รรยากาศข่าวสารการเมืองทั้งบ้านเรา และหลายประเทศ ดูร้อนๆ ..จึงถือโอกาสผ่อนคลายด้วยการหานิยายสนุกๆ แนวนิทาน อ่านแก้เครียด!! จนได้มีโอกาสอ่านเรื่องย่อ จากนิยายสั้นชื่อ ANIMAL FARM : A FAIRY STORY” เขียนโดย GEORGE ORWELL .. เนื้อหาเล่าเรื่องวุ่นๆในฟาร์มสัตว์ … สนุก ร่วมสมัย จนแทบไม่น่าเชื่อว่า ออกตีพิมพ์ครั้งแรก เมื่อ 74 ปีที่แล้ว ( 17 สิงหา 2488 )… จนอดใจ เอามาย่อเล่าให้ฟังก่อนนอน..ไม่ได้!!!

———————–

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว….

มีฟาร์มสัตว์ ของ นายโจนส์ เขาเลี้ยง หมู ม้า แกะ ไก่ หมา และ ลา มีชื่อฟาร์มว่า”แมนเนอร์ฟาร์ม”

นายโจนส์ เป็นคนขี้เมา และเลี้ยงสัตว์แบบใช้งานกดขี่ ปราศจากความเมตตา

จนค่ำคืนหนึ่ง เฒ่าเมเจอร์ หมูเก่าแก่ที่สัตว์ทุกตัวนับถือ ได้ลึกขึ้นมา..ปลุกอุดมการณ์ของเหล่าสัตว์ว่า

” มนุษย์เป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวที่ดีแต่บริโภคใช้งาน แถมยังกดขี่สัตว์ให้ทำงานแลกกับส่วนแบ่งอันน้อยนิด แต่กอบโกยผลผลิตไปแต่เพียงผู้เดียว”

ผลจากการปลุกอุดมการณ์ สัตว์ทั้งหมดต่างพากันลุกฮือ ขึ้นมาก่อการปฏิวัติ…แต่การได้มาซึ่งชัยชนะ ก็ไม่ทันที่ เฒ่าเมเจอร์ ได้ทันเห็น เพราะตายจากไปด้วยความชรา

สัตว์ทุกตัว ต่างมีเป้าหมายของการปฏิวัติตรงกันคือ “อิสรภาพ!!”

“ริบบิ้นผูกคอ ปลอกคอ”ที่มนุษย์นำมาใส่คอสัตว์ คือ สัญลักษณ์ของความเป็นทาส !!

ในที่สุด !! เหล่าหมู ซึ่งถือกันว่าเป็นสัตว์ที่ฉลาดที่สุดในบรรดาสัตว์ในฟาร์ม ได้ถือโอกาสเป็นกลุ่มนำ และตั้ง”ลัทธิสัตว์นิยม”  มี หมู เป็นแกนนำ 3 ตัว คือ

นโปเลียน  สโนว์บอล  และ สเควลเลอร์

หลังการปฏิวัติสำเร็จของเหล่าสัตว์.. นายโจนส์ถูกขับไล่ออกไปจาก “แมนเนอร์ฟาร์ม” และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “แอนิมอลฟาร์ม”

กลุ่มหมูแกนนำ ได้บัญญัติหลักแนวคิดลัทธิสัตว์นิยม ออกมาเจ็ดประการ คือ

  1. ใครเดินด้วยสองขา คือศัตรู 2. ใครเดินด้วยสี่ขาหรือมีปีก คือมิตร 3. สัตว์จะต้องไม่สวมเสื้อผ้า 4. สัตว์จะต้องไม่นอนบนเตียง 5. สัตว์จะต้องไม่ดื่มเหล้า 6. สัตว์จะต้องไม่ฆ่าสัตว์ด้วยกันเอง 7. สัตว์ทุกตัวมีความเท่าเทียมกัน

ภายใต้คติพจน์ที่ว่า “สี่ขาดี สองขาเลว”!! บรรดาแพะ ต่างร้องเชียร์ ”

สี่ขาดี สองขาเลวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

” สร้างบรรยากาศ ระบบการปกครองใหม่ ของ “แอนิมอลฟาร์ม ” ให้ตื่นตัวกับชีวิตใหม่ที่ต้องดีกว่าเดิม ของหมู่สัตว์ในฟาร์ม

บรรดาแกนนำหมู ถือกันว่าเป็นสัตว์ที่ฉลาดที่สุด ทำหน้าที่เป็นผู้นำ ปกครองควบคุมกำกับสัตว์อื่น ๆ ไปโดยปริยาย

สโนว์บอล เป็นนักพูด มีลีลาในการปราศรัย ได้รับเลือกจากเสียงส่วนใหญ่ให้เป็นผู้นำฟาร์ม เขาประกาศตั้งสภาแอนิมอลฟาร์ม และให้ประชุมพิจารณานโยบาย ทุกวันอาทิตย์ โดยมี นโปเลียน เป็นแกนนำในการหาเสียงสนับสนุน

รัฐบาลแอนิมอลฟาร์ม ได้รับเสียงเชียร์จากบรรดาสัตว์ในฟาร์ม โดยเฉพาะพวกแกะ ที่ชอบเอาคติพจน์ มาร้องประสานเสียงกันว่า “สี่ขาดี สองขาเลว” เป็นการประจบเอาใจ ระหว่างที่ สโนว์บอล อภิปรายเสมอๆ จนดูไม่มีกาละเทศะ !!

ผู้นำ สโนว์บอล … ได้ประกาศนโยบายแรก เรื่องการเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยพูดปลุกเร้าว่า ” ยุคของ แอนิมอลฟาร์ม ต้องมีการเก็บเกี่ยวอาหาร ให้เร็วกว่า ยุคของโจนส์และลูกน้องของมัน ที่เคยทำไว้” และมอบให้ นโปเลียน กำกับดูแลผลผลิตที่ได้จากการเก็บเกี่ยว เช่น ข้าว หญ้า นม ผลไม้ ต่างๆ โดยให้มีการแบ่งปันแก่สัตว์ทุกตัวอย่างเท่าเทียมกัน

สัตว์ทุกตัว ดีใจ ตอบรับตามนโยบาย ต่างพากันขยันขันแข็ง ช่วยกันเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยเฉพาะ ม้าบ็อกเซอร์ ถึงกับเอ่ยปฏิญาณตนหนักแน่นว่า “ข้าจะทำงานให้หนักขึ้น” โดยเชื่อว่า ผลตอบแทน จะกลับคืนมาที่สัตว์ทุกตัว คุ้มค่าต่อการทุ่มเททำงาน

การบริหารงานของ แอนิมอลฟาร์ม ดำเนินไปสักระยะหนึ่ง เริ่มมีกระแสเกี่ยวกับความผิดปกติ ในการจัดการผลผลิต ที่ไม่เป็นไปตามหลักการ เดิมที่ประกาศว่า ” จะมีการแบ่งปันผลผลิตแก่สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน ”

โดยพบว่า….” น้ำนมและแอปเปิ้ล ถูกลำเลียงไปเก็บที่ห้องของพวกหมู ”

หมูสเควลเลอร์..ต้องออกมาชี้แจงต่อบรรดาสัตว์ว่า  ” การเก็บนม และแอปเปิ้ล ของหมูนั้น ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวและใช้อภิสิทธิ์พิเศษเหนือสัตว์อื่น… เพราะ หมู ไม่ได้ชอบกินนมและกินแอปเปิ้ล แต่เนื่องจากเหล่าหมูเป็นสัตว์ที่จำเป็นต้องใช้สมอง ต้องฝืนกินนม กินแอปเปิ้ลรักษาสุขภาพของตนเอง เพื่อมีกำลังสมอง และสุขภาพที่ดี ในการสร้างแอนิมอลฟาร์มให้เข้มแข็ง ” …และอ้างว่า ความเข้มแข็ง ทำให้แอนิมอลฟาร์มดำรง อยู่ได้โดยไม่เสื่อมสลาย… และขู่ทิ้งท้ายว่า คงไม่มีใครอยากให้นายโจนส์ กลับมาหรอกใช่ไหม??

คำขู่ ของ สเควลเลอร์ ได้ผล !!! เพียงแค่พูดชื่อนายโจนส์ สัตว์ทุกตัวก็หัวหดและ สุดท้าย ก็จำต้องยอมรับโดยปริยายว่า น้ำนมและแอปเปิ้ล จะสงวนไว้เพื่อพวกหมูเท่านั้น!!

บรรยากาศความไว้วางใจในฟาร์ม เริ่มมีรอยร้าว…และเริ่มสู่บรรยากาศของความความขัดแย้ง

จนความขัดแย้งครั้งใหญ่ ระเบิดขึ้นเมื่อ สโนว์บอล ประกาศในที่ประชุมสภาแอนิมอลฟาร์ม ว่า ควรจะสร้างกังหันลมเพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้าทดแทนแรงงานสัตว์และให้พลังงานแก่เครื่องทำความอบอุ่นในหน้าหนาว

หลังจากมีกังหันลมแล้ว สัตว์ทุกตัวจะสบายขึ้น และทำงานน้อยลงเหลือเพียง 3 วันต่อสัปดาห์…

แต่นั่นต้องใช้แรงงานสร้าง 1 ปี!!!

ในการประกาศนโยบายของ สโนว์บอล ครั้งนี้ .. มีข้อสังเกตว่า นโปเลียน นั่งนิ่งเงียบในที่ประชุม ไม่เสนอแผนการใด ๆ และพูดว่า สิ่งที่สโนว์บอลทำจะต้องล้มเหลว…

ในช่วงระหว่างวันรอลงคะแนนเห็นชอบนโยบายกังหันลม ของ สภาแอนิมอล หมู่สัตว์ เริ่มมีคำพูด กันว่า “สนับสนุนสโนว์บอล เหนื่อยน้อยสามวันต่อสัปดาห์….สนับสนุนนโปเลียน อาหารเต็มราง”

เวลานั้น มีลา ชื่อ เบนจามิน เป็นสัตว์ตัวเดียวที่นิ่งเฉย ไม่อยู่ฝ่ายใด เบนจามิน ไม่เชื่อว่าจะมีอาหารสมบูรณ์กว่าเดิม และไม่เชื่อว่ากังหันลมจะลดเวลาทำงานได้ สุดท้าย ไม่ว่าทางไหน ชีวิตก็ต้องดำเนินเหมือนอย่างเคย คือ ความทุกข์ยากและลำเค็ญ !!

เมื่อถึงวันลงคะแนนเสียงเรื่องสร้างกังหันลม สโนว์บอลก็ลุกขึ้นอภิปรายด้วยคำพูดสวยหรูเช่นเคย…

ทันใดนั้น !! นโปเลียน ได้ลุกขึ้น แย้งว่า” กังหันลมเป็นเรื่องเหลวไหล” ว่าแล้ว นโปเลียน ก็ให้สัญญาณ เรียกหมาที่เลี้ยงไว้ ทั้ง 9 ตัว ออกมาไล่งับสโนว์บอล จนสโนว์บอลต้องหนีออกไปจาก แอนิมอลฟาร์ม !!

———————–

หลังการจากไปของสโนว์บอล นโปเลียน เข้ายึดฟาร์ม และสร้างการเปลี่ยนแปลง เช่น ยกเลิกการประชุมทุกวันอาทิตย์ โดยตั้ง คณะกรรมการหมูคณะพิเศษ ที่มีนโปเลียนเป็นประธาน ไว้แก้ปัญหาทุกอย่างเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในฟาร์มแทน

นโปเลียน ตั้ง สเควลเลอร์ ไว้ทำหน้าที่โฆษก ปลุกเร้าเหล่าสัตว์ให้ มั่นใจในการเสียสละของ นโปเลียน และเตือนว่าการก้าวเดินที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ศัตรูมีชัย.. คงไม่มีใครอยากให้นายโจนส์กลับมา”

สัตว์จำนวนมาก ฟังแล้วก็ยัง งง!! งง!! ไม่เข้าใจ!! แต่เสียงขู่ของสุนัขก็ทำให้สัตว์ทุกตัวยอมรับไปโดยปริยาย

ในการบริหารงานในยุคของ นโปเลียน ยังคงดำเนินโครงการสร้างกังหันลมต่อไป แต่ยืดเวลาออกไปโดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 2 ปี ขณะที่ การทำงานของสัตว์ในฟาร์ม มีภาระหนักขึ้น แต่ได้รับส่วนแบ่งอาหารที่ลดลง ส่วนพวกหมู ก็ย้ายจากเล้าไปอยู่ในบ้าน และขึ้นนอนบนเตียง

ม้าโคลเวอร์  เป็นหนึ่งในสัตว์ ที่รู้สึกอึดอัดต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ที่สำคัญ !! มันจำได้ว่า การนอนบนเตียงผิดเพี้ยนไปจากบัญญัติ 7 ประการของ แอนนิมอลฟาร์ม … มันได้แต่รำพึงกับ เจ้าลาเบนจามิน ดูไม่เห็นด้วยแต่มันก็นิ่งเฉยไม่แยแสกับอะไรเลย…

ภายหลัง ข้อบัญญัติ เริ่มมีการถูกแก้ไขเพิ่มข้อความใหม่ จาก “สัตว์จะไม่นอนบนเตียง” เป็น “สัตว์จะไม่นอนบนเตียง พร้อมสิ่งปกคลุม” เหมือนเปิดช่องว่างบางอย่าง !!!

แอนิมอลฟาร์ม เริ่มค้าขายกับมนุษย์.. มีการนำไข่ไปวางขาย … แม่ไก่ ถือว่าการขายไข่ เป็นการพรากไข่ และถือเป็นการฆาตกรรม !! พวกแม่ไก่ต่อต้านด้วยการปีนไปที่จันทันแล้วออกไข่ ทิ้งลงบนพื้น…. ผลของการประท้วงคือ พวกแม่ไก่ถูกลงโทษไม่ให้รับส่วนแบ่งอาหาร จนทำให้แม่ไก่ 5 ตัวต้องตายไป

———————–

สิ่งผิดปกติต่าง ๆที่เกิดขึ้น มีข่าวลือออกมาว่า ล้วนเป็นฝีมือของสโนว์บอล …แม้สโนว์บอล จะหนีไปจากแอนิมอลฟาร์ม ไปนานแล้วก็ตาม มีการปล่อยข่าวว่าสโนว์บอลกำลังวางแผน ทำลาย แอนิมอลฟาร์ม สัตว์หลายตัวที่รับสารภาพว่า ฝันถึง สโนว์บอล ก็จะถูกกำจัด

เวลานี้ บัญญัติ 7 ประการ ได้ถูกแก้ไข ให้มีช่องว่างให้เลือกปฏิบัติมากขึ้น เช่น เดิมระบุว่า “สัตว์จะต้องไม่ฆ่าสัตว์ด้วยกันเอง” แก้เป็น ” สัตว์จะต้องไม่ฆ่าสัตว์ด้วยกันเอง โดยไร้เหตุผล ” หรือ เดิมระบุว่า ” สัตว์จะต้องไม่ดื่มเหล้า ” แก้เป็น  ” สัตว์จะต้องไม่ดื่มเหล้า มากเกินไป ”

———————–

ยุคโหดร้าย กดขี่ ยุคทาส ของนายโจนส์หายไปจากความทรงจำแล้ว …เหลือชีวิตปัจจุบัน ที่ลำเค็ญ หิวและหนาว สิ่งที่ทำให้ เหล่าสัตว์ ยังทนอยู่ได้ก็คือ ศักดิ์ศรี!! ของความเป็นสัตว์ที่ไม่ใช่ทาสของมนุษย์อีกต่อไป

ส่วน เจ้าม้าบอกเซอร์ ผู้มีคติประจำใจเคยประกาศว่า “ข้าจะทำงานให้หนักขึ้น”… ก็ทำงานจนล้มป่วยลงไป ..เมื่อ นโปเลียน ทราบความ ก็ได้แสดงความเป็นห่วง…ด้วยการพาไปโรงพยาบาล แต่สุดท้าย กลายเป็น ส่งไปโรงฆ่าสัตว์ แล้วเอาเงินมาซื้อเหล้าให้กลุ่มผู้นำหมูในฟาร์ม

สเควลเลอร์ จะคอยบอกสถิติตัวเลขของผลผลิตให้เหล่าสัตว์รับรู้เสมอว่า มีปริมาณอาหารที่เพิ่มขึ้นจากยุคก่อนอย่างไร… ซึ่งพวกสัตว์ก็ได้แต่รับรู้ ….แต่ไม่เคยรู้ว่า ผลผลิตนั้นหายไปไหน และเมื่อเทียบกับยุคของนายโจนส์ มีผลผลิตเท่าไร??

———————-

การเปลี่ยนแปลง ที่พีคที่สุด คือ การที่เหล่าหมู เริ่มทำตัวเช่นเดียวกับพวกมนุษย์ ด้วยการลุกขึ้นยืนด้วยขาหลังสองขา ส่วนพวกแกะสอพลอ ที่เคยพร่ำร้องอวยว่า …”สี่ขาดี สองขาเลว”… ก็เปลี่ยนมาร้องว่า “สี่ขาดี สองขาดีกว่า”แทน!!

สุดท้าย ได้มีการเปลี่ยนบทบัญญัติ ชี้ความชัดเจนเรื่องความเท่าเทียมกัน ของบรรดาสัตว์ ว่า “สัตว์ทุกตัวมีความเท่าเทียมกัน แต่สัตว์บางตัวมีความเท่าเทียมมากกว่าสัตว์ตัวอื่นๆ”

ข้อกังขา เรื่องความเท่าเทียมกัน ทำให้ ท่านผู้นำนโปเลียน เชิญเหล่ามนุษย์ เข้ามาในฟาร์ม เพื่อยืนยันให้พวกสัตว์เห็นว่า.. ” สัตว์และมนุษย์มีความเท่าเทียมกัน”  พร้อมกับแสดงให้มนุษย์ดูเป็นตัวอย่างว่า ที่แอนิมอลฟาร์มนี้ สัตว์ชั้นต่ำทำงานได้มากกว่า ขณะที่รับอาหารน้อยสุด จนเป็นที่ร่ำลือออกไปว่า แอนนิมอลฟาร์มมีการปันส่วนที่ต่ำ แต่มีเวลาทำงานยาวขึ้น

เมื่อหมูทำตัวเหมือน “คน” สุดท้าย..พวกมันก็ไม่ได้ต่างไปจาก “คน” ที่มันเคยต่อต้านนั่นเลย….

———————–

นิทานเรื่องนี้ .. ORWELL สอนให้รู้ว่า All animals are equal, but some animals are more equal than others” คือ…

” สัตว์ทุกตัวย่อมเท่ากัน”

หมายเหตุ : “แต่บางตัวเท่ากันมากกว่าตัวอื่น ๆ “…. แค่นั้นเอง