ยังคงมุ่งมั่นเดินสายบุญ

มีเรื่องราวของ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 ที่ได้โอกาสได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยอนาถาโรงพยาบาลราชวิถี เห็นผู้ป่วยนอนติดเตียง สวมเครื่องออกซิเจนช่วยหายใจ ไม่สามารถกลับไปบ้านได้

เพราะที่บ้านไม่มีเครื่อง จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล บางเตียงมีเครื่องช่วยแบบเคลื่อนที่ได้ แต่ต้องสลับใช้กับเตียงข้างๆ บางคนต้องรอคิวเช่าเครื่องช่วยหายใจจากบริษัทเพื่อนำไปใช้ที่บ้าน

ถ้าได้เครื่องก็สามารถกลับบ้านได้

พยาบาลบอกนายพลหนุ่มว่า เครื่องนี้บริษัทขายเครื่องละ 35,000 บาท ถ้ามีเครื่อง โรงพยาบาลสามารถให้คนไข้ทำเรื่องยืมใช้ และสามารถนำกลับไปใช้ที่บ้าน “เป็นการยืม” เมื่อคนไข้อาการดีขึ้นก็นำมาคืนโรงพยาบาล

เป็นการแบ่งเบาภาระ และสามารถเปิดเตียงให้ว่าง เพื่อผู้ป่วยรายอื่นที่รอคิวเตียงในการเข้ามารักษาได้อีกทาง

จุดประกายความคิดให้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เริ่มต้นเนรมิต “แก้วใจ” เราทำความดีด้วยหัวใจ

แก้วเก็บความเย็นนี้ที่ซื้อจากคนรู้จักนำเข้าสินค้าเพียงเพื่อช่วยเขา เพราะถูกคนโกงค่าสินค้า

“ผมสั่งมา สองพันใบกะจะเอามาจำหน่ายในร้านกาแฟของภรรยา แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้นึกถึงเครื่องช่วยหายใจ เลยปรึกษากับลูกน้องว่า ทำไมเราไม่ขายเอากำไรเล็กน้อย แต่สามารถขายได้เร็วและกำไรที่ได้ไปซื้อเครื่องช่วยหายใจให้กับผู้ป่วยที่ขาดโอกาสในการที่จะได้กลับบ้าน” พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ระบายความคิดในเฟซบุ๊กส่วนตัว

เขายังมองว่า เป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ป่วยรายอื่นที่รอคิวเตียงของโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา

แนวคิดเรื่อง”แก้วใจ”จึงเกิดขึ้น

ก่อนติดต่อไปยังบริษัทผู้นำเข้าเครื่องช่วยหายใจคิดราคา 24,000 บาท ถูกกว่าราคาท้องตลาด สามารถซื้อเครื่องได้ถึง 6-7 เครื่อง ให้ผู้ป่วย 6-7 รายได้กลับบ้าน ทำให้ผู้ที่รอคิวการรักษาได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 6-7 คน

“สิ่งนี้มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมื่อเราคิดบวก สิ่งดี ๆจะเกิดกับสังคมคนรอบข้าง อีกไม่นานเราก็ต้องจากโลกไปแล้ว อะไรที่เราจะทิ้งไว้ให้คนที่ยังอยู่ ได้เป็นพลังสำคัญของแผ่นดินต่อไป”

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ฝากขอบคุณทุกท่านที่ได้ส่งต่อ “ลมหายใจแห่งชีวิต” ให้กับคนไข้เหล่านั้น “ท่านได้ให้ชีวิตแก่พวกเขา และท่านได้ให้ความสุขแก่ครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้น กราบขอบพระคุณจากใจครับ”

เหมือนคำพูดตอนหนึ่งของ หวังหงเลี่ยง อาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยชิงหัว ที่เจ้าตัวนำมาถ่ายทอดให้คิด

“… เราต่อสู้ดิ้นรนมาทั้งชีวิต เอาอะไรไปไม่ได้ เรายึดมั่นมาทั้งชีวิต ล้วนไม่อาจนำติดตัวไป เกิดมาชาตินี้ ไม่ว่ายากดีมีจน ล้วนต้องเดินมาจนถึง สุดท้าย เมื่อตายจากไป หันกลับมามอง ตลอดชีวิตของเราล้วนเป็นความว่างเปล่า”

“ดังนั้น นับแต่บัดนี้ เราต้องตั้งใจใช้ชีวิต มีความสุขกายสบายใจในทุกวัน เจริญรุ่งเรืองเท่าไหร่ ชั่วพริบตาเดียว ต่างล้วนจากไป หาประโยชน์ไม่ได้…”

จงทำดีต่อทุก ๆคนเพราะไม่มีชาติหน้า