กระแสสะพัดเมื่อสัปดาห์ก่อนกระฉ่อนตามโลกออนไลน์

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(นักบริหารระดับสูง) จ่อคืนชายคาสำนักปทุมวัน เลื่อนชั้นเป็น “ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ”

หลังจากเจ้าตัวถูกมรสุมพัดหายหน้าไปเป็นเวลา 2 เดือนเศษ

กระทั่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมา ปฏิเสธข่าว ถึงนายตำรวจคนดังที่ตัวเองสนิทมากสุดถึงขั้นยกตำแหน่ง ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี สมัยยังชะตากำลังรุ่งพุ่งเป็นดาวโรจน์

ยืนยันไม่มีการย้ายตามที่มีกระแสข่าว

เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตอบคำถามแบบทีเล่นทีจริง

“เรื่องนี้จะเป็นไปได้ยังไง เพราะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไม่ใช่ข้าราชการตำรวจแล้ว ส่วนในอนาคตจะมีการโอนย้ายกลับมาหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ทราบ”

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ไม่เป็นความจริง “ขอให้เลิกพูดถึง พร้อมขออย่าหาเหตุผลในการโยกย้ายมาสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะทุกอย่างเป็นไปด้วยความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่”

มีเพียง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้ช่องว่า หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติพ้นไปแล้วคำสั่งตามอำนาจมาตรา 44 กรณีพักงานข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกตรวจสอบจะทำอย่างไรว่า คดีต่าง ๆ สามารถอยู่ต่อไปได้อย่างเดิมทั้งหมด เคลียร์จบเมื่อไหร่บุคคลผู้นั้นถ้าไม่ผิดก็สามารถคืนสู่ตำแหน่งเดิมได้

กรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ถูกคำสั่งลักษณะเดียวกัน นายวิษณุบอกไม่มีผลอะไร เพราะไม่ได้โดนคำสั่งมาเพื่อการลงโทษ แต่เป็นการย้ายออกจากข้าราชการตำรวจมาเป็นข้าราชการพลเรือน

“ถ้าจะย้ายกลับไปก็สามารถใช้คำสั่งปกติได้”

สรุปเหตุการณ์ ฟ้าผ่า กลางทุ่งปทุมวันตอนเดือนเมษายน ทำเก้าอี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล กระเด็นจากผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไปเป็นข้าราชการพลเรือน ยังคงเป็นเรื่องค้างคาเหตุผลที่สังคมฉงนสงสัย

หากไม่ผิดแล้วทำไมต้องย้ายพ้นชายคาสำนักสีกากี

ถึงกระนั้น ชื่อของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ยังสมราคา “หวานเจี๊ยบ” ไม่จืดจาง ในทันทีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ ลงนามแต่งตั้งให้ไปอยู่ใน คณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบ

มีอำนาจหน้าที่พิจารณาและเสนอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการข้าราชการตำรวจในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พุทธศักราช 2547 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ครอบคลุมไปถึงการทำหน้าที่แทนคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขทะเบียนประวัติ วันเดือนปีเกิดของข้าราชการตำรวจ ตลอดจนเรื่องเกี่ยวกับการให้เพิ่มหรือถอนรายชื่อข้าราชการตำรวจจากประกาศรายชื่อข้าราชการที่จะพ้นราชการเพราะเกษียณอายุราชการ

เป็นอำนาจทำการแทนคณะกรรมการข้าราชการตำรวจอย่างเด็ดขาด

เท่ากับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ยังอยู่ในใจของ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตลอดเวลา

มีราคาสำคัญกว่านาฬิกาที่หยิบยืมมาแบบประเมินมูลค่าไม่ได้