ออกมายืนยันความโปร่งใสในโครงการก่อสร้างเรือนจำ

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจงข้อเท็จจริงไม่มีการล็อกสเปกตามที่มีการปล่อยข่าว

สวมวิญญาณ หมูไม่กลัวน้ำร้อน สวนกลับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 

เจ้าตัวมองว่า การออกข่าวในเชิงลบ และตั้งธงว่าอาจจะมีการทุจริต อาจเป็นการชี้นำให้สังคมเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ตลอดจนขวัญและกำลังใจของผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกคน

เขาเชื่อว่า เบื้องหลังของการร้องเรียน อาจเป็นความพยายามของผู้ไม่ชนะการประมูลบางราย ใช้ฝ่ายการเมืองเป็นเครื่องมือเพื่อหาหนทางล้มเลิกโครงการที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบของทางราชการทุกประการ

อดีตนายตำรวจหนุ่มตั้งปณิธานไว้ว่า จะไม่ซื้อขายตำแหน่ง ไม่ค้าขาย หรือมีประโยชน์ทับซ้อนกับทางราชการ และไม่เบียดเบียนผู้ใต้บังคับบัญชา

“ส่วนตัวมีความเคารพและนับถือท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูง แต่อยากเรียนเสนอให้มีการทบทวนและปรับปรุงแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานฝ่ายการเมืองกับข้าราชการประจำให้เป็นไปอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยึดผลประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก ไม่เปิดประเด็นออกสื่อรายวัน โดยไม่สอบถามข้อเท็จจริง หรือเปิดโอกาสให้ทางส่วนราชการได้ชี้แจงอย่างเป็นกิจจะลักษณะเสียก่อน” พ.ต.อ.ณรัชต์สะท้อนความจริง

ความจริงที่ถูกอำนาจทางการเมืองเข้ามาเล่นเกมล้วงลูก

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ ทายาทคนเดียวของ พล.ต.ต.นิทัศน์ เศวตนันทน์ อดีตผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ หลานปู่ พล.ต.ต.จรุง เศวตนันทน์ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธร 1 สืบทอดสายเลือดพิทักษ์สันติราษฎร์มาเต็มตัว

เมื่อจบโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน เจริญรอยตามพ่อสอบเข้าเตรียมทหารรุ่นที่ 20 ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้านักเรียนจารึกชื่อในแผ่นป้ายทอง ความประพฤติและลักษณะทหารดีเยี่ยม ก่อนเลือกเรียนเหล่า นายร้อยตำรวจรุ่น 36 ร่วมรุ่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

เป็นหัวหน้านักเรียน เป็นประธานรุ่น แถมจบมาเป็นที่ 1 ของพราน 36  

ประเดิมตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ ได้ 2 ปี ด้วยความที่เป็นคนขยันหมั่นเพียรและเรียนดีจึงไปศึกษาต่อปริญญาโท สาขาบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยเคนตักกี สหรัฐอเมริกา และต่อปริญญาเอก สาขาอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยฟอริดา สหรัฐอเมริกา

กลับมาเป็นนายเวร พล.ต.ท.วิรุฬ ฟื้นแสน ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล แล้วตามไปอยู่กองบัญชาการตำรวจภูธร 2 ก่อนลงเป็นสารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ขึ้นรองผู้กำกับภูธรภาค 1 โยกเป็นรองผู้กำกับการปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี กระทั่งขึ้นผู้กำกับการฝ่ายองค์การตำรวจสากล กองการต่างประเทศ

เคยรับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นของกรมตำรวจ รางวัล “คุรฑทองคำ” จาก นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี ได้เกียรติบัตรและโล่รางวัลการปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนดีเด่น สายตรวจดีเด่น ปราบปรามดีเด่นของกรมตรวจ

ปี 2546 ถูกทาบทามให้โอนย้ายไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ หน่วยงานเปิดใหม่ที่มี วันชัย ศรีนวลนัด นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ เป็นหัวหอกปูทางอยู่เห็นแววความรู้ความสามารถทั้งบุ๋น และบู๋ต้องการให้ไปเสริมเขี้ยวเล็บของหน่วยงานสืบสวนป้ายแดงของประเทศ

ตอนนั้นเจ้าตัวไปถามพ่อ เพราะพ่อ คือ ฮีโร่ของเขา ได้รับคำตอบว่า เป็นโอกาส อุตส่าห์ส่งเรียนจนจบด็อกเตอร์มา อยู่ตำรวจ คู่แข่งมันเยอะ ต้องทำใจ ไม่เป็นไร ไปเถอะ ยิ่งรู้ว่า ท่านวันชัย ศรีนวลนัด เป็นคนชวน พ่อยิ่งสนับสนุน

พอพ่อชี้ทางแบบนี้เขาเลยตัดสินใจอำลาเครื่องแบบสีกากีไปรับตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักกิจการต่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สานต่องานเก่าสมัยอยู่กองการต่างประเทศ กำกับดูแลคดีพิเศษที่เกี่ยวข้องกับประเทศซาอุดิอาระเบียจำนวน 5 คดี ประกอบด้วย คดีฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ทูตซาอุดิอาระเบีย 3 คดี คดีการหายตัวไปของ นายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี นักธุรกิจซาอุดิอาระเบีย และคดีติดตามทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมจากประเทศซาอุดิอาระเบีย

พวงท้ายด้วยการหายตัวไปของ นายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความคนดัง

หลังจากนั้นขยับขึ้นรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แล้วโยกเป็นผู้ตรวจราชการ กระทั่งขึ้นอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และย้ายมาเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ

สุดท้ายได้รับความไว้วางใจให้นั่งเป็น อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบหลายอย่างเพื่อให้เกิดความโปร่งใส่

เส้นทางชีวิตราชการของเขาถึงไม่ธรรมดา