ตลอด 2 ปี บนตำแหน่งแม่ทัพทำสงครามปราบปรามขบวนการค้ายานรก

พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โชว์ผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม เป็นหัวหน้าหน่วยที่ได้รับคำชื่นชมแก่ชาวบ้านทั้งประเทศ

นับตั้งแต่ “วลีเด็ด” หลังเข้ามานั่งเก้าอี้ผู้นำไม่นาน

“ผมจะทำให้มันจนยิ่งกว่าขอทาน”

แม้การแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ลุกลามไปทั่วทุกย่อมหญ้ายังไม่สำเร็จแบบชะงักงัน แต่เขาสามารถขับเคลื่อนหน่วยให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากขึ้นกว่าเก่า ด้วยสถิติการกวาดล้างยานรกลอตมหาศาลเป็นประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะยอดตัวเลขของยาบ้าที่จับกุมได้ถึง 71,552,470 เม็ด ในห้วงเวลาไม่ถึง 2 ปีจากจำนวนจับกุมรวมทุกหน่วยทั้งหมดทั่วประเทศ 248,884,067 เม็ด

เป็นการทำงานอย่างจริงจังกระทั่งก้าวมาจนภารกิจส่งท้าย

นายพลตำรวจโทมือปราบยาเสพติด “ระดับตำนาน” ผู้นี้ฝากอะไรไว้มากมาย ก่อนตัวเองจะถอดเครื่องแบบและหัวโขน เกษียณอายุราชการสิ้นเดือนกันยายน 2561

 

พลิกโฉมรูปแบบการทำงาน ปัดรังควานขบวนการค้ายานรก

พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข เปิดอกทิ้งไว้แก่นิตยสาร COP’S ว่า การมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด จริงๆ ไม่มีแผนงานอะไร เพราะมาแบบไม่รู้ตัว ไม่คิดว่าจะได้ขึ้นเป็นผู้บังคับบัญชาที่นี่ แต่พอรู้ว่าจะได้มา คิดว่า ต้องมาทำงาน มาจัดการเรื่องข้อผิดพลาดที่ทำมาในอดีต ทำไมเราถึงไม่ทำ เราสู้กันมาตลอด เราจับตัวยาเสพติดได้เยอะแยะไปหมด กลับไม่สามารถบอกได้ว่า เครือข่ายพวกนี้คือ ใคร ไปที่ไหน ใหญ่แค่ไหน สมัยก่อนแทบยังไม่มีใครไปแตะเรื่องทรัพย์ที่ขบวนการเหล่านี้ได้มา ทั้งที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดควรจะทำงานได้มากกว่ากองบัญชาการอื่นเป็นร้อยเท่า เพราะว่าพวกเขาต้องการฐานข้อมูลของเรา

“ในทางตรงกันข้าม เรากลับไม่ได้เป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับกองบัญชาการข้างนอกได้ ผมถึงต้องเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจกับทีมงาน แต่ละกองบังคับการในหน่วย เราใช้เวิร์กชอป ก่อนที่เราจะทำงานทุกงาน ผมในฐานะผู้บังคับบัญชาจะมาเป็นประธาน แล้วก็เอาผู้การมานั่ง เอาแผนที่เชื่อมโยงเส้นทางต่างๆ ให้ผู้การ รองผู้การ และผู้กำกับแต่ละพื้นที่มาคุยให้ฟังว่า จะกำหนดวิธีการทำงานต่อไปในอนาคตอย่างไร ในพื้นที่ที่มีความรับผิดชอบของตัวเอง”

ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดยกตัวอย่างว่า กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 รับผิดชอบกรุงเทพมหานคร พื้นที่ไหนมีข้อมูลอะไรบ้าง เก็บข้อมูลมา บางทีเราไม่จำเป็นต้องจับเอง แค่ชี้เป้าให้เขา ที่สำคัญก็คือ ความสลับซับซ้อนของชุมชนเมืองมีมากเหลือเกิน ถามว่า ทำไมซับซ้อน เพราะมีทั้งหมู่บ้านจัดสรร เป็นคอนโดมิเนียม เป็นอพาร์ตเมนต์เยอะแยะไปหมด ยากต่อการตรวจจับ ยานพาหนะก็มาก เส้นทางการเดินทาง มีทั้งบนดิน และใต้ดินเร็วกว่าเดิม ซับซ้อนกว่าเก่า มีตัวละครเปลี่ยนใหม่ ระหว่างนักเดินยา กับผู้เสพ ยิ่งปัจจุบันขบวนการยาเสพติด ผู้ค้ามีตัวละครใหม่ ส่วนผู้เสพก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตายไปบ้าง ติดคุกบ้าง หลบหนีบ้าง ถูกจับก็ไม่น้อย เวียนว่ายตายเกิดกันอยู่อย่างนี้ คิดอะไรไม่ออกก็ขายยาเสพติด ลงทุนน้อย แต่รายได้งาม ไม่ต้องโฆษณา ทุกคนไม่ต่อราคา

 

ตลอด 2 ปีไม่มีมาสร้างภาพ ตะลุยเดินหน้าปราบปรามอย่างโปร่งใส

เจ้าตัวมั่นใจว่า ตลอด 2 ปีที่ดำรงตำแหน่งทำแผนปฏิบัติการชัยยะสยบไพรีขึ้นมาเชื่อว่า ดีขึ้นกว่าก่อน ที่ตำรวจทำงานเสร็จแล้วก็จบ ไม่เคยบอกกับประชาชนว่า ตำรวจจะไปทำอะไร ทำกับใคร ไม่กล้าพูด แต่ยุคของเรา เรามีการติว เราเชิญสื่อมวลชนมาคุยกันว่า ตำรวจปราบปรามยาเสพติดมีเป้าหมายจะทำอะไร เมื่อคุยให้สื่อมวลชนฟังแล้วเข้าใจ ขอบเขตการทำงานของเราก็ง่ายขึ้น วิธีคิดตรงกัน ไม่ใช่สงสัยว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมตำรวจจับง่ายจัง จับเก่งจัง จับแล้วเอามาเก็บไว้ที่ไหนหรือเปล่า แล้วก็มาสร้างภาพ

“หน่วยงานผมไม่มีแน่นอน เราทำงานโปร่งใสตลอด แม้ปัญหาที่ผ่านมา ยอดจำนวนยาเสพติดอาจเยอะขึ้น มันไม่ได้ผิดปกติ เพราะมันเป็นกลยุทธ์ของผู้ค้า ผู้ค้ามีประสบการณ์สั่งสมมา มีรถนำ รถประกบ รถกัน มีรถแจ้งเตือน มีโทรศัพท์ มีวิทยุ มีสายลับที่เป็นตำรวจ ทหาร อะไรเยอะแยะหมดเลยที่จ้างมา ถึงกระนั้นก็ยังสูญเสียทรัพย์ซื้อยาบ้า ยาเสพติดเข้ามา เมื่อเป็นอย่างนี้ พ่อค้ายาเสพติดจะมีวิธีการอย่างเดียว คือ การลงทุนในระดับสูงขึ้น ลงทุนแบบให้ครบเครื่อง หมายถึงว่า จะมีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์หลายอย่าง เช่น ตัวตัดสัญญาณที่เวลาเข้าพื้นที่แล้วจีพีเอสใช้ไม่ได้” พล.ต.ท.สมหมายอธิบาย

นายพลตำรวจแม่ทัพปราบยานรกบอกว่า คนร้ายพัฒนาเพื่อจะหลีกเลี่ยงการจับกุม เหมือนจะดูจากตำรวจว่า เรามีแผนจับกุมอย่างไร พวกนั้นก็เอาของเราไปเป็นต้นแบบ ทุกวันนี้ กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดพอเจอสิ่งผิดปกติ คือ ถ้าออกนอกเส้นทางที่กำหนดจะยกเลิกง่ายที่สุด ไม่ต้องไปทำอะไรเลย การซื้อขายไม่มีแล้ว ไปหาพื้นที่สำรองเก็บยาของกลางในปริมณฑล สามารถเฝ้าสังเกตได้ ป้องกันไม่ให้โดนปล้น ไม่ถูกเจ้าหน้าที่หักหลัง

 

รับเจ้าหน้าที่รัฐร่วมเอี่ยวแก๊ง ต้องแสดงการกวาดบ้านตัวเองก่อน

ตลอดการทำงาน เขายอมรับมีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับขบวนยาเสพติดจริง  ไม่จำเป็นต้องยศใหญ่โต ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ยศเล็กๆ ทั้งนั้น ทำให้ทุกหน่วยต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ยิ่งยอดการจำหน่ายยาเสพติดปัจจุบันสูง มีการนำเข้าลำเลียงมาจำนวน คนที่จะเข้ามาทำในขบวนการย่อมคาดหวังอยู่แล้วว่า เสี่ยงมาทำ 1 ครั้ง ถ้ารอดก็เกิดแน่นอน ส่งผลให้คนติดกับดักตรงนี้ เมื่อการขนยาเสพติดยากขึ้น ผู้ค้าจะจูงใจให้ราคาสูงขึ้น จากการขายเม็ดละ 50 บาทเป็นเม็ดละ 200-300 บาท ซื้อมา 5 บาท ขาย 200 บาท ถือว่า โคตรกำไร

“ไม่ต้องจ้างดารามาโฆษณา มีแต่ดารามาติด ไม่ต้องจ้างนักร้องก็มีนักร้องมาติด หลายๆ คน ลูกผู้หลักผู้ใหญ่ยังติดกับดักนี้ การแก้ปัญหามันถึงต้องเริ่มต้นที่ตำรวจ การตัดวงจร หรือไม่ตัดวงจร เป็นวิธีการทำงาน ทว่าการดำเนินงานที่จะกวาดล้าง ต้องเริ่มต้นที่พวกเราก่อน ถ้าตำรวจยังถูกคนร้ายมันกวาดต้อนไปเป็นพวก เมื่อไหร่ ยังไงก็ไม่สำเร็จ ผมถือว่า ทุกวันนี้เรายังโชคดีนะที่มีข้าราชการที่ดีเยอะ ถ้าทุกคนคิดเหมือนคนร้ายหมด ยุ่งเลย ประเทศไทยแย่”

“ ผมคนเดียว คิดว่า ผมได้ปลุกให้คนไทยได้มาสนใจเรื่องยาเสพติดแล้ว แต่คนเก่งๆ มีเยอะแยะ ต้องช่วยกันกระตุกหลายๆ คน เอาอยู่แน่นอน มันไม่ได้เก่งกว่าเรา เพียงแต่ว่าเราโลภกับสิ่งที่เกิดขึ้น เห็นว่า ได้เงินเยอะ กลับไม่ได้สนใจว่า ครอบครัวคนอื่นจะฉิบหายยังไง สนใจแต่ให้ลูกเรียนดี มีข้าวกิน มีเงินใช้ มีรถหรู คุยกันในลักษณะของผู้มีอันจะกินทั้งหมด จริงๆ มันไม่ใช่ มันก็คือ โจร โดยเฉพาะตอนนี้ลงไปถึงเด็กแล้ว เด็กวิ่งขาย” ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดแสดงความเห็นจากที่สัมผัสมา

ยังทำไม่เสร็จอีกหลายเรื่อง หากให้เฟื่องควรขยายต่อเนื่องทุกโรงพัก

ถามว่าเหนื่อยหรือไม่ พล.ต.ท.สมหมายยืนยันเป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดว่า เหนื่อย ถ้าเหนื่อยนอนหลับ ตื่นมาก็ว่ากันใหม่ ก็แค่นี้ เราเป็นข้าราชการแล้วบ่นว่า เหนื่อย คงอยู่ตรงนี้ไม่ได้ เหนื่อยทั้งนั้นแหละ หายใจก็เหนื่อย ทำงานรับผิดชอบตรงนี้ 2 ปี ไม่ถือว่า น้อยไป ถึงอย่างไรก็ได้แค่นี้ ต้องโทษตัวเราเอง อย่าไปโทษคนอื่นเขา เราทำได้แค่นี้จริงๆ คนอื่นอาจจะดูมีเวลาอีก 2-3 ปี ก็ว่าไป ของเราแค่ไหนก็แค่นั้น ทำให้ดีที่สุด มีอะไรที่ยังทำไม่เสร็จอีกเยอะ ตรงที่ว่า จะทำอย่างไร ชาวบ้านใช้บริการตำรวจเราได้เยอะขึ้นมากกว่า

นายพลมากประสบการณ์ปราบปรามวัยใกล้เกษียณมีความคิดว่า  ถ้ายังไม่ทำให้ตำรวจ มีหน่วยปราบยาเสพติดตามภูธรจังหวัดต่างๆ แยกออกเป็นหน่วยของโรงพัก ของภูธรจังหวัด เราสู้ขบวนการค้ายาเสพติดไม่ไหวแน่ เพราะผู้ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไม่มี มีกองบังคับการสืบสวน กองกำกับการสืบสวนก็จริง แต่มีคดีลัก วิ่ง ชิง ปล้น คดีฆ่าเต็มไปหมด ทั้งที่ องค์กรอาชญากรรมโลกเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดหนักมาก เรายังไปสนใจเรื่องลัก วิ่ง ชิง ปล้น กันอยู่ นี่คือ ความแตกต่างกัน

“ผมเตือนเรื่องบิทคอยน์มานาน ตั้งแต่ผมเริ่มต้นจับ ก่อนเงียบไป โผล่มาอีกทีมีดาราเข้ามาเกี่ยวข้อง เงินตระกูลบิทคอยน์สร้างมาเพื่อจะหลบเลี่ยงภาษี  ตรวจยึดไม่ได้ ไม่มีที่มา ไม่รู้บัญชีของใคร บัญชีของคนซื้อบิทคอยน์ต้องติดต่อกันเป็นพิเศษ ไปดูก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร คนร้ายจะฉลาดที่คิดตรงนี้ การพัฒนาของขบวนการเหล่านี้จะเข้าไปถึงการค้าอาวุธสงคราม ค้ายาเสพติดทุกชนิด ค้ามนุษย์ ค้าอะไรก็ได้ที่มีเงินเยอะๆ แล้วไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่รัฐตามได้”

 

ฝากถึงแม่ทัพที่จะมาใหม่ ขอให้ใจสู้เพราะดูเป็นของแพงไปแล้ว

นับถอยหลังก่อนถึงวันถอดหัวโขน พล.ต.ท.สมหมายมีสิ่งที่อยากจะฝากคนที่จะมาทำหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดคนใหม่ว่า อยากให้ทำเต็มที่ ประชาชนฝากความหวังและดูอยู่ อาจจะต้องเหนื่อย เพราะประชาชนคาดหวัง ถามว่า ตัวเองกังวลหรือไม่ที่จะเกษียณราชการ ไม่กังวล เพราะตำรวจต้องทำได้ทุกอย่าง “ผมไม่เคยอยู่ที่นี่ ผมยังทำได้เลย คนอื่นที่เคยอยู่แล้วเคยทำงานหนักมากกว่าผมก็น่าจะทำงานได้ อยู่ที่ใจอย่างเดียว ใจสู้ อย่าไปคิดมาก อย่ากลัว”

“ บางคนเดินออกไปข้างนอก ชาวบ้านเจอเห็นว่า เรามาคนเดียว ถามว่า ไม่กลัวหรือ อาจคิดหดหู่ เพราะว่า เป็นผู้ไล่ล่า พอไม่มาจับปืนกลายเป็นคำถามไม่กลัวถูกล่าบ้างหรือ  ถ้าเป็นอย่างนั้น แล้วใครจะมาทำ   คนเก่ง มีแขนสองข้าง เท้าสองข้าง ไม่ได้มี 5 หัว เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมคิดว่า ใครก็ได้ที่จะมาทำหน้าที่แทนผม แต่ต้องตั้งใจหน่อยละกัน ผมมาอยู่ตรงนี้ มันกลายเป็นของแพงไปแล้ว ถือว่า มีมาตรฐาน คุณจะบอกว่า คุณรักประชาชน แต่ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไร ชาวบ้านจะเชื่อหรือ เหมือนเป็นทางรถไฟคู่ขนาน ไม่มีทางบรรจบกันได้ อะไรนิดอะไรหน่อยโดนแล้ว โดยเฉพาะตำรวจ เป้าหมายหนักมาก ต้องดูแลลูกหลาน”

พล.ต.ท.สมหมายมองอีกว่า ไม่มีใครเก่งที่สุด รูปถ่ายในห้องประชุมใหญ่ ท่านที่มาเป็นผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มีฝีมือทั้งนั้น  แต่บางครั้ง บางสมัยอาจมีความกดดันบ้าง ทั้งทางการเมือง บางครั้งก็เรื่องของพื้นที่ แตะอะไรก็ไม่ได้ บางครั้ง ต้องไปเจอพวกทีมอาชญากรที่ชาญฉลาด ต้องการบล็อกเราไม่ให้เราขยับ ถ้าเราแกะตรงนี้ไม่ได้ก็ติดกับ ทำอะไรไม่ได้ ลืมไปว่า มนุษย์เราชอบคิดว่า ตัวเองเก่งอยู่คนเดียว ไม่มีรุ่น ไม่มีเพื่อน ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง ยืนอยู่คนเดียว

 

ชี้การจะขับเคลื่อนได้ดี ต้องมีผู้บังคับบัญชาลงไปเล่นด้วย

“ผมถึงบอกลูกน้องว่า ยังมีเพื่อน มีน้อง มีรุ่น ไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นเมื่อไม่ไหว บอกมา เดี๋ยวจะไปช่วย” นายพลตำรวจโทผู้กำลังจะกลายเป็นตำนานน้ำเสียงจริงจังเล่าต่อว่า เวลาทำงานกลางคืน เราจะมีไลน์กลุ่มตาวยทั้งภูธร ทั้งโรงพัก เมื่อเราเห็นผลงานพวกเขา เราก็ส่งข้อความแสดงความยินดีแก่ตำรวจที่ทำงาน แค่นี้พวกเขาก็มีความสุขแล้ว เพราะรู้ว่า เราดูเขาอยู่ เป็นการให้กำลังใจอีกแบบ

ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดกังวัลแค่ว่า การจับกุมยาเสพติดที่ผ่านมาแต่ละครั้ง ยึดทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 100-200 ล้านบาท คนร้ายทำตัวซอมซ่อ ทำตัวจน แต่มีเงิน ไม่ใช่มีอิทธิพลอะไร เพียงแค่ใช้เงินซื้อได้  “วันนี้ใครจะมองประเทศไทยยังไง ผมไม่รู้นะ แต่ในฐานะที่ผมเป็นคนไทย และเป็นตำรวจไทย ผมเชื่อว่า สถานการณ์การปราบปรามยาเสพติดดีขึ้นเยอะ เราจับในสิ่งที่คนอื่นจับไม่ได้ เราทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ แล้วก็ทำให้เห็นแล้ว หลายๆ คน หลายๆ องค์กรก็มาช่วยเราทำอีก ผมว่า มันดีขึ้นนะ สมัยก่อน คุณได้อะไรมา คุณยังไม่รู้เลยจะไปทางไหนยังไม่รู้ คุณจับได้มาแถลงข่าว ไม่รู้เลยว่ามันจะไปที่ไหน ใครเป็นคนสั่งซื้อ สั่งขาย แล้วจะยึดทรัพย์ใคร”

“ทุกวันนี้ที่การขับเคลื่อนดีขึ้น เพราะผู้บังคับบัญชาต้องเล่นเอง ต้องรู้ทุกเรื่อง แต่อย่าเยอะ สั่งเยอะ ลูกน้องทำไม่ไหว เอาแบบเนื้อๆ แล้วให้เขาคิดเอง ให้เขาทำ ทำแล้วสบายใจ ถ้าไม่สบายใจ ยกเลิก เพราะบางทีหมายจับยังขอไม่ได้ รู้ว่า ไอ้นี่เด็กใคร เดี๋ยวถ้าเลือกตั้งเมื่อไหร่จะรู้ว่า เด็กใคร เพราะมันจะฟ้องแหลกลาญ ล็อกที่ยาก คือ เมื่อมีนักการเมืองเข้ามามีผลประโยชน์ มีอำนาจเข้ามา มันจะเข้าไปเกาะเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ คนต่อไปจากผมถึงต้องเหนื่อย ไม่ต่างผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง”

 

สร้างต้นแบบให้หน่วยอื่น ยื่นแฟ้มโบแดงปล่อยแสงให้เห็น

ย้อนถึงการทำงานบนเก้าอี้แม่ทัพ พล.ต.ท.สมหมายว่า สามารถจับกุมยาบ้าไม่ต่ำกว่าร้อยล้านเม็ด จับทุกมิติ  จับให้ตำรวจภูธรภาคต่างๆ ดูเราเป็นตัวอย่างว่า ขีดจำกัดแค่ไหนที่เรารับไหว หรือไม่ไหว ถ้าเราจับได้ก็จะเป็นตัวอย่างให้ระดับภาคเห็น ต้องยอมรับความเจริญของบ้านเมือง ความเจริญของถนน รถยนต์  เทคโนโลยีการสื่อสาร เครื่องบินก็ดีถึงหมดแล้ว เมื่อมันถึงหมดการขนย้ายยาเสพติดไม่ใช่เรื่องยาก การจับกุมหลักแสนหนึ่ง สองแสน เป็นห้าแสน เป็นล้าน แล้วก็เป็นสิบล้าน หรือ 15 ล้านเม็ด เปรียบกับต่างประเทศจับโคเคน 20 ตันไม่น่ากลัวกว่าหรือ

พล.ต.ท.สมหมายย้ำว่า เราโชคดี เพราะเราไม่ได้มีมาเฟียเหมือนต่างประเทศ  พวกแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติไม่กล้ามาทำแบบนี้ในไทย ถือว่า ตำรวจเราใช้ได้ แม้สุดท้าย เราห้ามเสพไม่ได้ ห้ามขายไม่ได้ แต่เราต้องควบคุมได้ เหตุผลที่ทำให้ขบวนการค้ายาเพลี่ยงพล้ำ คือ เราสามารถจับเล่าต๋า แสนลี่ได้ พอเราจับเล่าต๋า เหมือนเป็นแม่ทัพกองพล 95 ของว้า ทีมนักรบพวกนี้ พอระดับแกนถูกทำลายก็หาตัวไม่ทันนะ หาตัวที่จะเข้ามาควบคุมงานนี้โดยตรง

“เพราะฉะนั้น ตอนนี้ใครใคร่ซื้อๆ ใครใคร่ค้าๆ แต่ไปขนเอาเอง มีเหตุการณ์ที่เยอะๆ ทุกวันนี้ เพราะมันเสรี แต่ละพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ไม่สามารถจะทำธุรกิจการค้าอะไรได้ นอกจากค้ายาเสพติดยังไงก็กำไร ตรงนี้เรามีแผนผังโครงสร้างหมดแล้ว ตั้งแต่ นายทุนผู้ผลิตที่เราจับกุมได้หลายแก๊งเป็นกลุ่มธุรกิจในมาเลเซีย หรือกลุ่มนายทุนฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา”  ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดแสดงภาพให้เห็นชัดว่า จากที่ชาวบ้านไม่เคยรู้จักไชยชะนะ คือ ใคร ตอนนี้ทุกคนรู้จักแล้ว รถหรูเริ่มต้นมาอย่างไร ทุกคนเริ่มรู้แล้วถึงขบวนการที่เข้ามาพัวพันยาเสพติด คนไทยฉลาดขึ้น คิดว่า เราคงทำให้เขาเลิกไม่ได้ แต่ชะลอตัวได้

 

ส่งท้ายทำลายเครือข่าย “มันทุกเม็ด” เปลี่ยนกลเม็ดขายตรงผ่านโลกโซเชียล

ทว่าที่น่ากลัวจะเป็นลักษณะธุรกิจขายตรงที่ทีมงาน พล.ต.ท.สมหมาย เพิ่งบุกทำลายเส้นทางการเงินตามแผนชัยยะสงบไพรี 61/7 ส่งท้ายเก้าอี้ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นเครือข่าย “มันทุกเม็ด” หนีจากประเทศไทยไปอยู่เมียนมา นอนอยู่โรงแรมสั่งการส่งของมาให้สมาชิก ติดต่อสื่อสารทางโซเซียลมีเดียผ่านเฟซบุ๊ก ชักชวนคนทั่วไปที่สามารถเข้าถึงการใช้อินเตอร์เน็ตได้ ให้เป็นตัวแทนในการขายยาเสพติด มีโปรโมชั่นต่าง ๆ ยั่วยวนให้กลุ่มลูกค้ามาร่วมธุรกิจค้ายานรก เช่น การให้ยาเสพติดไปขายก่อนแล้วจ่ายเงินทีหลัง หรือการสั่งซื้อยาเสพติดจำนวนมากก็จะลดราคาให้เป็นพิเศษ ส่งผลให้เกิดเป็นการกระจายจุดขายยาเสพติดรายย่อยไปได้ทั่วประเทศโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน

จากการสืบสวนของตำรวจปราบปรามยาเสพติดทราบว่าเครือข่ายมันทุกเม็ด มี นายปัณณวิชญ์ หรือหนุ่ม ประทุม มีชื่อในวงการยาเสพติด โก๋ หรือแก่ ชาวจังหวัดพิจิตร นำยาบ้าจากกลุ่มเพื่อนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกมาจำหน่ายในบ้านเกิดจนยาเสพติดแพร่ระบาดอย่างหนักในชื่อกลุ่ม “มันทุกเม็ด” พอถูกตำรวจรุกหนักจึงหลบหนีหมายจับออกไปอยู่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และรู้จักกับนายวีระ หมื่นจะดา นักค้ายาเสพติดรายสำคัญที่หลบหนีหมายจับอยู่ที่นั่นนำยาบ้าส่งกลับมาให้สมาชิกในเครือข่ายจำหน่ายเช่นเดิม

เครือข่าย “ มันทุกเม็ด” เปลี่ยนวิธีการติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับลูกค้า หันมาใช้สื่อทางเฟซบุ๊กขานตรงกับกลุ่มลูกค้า สร้างกระแสในโลกออนไลน์จับคู่มวยระหว่าง “เสี่ยโป้” นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ ปะทะ ‘อิกคิวซัง ก.รุ่งธนเกียรติ’ นักมวยไทยไฟต์คนดัง วางเงินเดิมพันกันเป็นยอดหลักล้านบาท  มีนายปัณณวิชญ์ หัวหน้าแก๊งลงเฟซบุ๊กไลฟ์นำเงินมาตั้งโชว์จำนวนหลายล้านประกาศเป็นเงินเดิมพัน

 

แฉระบบสั่งการกลุ่มใหญ่ จำเป็นต้องไล่กำราบปราบให้เกลี้ยง

ขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ได้สร้างเครือข่ายใหญ่ มีนายทุนรับฟอกเงินยานรกผ่านธุรกิจปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย หรือร้านจำหน่ายอะไหล่ยางรถยนต์ ปิดบัญชีธนาคารทำธุรกรรมหลายบัญชี แต่ละวันเม็ดเงินโอนเข้าฝากมาจากสมาชิกรายย่อยหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมเป็นจำนวนนับร้อยล้านบาท มีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการแบ่งหน้าที่กันเป็นกลุ่มสั่งการ ทำหน้าที่จัดหายาเสพติด ประสานการลักลอบลำเลียงนำเข้า และโพสต์เฟซบุ๊กขายยาเสพติด ก่อนควบคุมบัญชีธนาคารรับเงินค่ายาเสพติด

อีกกลุ่มลำเลียง จัดเก็บยาเสพติด ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนนำมากระจายจัดเก็บไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ และกระจายยาเสพติดให้กับลูกค้า นอกเหนือจากนี้ยังมีกลุ่มการเงินในประเทศ ทำธุรกรรมบัญชีกลางที่รวบรวมเงินค่ายาเสพติดจากบัญชีกลุ่มผู้สั่งการกระจายเงินให้เครือข่าย อีกทั้งกลุ่มฟอกเงินผ่านเครือข่ายไปทำธุรกิจในหลายประเภท รวมถึงกลุ่มสนับสนุน ทำหน้าที่หาจัดหาบัญชีธนาคารไปใช้ในการทำเงินยาเสพติด และกลุ่มทวงหนี้ค่ายาเสพติด

ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ขยายฉากสะท้อนถึงเครือข่ายมันทุกเม็ดจะไม่มีงานทำ แค่แอดไลน์ไว้ แล้วบอกว่า มีความสามารถจะขายยาบ้าวันละกี่เม็ด กลุ่มสั่งการจะส่งยามาให้ขาย ขายเสร็จ ถ้าทำยอดได้ดี ส่งตรงเวลาจะบวกให้อีกเพื่อสร้างแรงจูงใจตามแบบธุรกิจขายตรง หากส่งผิดเวลา หรือเจตนาเบี้ยว จะมีกลุ่มทวงหนี้ส่งนักเลงมาทำร้าย ก่อนประจานผ่านเฟซบุ๊กกลุ่มเพื่อเตือนแก่คนคิดจะหักหลัง  “แก๊งมันทุกเม็ด ถึงเริ่มน่ากลัว ผมกลัวว่ามันจะเข้าไปในสถานศึกษา เด็กนักเรียน นักศึกษาทั้งหลาย ต้องมีพ่อแม่ผู้ปกครองส่งเงินให้ใช้ เมื่อมาติดยาเสพติดและหลงเข้าไปร่วมขบวนการ ลำบากพ่อแม่นะ เราถึงต้องกำจัดตัดวงจรให้หมด”

 

ที่ผ่านมาแม้ไม่ชนะ แต่ไม่แพ้ แค่อย่าทำตัวแย่ในสายตาของประชาชน

“ช่วง 2 ปีที่ผมทุ่มเททำงานมา คิดว่าไม่ชนะ แต่ไม่แพ้ ผมถือว่า เราไม่ต้องชนะมันหรอก แบบมวย เราต่อยบ้าง โดนต่อยบ้าง ไม่ใช่ฟุตเวิร์กอย่างเดียว ไม่ต่อยเลย ชาวบ้านดูจะว่า เอามวยแบบนี้มาอีกแล้ว เราจะเก่งไม่เก่ง เราก็ต่อยของเราตลอด มันจะแย็บ มันจะฟุตเวิร์กเก่งขนาดไหน ถ้าเขาต่อยเราไม่ถูก เราจะกลัวอะไร ผมไม่อยากว่า เราแพ้หรือชนะ เพราะว่า ถ้าเราชนะ มันต้องหยุด ขอชนะแค่เดือนหนึ่ง ให้มันหยุดสักเดือนหนึ่งได้ไหม โลกทั้งโลกนี่คงสะอาดขึ้นแล้ว คุณจะสบายใจว่า ผับทั้งหลายจะไม่มียาเสพติด นั่นคือหยุดแล้ว ทุกวันนี้เราจับแทบตาย หาไม่ได้เลย ดันไปเจอในผับ”

“ ความภูมิใจตลอด 2 ปี คือ ได้ทำงาน ได้เห็นว่า ประชาชนรักตำรวจยังไง แล้วเกลียดตำรวจยังไง มีข้อเปรียบเทียบชัดเจน ผมบอกเสมอ ประชาชนไม่ได้เกลียดเรา แต่โกรธเราเพราะช่วยไม่ได้บางเรื่อง เมื่อโทรศัพท์มาแจ้งตรงนั้นตรงนี้ค้ายาเสพติด กลับไม่เห็นมีตำรวจมาจับเลย ลองคิดดูสิว่า ใจร้ายขนาดไหน  มาตรฐานที่วางไว้ ผมก็ไม่ได้บอกว่า ต้องสัมฤทธิ์ผล เพราะชาวบ้านเขาดูอยู่ ถ้าชาวบ้านชอบใจมาตรฐานที่เราทำไว้ ถือว่ามีประโยชน์ แต่ถ้าที่เราทำไว้แล้วชาวบ้านเขาเฉยๆ ไม่ถูกใจ ไม่รู้ว่า ชัยยะ 60/1 คืออะไร ก็แสดงว่าเราไม่สามารถสื่อสารกับเขาเข้าใจได้ เราต้องกลับไปคิด”

พล.ต.ท.สมหมายว่า ทำทุกวันนี้ คือ อยากจะคุยกับชาวบ้านรู้เรื่อง ไม่ใช่แค่ตำรวจไปจับคนร้ายแล้วมาแถลงข่าวก็จบ เครือข่ายยาเสพติดไม่ใช่แบบนั้น สมมติเราจับในพื้นที่บางเขน ต้องรู้ว่า ไปขายให้ใครบ้าง ขยายผลไปเรื่อยๆ ไม่ใช่จับแล้วจบ จับแล้วเหมือนลัก วิ่ง ชิง ปล้น ที่ตัวละครไม่ซับซ้อน บางทีชาวบ้านก็ไม่รู้ “ ผมมองว่า ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ตื่นเต้นกับเรื่องพวกนี้ ชาวบ้านก็เหนื่อยมากขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านอาจจะเกเรบ้างบางเรื่อง เมา เกเร เสพยา แต่เขามีตำรวจไปจับ ไม่ได้มีตำรวจเป็นพวก ไม่จับเขา ตำรวจมักไม่ค่อยทำ หรือทำนิดทำหน่อยก็บอกว่า ทำแล้ว จับครั้งเดียวมาแถลงข่าวแล้วจบ ไม่ต้องทำอะไรต่อ แบบนี้ไม่ต้องมีตำรวจดีกว่า”

 

วาดฝันให้ช่วยกันทำต่อไป ถ้าไม่สู้ ควรเปลี่ยนตัว อย่าอยู่

นายพลมือปราบนักบู๊คาดหวังว่า ตำรวจปราบปรามยาเสพติดควรจะมาทำงานที่ยากขึ้น ควรจะมาชี้นำให้เห็นถึงโครงข่ายขบวนการยาเสพติด อะไร คือ หลักฐานที่ต้องไปเก็บ ตลอด 2 ปีที่ทำมา เราถึงรวบรวมข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลโยงใยได้หมด เราลงไปข้างล่างได้ว่า ใครไปแตะบ้าง ทว่าบางอย่างเราพูดอะไรมากไม่ได้

“เมื่อผมเกษียณไปแล้ว อยากฝากไว้ว่า กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดต้องจับต่อไป เพราะว่า ตำรวจเรา มันมีตัวตายตัวแทน ผมไป คนอื่นก็มา กฎหมายมันก็ต้องเดินของมันอยู่ ไม่ใช่ผมทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ต้องช่วยกันทำ  ถ้าคุณไม่ทำ คุณก็เหนื่อย ใครมาไม่ทำก็เหนื่อย ไหนๆ ต้องเหนื่อยอยู่แล้ว ก็ทำไปเถอะ ใจไม่สู้ เปลี่ยนตัว อย่าอยู่ ผมเชื่อว่า มีข้าราชการหลายหน่วยงาน ที่อยากเห็นเราทำให้ดีกว่านี้ แล้วเขาพร้อมจะช่วย ขอให้ทำอย่างสนุกอย่างเดียว”

“ ทุกวันนี้เรามีทั้งอัยการ และศาลช่วยเรา ตำรวจปราบปรามยาเสพติดที่แข็งแรงได้เพราะ 2 หน่วยหลักนี้คุยกันรู้เรื่อง เอาพยานมาตีแผ่ให้ดูว่าเราจะไปยังไง ผู้พิพากษาท่านเมตตาหมด เข้าใจเรา ฝ่ายอัยการก็เตรียมสำนวนให้เราดีมาก หลายคดีถึงประสบความสำเร็จพิสูจน์กระบวนการยุติธรรมในวันพิพากษาตัดสินลงโทษกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด” พล.ต.ท.สมหมายทิ้งท้าย

 

ย้อนทางเดินชีวิตราชการ ก่อนเกษียณการทำงานสิ้นเดือนนี้

สำหรับเส้นทางชีวิตของ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข เริ่มต้นที่อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นเพตระกูลชาวนา พ่อเป็นอดีตทหารร่วมรบสงครามเกาหลี เข้าโรงเรียนเทศบาลวัดมกุฏกษัตริยาราม แค่ปีเดียวเปลี่ยนเข้าโรงเรียนเซนต์จอห์นถึงมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก้าวสู่รั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 34 ประเดิมตำแหน่งรองสารวัตรทำหน้าที่ผู้หมวดชุดโจมตีโรงพักปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เกือบปี ย้ายเป็นรองสารวัตรสืบสวนสอบสวนเมืองนครราชสีมา ได้ “อินทรีอีสาน” พล.ต.อ.บุญทิน วงศ์รักมิตร เป็นปรมาจารย์ต้นแบบการทำงานบู๊บุ๋นครบเครื่อง ไต่เต้าทำผลงานอยู่ดินแดนอีสานใต้จนขึ้นเป็นผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3

 ปี 2545 ออกนอกถิ่นถนัดเลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เป็นรองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 4 รองผู้บังคับการศูนย์สืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ดูแลงานด้านปราบปรามยาเสพติด และรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนขยับกลับมาเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยโสธร ขึ้นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ปีเดียวไปนั่งตบยุงเป็นผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 3 เพราะพิษการเมืองเปลี่ยนขั้ว

พลิกชีวิตอีกครั้งเป็น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่จนขึ้นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แล้วย้ายเป็นรองผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านวิเคราะห์งานบุคคล) เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สุดท้ายได้รับความไว้วางใจให้มาคุมทัพกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดนาน 2 ปี ก่อนเกษียณอายุราชการ

“ทั้งหมดที่ผ่านมา คือ กำไรแล้วชีวิต” เจ้าตัวว่าอย่างนั้น