“ผู้บังคับบัญชาต้องทำตัวเสมือนเป็นปุ๋ย อยู่ที่ไหนหญ้าก็งอกงาม แต่อย่าทำตัวเป็นยาฆ่าแมลงอยู่ที่ไหนหญ้าก็ตายหมด” เป็นคำคมของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่มอบไว้เมื่อ 4 กว่าปีก่อนตอนเข้ารับตำแหน่งผู้นำใหม่

เจ้าตัวลั่นนโยบายไว้ว่า ต้องผลักดันให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นไปปรับทัศนคติและค่านิยมของผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนให้ได้ โดยการที่ผู้บังคับบัญชาต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี

“ผู้นำต้องเป็นแกน 2 อย่าง คือ เป็นผู้ชี้ทิศนำทางที่ถูกต้องให้ผู้ใต้บังคับบัญชา อีกอย่างหนึ่ง คือ การเสริมสร้างความสามัคคี รวมทั้งการบำรุงขวัญกำลังใจแก่เขาเหล่านั้นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม” พิทักษ์ 1 ย้ำหนักแน่น

ผ่านสู่ปีที่ 5 บนเก้าอี้แม่ทัพสีกากี ไม่รู้เกิด “ปุ๋ยพันธุ์ดี” หรือ “ยาฆ่าแมลง” ที่ปล่อยแสงแสดงบทบาทในอาณาจักรมากกว่ากัน

วัดได้จากควันหลงงานเกษียณอายุราชการเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

หลายแห่งล้วนประทับใจ บรรดา “นายกอง” และไพร่พลต่างอาลัยการจากไปของ เหล่าแม่ทัพ ประจำหน่วยท่ามกลางแถวเกียรติยศและดอกไม้มอบเป็นของขวัญส่งท้ายก่อนลา

 “อยู่ให้คนรัก จากไปให้คนคิดถึง” ไม่น้อยตั้งมั่นในอุดมการณ์

แม้กระทั่งตามโรงพักภูธรหลายสถานี มีการจัดพิธีอำลาเกษียณอายุราชการของตำรวจชั้นผู้น้อยผู้เสมือน “มดงาน” ผลิตโบแดงให้โรงพักมาเกือบตลอด 40 ปีอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี

เพราะหัวหน้าโรงพักคำนึงถึงความรู้สึกของลูกน้องที่ต้องลาไปเป็น “ราษฎรเต็มขั้น” เชิญลูกเมียครอบครัวมาร่วมงาน “รอดซุ้มกระบี่” เป็นเกียรติแก่ผู้เกษียณอายุ

ถือเป็นความทรงจำประทับใจของพวกเขาเหล่านั้นไปชั่วนิรันดร์

โชคดีที่ไม่ต้องเจอ “ผู้เป็นนาย” อีกแบบ

เจ้านายที่ทำตัวแอบอิงเอาแต่กองผลประโยชน์นอกระบบ คบค้าสมาคมพ่อค้าวาณิชที่ทำผิดกฎหมายด้วยความหิวกระหาย ก่อนส่งลูกน้องไปรีดไถเก็บส่วยเข้ากระเป๋าตัวเอง

ผู้บังคับบัญชาจำพวกนี้มีที่มาที่ไปมาจากการ “วิ่งเต้น” จ่ายค่าเก้าอี้ซื้อขายตำแหน่ง ถึงเวลาต้อง “ถอนทุน” พร้อมดอกเบี้ยเป็นทุนไว้ใช้จ่ายในบั้นปลายชีวิตหลังเกษียณอายุราชการ

เจ้านายแบบนี้มีกัน “เกลื่อนทุ่ง” กำเนิดเกิดมาจากอาการยุ่งวุ่นวายของอำนาจที่กระหาย “ก้อนเงิน”มากกว่า “เนื้องาน” เข้ามาสร้างตำนานทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย “ผิดฝา ผิดตัว” หลายขวบปีที่ผ่านมา

พวกเขาไม่ได้ถูกส่งมาเป็นปุ๋ยพันธุ์ดีเพื่อทำให้ต้นไม้เจริญงอกงาม ทว่าเป็นยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้าไปอยู่ที่ไหนต้นไม้ตายเกลี้ยง

แถมโรยทิ้ง เมล็ดพันธุ์พิษ ให้ค่อยเจริญเติบโตเป็นโมเดล “ตำรวจพันธุ์ใหม่”

นิยม “สั่งแห้ง” แสดงอำนาจเพียงต้องการจะประกาศฉากของลูกน้องมาอวดเป็นผลงานของตัวเอง

ไม่เคยถามสารทุกข์สุขดิบผู้ใต้บังคับบัญชา

ไม่เคยถามว่าจะไปหางบประมาณมหาศาลในการ “จัดฉากสร้างภาพ” มาจากไหน

ลูกน้องหลายคนไม่แปลกใจทำไม วันสุดท้ายของชีวิตราชการ ถึง “อันตรธาน” ผู้คนมาร่วมยืนส่งอาลัยลา

ไม่มีแม้ผู้บังคับบัญชาระดับรองหัวหน้าหน่วยไปรอรับส่งมอบ “ไม้ตำแหน่ง”

สาปแข่งและสวดภาวนาอนิจจาอย่าให้มี “นายสั่งแห้ง” แบบนี้มาเป็นผู้นำอีกเลย