าวน้อยนักกิจกรรมคนเก่งมากความสามารถ

“อุ้ม” ธนัชชา พันธ์โกศล นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะมนุษย์ศาสตร์ ภาควิชาตะวันออก วิชาเอกจีนธุรกิจมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ทายาท พ.ต.อ.อุทัย พันธ์โกศล ผู้กำกับการกลุ่มงานอินเตอร์เน็ต กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ศิษย์เก่าโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน เจ้าของรางวัลมากมาย ตั้งแต่ เยาวชนต้นแบบสุขภาพดี ประจำปี 2558 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอ.ส.ค. ลูกกตัญญูประจำปี 2559 ของสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ เยาวชนดีเด่นประจำปี 2559 สภาศิลปินสร้างสรรสังคม รางวัลบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ด้านนันทนาการ สาขาเยาวชนคนดีศรีนันทนาการ ประจำปี 2559 ของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

เยาวชนดีเด่นกรุงเทพมหานคร (ประกายเพชร) ด้านสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ ประจำปี 2560 ด้านคุณธรรมจริยธรรม ประจำปี 2561 อีกทั้งเยาวชนดีเด่นและทำชื่อเสียงของกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2561

เธอยังมีความสามารถด้านพิธีกรและผู้ดำเนินรายการใจความตอนหนึ่ง และ New Gen New Trend วัยรุ่นยุคใหม่หัวใจคิดบวก รายการเสียงธรรมภูเขาทอง ออกอากาศทางจริยธรรมแชนแนลในยูทูบ สวมบทครูจิตอาสาเล่านิทานปลูกจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดพรหมวงศาราม ผู้ประกาศข่าวเยาวชนรายการช่วยคิดช่วยทำ ช่วงเด็กคิดเด็กทำ ทางไทยทีวีสีข่อง 3 พิธีกรรายการติวเข้มเติมเต็มความรู้ ทางช่อง NBT อีกทั้งแสดงละครคุณย่าดอทคอม ทางช่องทรู 24

เจ้าตัวเล่าถึงความผูกพันพ่อลูกว่า สัมผัสอาชีพตำรวจมาตั้งแต่จำความได้ มักไปไหนมาไหนกับพ่อเสมอ สมัยก่อนพ่ออยู่งานสอบสวนโรงพักมักกะสัน ช่วงนั้นพ่อจะยุ่ง ด้วยความเป็นเด็กก็มักไม่เข้าใจว่า ทำไมเวลาไปเที่ยวด้วยกันพอเวลามีโทรศัพท์เข้ามาพ่อต้องรีบกลับไปทำงาน ทั้งที่เพิ่งมาถึง ยอมรับมีน้อยใจบ้าง ครั้งหนึ่งไปเที่ยวทะเลเพิ่งสั่งอาหารยังไม่ครบเลย ก็ต้องกลับพร้อมกันหมด

“หนูไม่ค่อยเข้าใจตอนนั้น ทำไมต้องเป็นแบบนี้ เป็นวันหยุดน่าจะเป็นวันของครอบครัว พอโตขึ้นถึงรู้ว่าเป็นหน้าที่ของคุณพ่อ คุณพ่อที่ไม่มีวันหยุดเพราะเป็นตำรวจ แต่เวลาคุณพ่อมีเวลาว่างก็เหมือนจะให้ความสุขกับลูกอยู่แล้ว ก็เข้าใจ เป็นการเติมส่วนที่ขาด จริงๆ คุณพ่อเวลาหลังเลิกงานจะกลับมาบ้าน มีอะไรก็คุยกัน กินข้าวด้วยกัน อยู่ด้วยกันตลอด เมื่ออยู่ด้วยกันก็มีความสุข เพราะคุณพ่อจะไม่เอางานกลับมาทำที่บ้าน”

การเป็นลูกตำรวจ เธอรู้สึกภาคภูมิใจหลายๆ อย่างในตัวพ่อ  เห็นพ่อทำหน้าที่ได้ดี และยังทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ให้ความรักกับลูก เป็นห่วงเป็นใยตลอด เราในฐานะลูกก็ให้กำลังใจพ่อบ้างเวลากลับมาบ้าน งานพ่อเครียด เราจะไม่ไปเซ้าซี้หรือถามอะไรกวนใจ แต่เอาน้ำมาให้ทาน ถามแค่ว่า เหนื่อยไหม เชื่อว่าเป็นกำลังใจชั้นดีจากลูกแล้ว

ลูกสาวผู้กำกับยังบอกด้วยว่า พ่อมักสอนเสมออยากให้ลูกเป็นคนดี อย่าท้อต่ออุปสรรค เป็นลูกตำรวจต้องสู้และอดทน พร้อมเตือนให้ระวังการใช้คำเวลาเล่นโซเชียล ด้วยเพราะพ่อทำงานด้านอินเตอร์เน็ต อะไรที่ไม่ดี ข่าวก็มีให้เห็น ให้ดูเป็นข้อมูลแล้วอย่าทำตาม

ส่วนภาพลักษณ์ที่มองตำรวจไม่ดี เธอรู้สึกว่า เป็นอะไรที่ไม่ควรเหมารวมทั้งหมด อยู่ที่ตัวบุคคล ไม่ดีอาจมี ส่วนที่ดีก็มี เราเยอะมาเยอะ ไม่อยากให้มองแบบเหมารวมว่า อาชีพตำรวจไม่ดี เพราะอย่างน้อยก็มีพ่อเราคนหนึ่งแล้วที่ไม่ใช่ตำรวจเลว