ว่ากันว่ามี มารขาว-มารดำ ผู้อยู่เบื้องทำปู้ยี่ปู้ยำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย

ร่วมกับกลุ่มอำนาจที่หิวกระหายผสมด้วย “น้ำลายสอพลอ” รอต่อทายาทสร้างวงจรอุบาทว์อยู่ในรั้วสำนักปทุมวันมานานหลายปี

“ฟ้าผ่า” เที่ยวนี้หลายคนภาวนาให้มาช่วยชะล้างสะสางปัญหาที่หมักหมมเต็มไปด้วยโคลนตมทับถมจนเกิด “เมล็ดพันธุ์พิษ”ที่บิดเบี้ยวเที่ยวเกาะกินเก็บเกี่ยวผลประโยชน์นอกระบบเข้ากระเป๋าตัวเอง อวดเบ่งสร้างความยำเกรงในหน่วยงาน

กลายเป็น “เบ้าหลอม” ที่ผิดเพี้ยน ผิดฝา ผิดตัว กำลังเจริญเติบโตงอกงาม ท่ามกลางความล้มเหลวของต้นไม้ใหญ่ไม่อาจแผ่กิ่งใบให้ความร่มเย็นเป็นที่พึ่งพาของประชาชน

ผลผลิตของ “เมล็ดพันธุ์พิษ” อันเกิดจากความวิปริตของการแต่งตั้งโยกย้ายก่อให้เกิดความเลวร้ายระบาดยิ่งกว่า “กาฝาก” คอยสร้างความลำบากแก่คนทำงานชั้นผู้น้อยไปจนถึงผู้บังคับบัญชาชั้นผู้ใหญ่

หลายคนงอกงามข้ามหัวรุ่นพี่ แต่ไม่ได้มี “ฝีไม้ลายมือ” น่าสรรเสริญ นอกจากเดินทางรับใช้ผู้กุมอำนาจหว่านล้อมด้วยเงินทองของบรรณาการเป็นฐานดันตัวเองสู่ความก้าวหน้า

ถึงเวลากลับ “ทำงานไม่เป็น” สั่งงานใครไม่ได้

สุดท้าย “ผู้เป็นนาย” ก็ต้องไปตามหา “พันธุ์ไม้ที่ใกล้ตาย” ขาดปุ๋ย ขาดน้ำ ถูกตัดตอนต้น ปิดช่องทางให้งดงามตามธรรมชาติ เอามาช่วยปัดกวาดจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านตัวเองเหมือนเดิม

ทั้งที่ “ไม้พันธุ์ดี” เหล่านี้ ถึงเวลาคัดสรรตามฤดูกาลในแต่ละปีดันกลับไม่มีใครเห็นคุณค่า

ไร้ราคาต่อรอง “ค่าเก้าอี้” มีดีแค่ “กระโถนท้องพระโรง” รองรับอารมณ์ผู้หลักผู้ใหญ่จิกหัวเรียกใช้แบบ “สั่งแห้ง” ให้ทำงานแบบลืมตาย “ถวายหัว”

ความชั่วไม่มี แต่ความดีก็ไม่ปรากฏในสายตาของผู้กุมอำนาจ

ไม่อาจเจริญงอกงามตามที่วาดหวัง

ใบและต้นเริ่มผุพังตามกระแสมรสุมที่รุมเอา “เมล็ดพันธุ์พิษ” ขึ้นมาเกาะกินล้างผลาญระบบความคิด “ไม้พันธุ์ดี” จำต้อง “ผลิตดอก” บอกราคาของค่าตัว หากจะหวัง “คั่ว” ต้นให้เติบใหญ่ เพื่อให้มีชีวิตยืนยาวต่อไปในทุ่งปทุมวัน

เมื่อถึงวันที่ “ฟ้าผ่า” พวกเขาอยากเห็น “หยาดพิรุณ” หล่นบุญมาจากฟากฟ้าเป็น “ยาถอนเมล็ดพันธุ์พิษ” เด็ดบรรดาผู้อยู่เบื้องหลังสร้างผลผลิตที่วิปริตบิดเบี้ยวมานานหลายปี เพียงแค่เปิดพื้นที่ให้ “ไม้พันธุ์ดี” เติบโตขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น

โตเป็น “ไม้ใหญ่” ที่เต็มไปด้วยกิ่งก้านและใบช่วยให้ความร่มเย็นสร้างความสงบสุขแก่ประชาชน

พวกเขาไม่อยากยืนต้นเป็นพันธุ์ไม้ที่ใกล้รอวันตาย