะไรมา เราทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้ ที่สำคัญต้องถามตัวเองก่อนว่าอยากเป็นนักข่าวเพื่อช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม หรือเพื่อทำข่าวไปวันๆ เพราะหากต้องการให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลง ควรนำเสนอข่าวให้รอบด้าน หลายประเด็นที่เกิดขึ้นควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจง ไม่ควรเขียนข่าวด้านเดียว และไม่ควรนำเสนอข่าวเกินความเป็นจริงจนทำให้ข่าวกลายเป็นละคร หากเป็นเช่นนั้นตัวนักข่าวอาจจะสร้างความขัดแย้งในสังคมขึ้นมาเองก็เป็นได้