“เราเสียใจ เรารับได้ แต่อย่าทำให้ลูกเสียใจ อยากให้ทุกครอบครัวคิดแบบนี้”

คุณหมอสาวคนเก่งมากความสามารถด้านเสริมความงาม

หมอเมย์-พญ.ปาริชาต เจนเจริญพันธ์ แพทย์ประจำคลินิกผิวพรรณและความงามของศูนย์โอโซนอุดรธานี ภรรยา พ.ต.ท.อัมรินทร์ อยู่เย็น รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 57

เธอเป็นชาวอุดรธานี พ่อทำงานป่าไม้ แม่เป็นครู มีความฝันอยากเรียกพวกปิโตรเคมีเพื่อจบออกไปชีวิตอยู่กลางทะเลท้าทายตัวเอง สุดท้ายครอบครัวไม่อนุญาต พอจบชั้นมัธยมปีที่ 6 โรงเรียนอุดมพิทยานุกูล สอบติดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร  เลือกเป็นแพทย์ชนบทสำเร็จการศึกษากลับมาอยู่บ้านเกิดที่โรงพยาบาลอุดรธานี ก่อนขยับไปประจำโรงพยาบาลกุมภวาปี เริ่มหันมาสนใจเวชศาสตร์เสริมความงาม ทั้งที่ผู้อำนวยการจะให้ทุนเรียนจักษุแพทย์

ลังเลอยู่ไม่นานด้วยความที่ชอบเรื่องความงามมากกว่า เธอจึงไปเรียนจบตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แต่มีสาขาอยู่กรุงเทพฯ เป็นจังหวะได้ทำเป็นหมอประจำคลินิกด้านเลเซอร์ที่เซ็นโทรลคลินิกในเมืองหลวงพอดี อยู่ประมาณ 7 ปี แม่ขอร้องให้กลับมาอุดรธานีที่มีบ้านเป็นหลักแหล่งประกอบกับได้เวลาต้องสร้างครอบครัวแล้ว

ความจริงเรื่องราวความรักของหมอสาวกับนายตำรวจหนุ่มเริ่มต้นก่อนหน้าตั้งแต่สมัยฝ่ายหญิงทำงานอยู่โรงพยาบาลกุมภวาปี มีหน้าที่รับงานออกไปชันสูตรพลิกศพด้วย และมักจะรับอยู่เวรออกตรวจศพแทนเพื่อนหมอผู้หญิงที่กลัวจะออกไปชันสูตรศพ บังเอิญฝ่ายชายเป็นพนักงานสอบสวนโรงพักวันหนึ่งไปเจอกันที่เกิดเหตุศพชายกินเหล้าเมาตกน้ำลอยขึ้นอืด

“เจอตำรวจมาเยอะ แต่ไม่เคยสนใจ เพราะทำแต่งาน ปรากฏว่า เจอเขาครั้งแรกรู้สึกตงิดใจ ไม่ชอบอีตานี่เลย ทำไมปล่อยให้ฉันยืนรอ ศพก็เหม็นมาก คือ มาช้า แต่เขาบอกว่า ไม่ได้มาช้า มาก่อนแล้ว ถ่ายรูป ถามประวัติเรียบร้อยแล้วออกไปตามญาติว่า จะเอาอย่างไร เราดันมาทีหลังยืนรออยู่นาน เหม็นก็เหม็น แถมต้องยืนตากแดดกลางแจ้งอีก พอเขาเดินมาพูดอีสานก็ไม่ได้ ฟังก็ไม่ได้ เราต้องมาแปลให้ญาติคนตายฟัง แปลกลับไปกลับมากว่าจะเสร็จ” หมอเมย์ว่า

หลังจากวันนั้น นายตำรวจหนุ่มโทรศัพท์เข้าโรงพยาบาลฝากขนมมาให้ เหมือนสำนึกผิดจะมาขอไถ่โทษที่ทำให้ยืนรอนาน  พญ.ปาริชาตเล่าว่า ไม่รู้จักก็จะไม่กิน เอาไปให้พยาบาลกินแทน เขาก็งงว่า ให้อะไรมาก็ไม่กิน เพราะเขาจะส่งขนมมาเรื่อย ประมาณเดือนกว่า เขาตามตื้อจะชวนกินข้าวข้างนอก เราดันปากไวท้าทายไปว่า ถ้าจะกินก็มากินที่โรงพยาบาล คิดว่า เขาไม่กล้า จู่ ๆ พยาบาลโทรศัพท์มาตาม ประมาณ 5-6 โมงเย็น บอกมีตำรวจเจ้าเดิมมาส่งข้าว เราก็บอกไม่กิน พยาบาลเอาไปกินเลย พยาบาลบอกไม่ได้ วันนี้ต้องออกไป สงสัยอยู่เหมือนกันว่า ทำไม มีเคสด่วนหรือ

เธอเดินออกไปหน้าห้อง เจอฝ่ายชายตั้งหม้อจิ้มจุ่มปูเสื่อรอไว้แล้ว หนีไม่ออกกต้องโทรไปตามเพื่อนมาช่วยนั่งกินด้วย คุณหมอสาวชาวอุดรธานียอมรับว่า ไม่เคยมีแฟนมาก่อนในชีวิต เพราะเอาแต่ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน การมาของเขาเหมือนกันเปิดรับดูใจผู้ชายครั้งแรก หลังจากวันนั้น พอเวลาออกชันสูตรศพเขาจะขับรถมารับไปด้วย อ้างเหตุผลไม่ต้องเปลืองน้ำมัน เปลืองงบประมาณหลวง ไหน ๆ ก็ไปทางเดียวกันอยู่แล้ว ได้คุยกันเรื่อย ๆ ดูถึงความจริงใจว่า เขากล้าเนอะ มากินจิ้มจุ่มกับเรา อยากรู้จักมาก ชอบตรงที่เขาเป็นคนกล้าพูด กล้าทำ กล้าคิด ดูแหวกแนวดี

คบกันนาน 7 ปี ฝ่ายชายย้ายเป็นนายเวรผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ก่อนลงไปสารวัตรสถานีตำรวจรถไฟนพวงศ์ เพื่อดูแลแฟนสาวไปเรียนเวชศาสตร์ความงามในเมืองหลวง เพราะเธอไม่มีใคร ไม่มีญาติ วางแปลนลงหลักปักฐานอยู่กรุงเทพฯ แต่แม่ของฝ่ายหญิงไม่สบายใจรบเร้าให้กลับอุดรธานี

“บอกเขาว่า ต้องกลับอุดรธานีแล้วนะ เขาขอเคลียร์งานก่อน ไม่ใช่จะย้ายไปง่าย ๆ” พญ.ปาริชาตเล่าถึงอุปสรรคของความรัก ระหว่างเขาสังกัดสารวัตรฝ่ายอำนวยการ 5 กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง อย่างไรก็ตาม สุดท้ายนายตำรวจหนุ่มหาทางขยับย้ายมาเป็นสารวัตรตำรวจท่องเที่ยวอยู่อุดรธานีได้สำเร็จ ก่อนที่ทั้งคู่จะลงเอยลั่นระฆังวิวาห์รอดซุ้มกระบี่ตามประเพณีในคืนราตรีขวัญดาว ร่วมกันก่อพยานรักขึ้นมา 2 คน คือ น้องชาญ่า-ศศิญา อยู่เย็น และ น้องวาวา-รชยา อยู่เย็น

ชีวิตเปลี่ยนไปอีกแบบ ภรรยารองผู้กำกับชายแดนใต้เล่าว่า เขารักลูกมาก คนแรกเราแทบไม่เคยอาบน้ำให้ลูกเลย สามีจะเป็นคนอาบ ไปโรงพักเสร็จแล้วจะกลับมาอาบน้ำให้ลูกก่อน แล้วค่อยกลับไปโรงพักใหม่อีกรอบ รักแบบรักมาก แต่พอลูกคนที่สอง เขาทำงานหนักขึ้น และขอโทษที่ไม่ได้ดูแลลูกคนที่สองเหมือนคนแรก วันที่ไปคลอดก็ไม่ได้ไป เพราะเขาบินไปเข้ากรุงเทพฯตามจับคนร้ายกว่าจะกลับมาเป็นอาทิตย์

ครอบครัวพลิกผันอีกทีตอนจะขึ้นรองผู้กำกับต้องตัดสินใจเลือกระหว่างตำแหน่งกับครอบครัว เมื่อรู้ว่าต้องไปทำงาน 3 จังหวัดภาคใต้ “เขาคิดจะลาออกมา เราบอกจะบ้าหรือเปล่า เข้าใจความรู้สึกเขาติดลูกมาก คือ ครอบครัวต้องเป็นที่หนึ่ง อยู่อย่างนี้แล้วเขามีความสุขมาก ได้อยู่กับลูกกับเมีย ลูกคนเล็กเพิ่งไม่กี่เดือน เราก็บอกว่า ลงใต้ไม่เป็นไร มารู้อีกทีเป็นพื้นที่สีแดงเลยนะ เราก็ตกใจต้องไปขนาดนั้นเชียวหรือ พยายามไม่ร้องไห้ แต่เขาก็จะเห็นเราเศร้า นั่งเก็บตัวอยู่มุมมืดในห้อง คิดไปคิดมาถึงจะลาออก แต่ลาออกแล้วจะไปทำอะไร ไม่ได้มีแผนอะไรเลย”

  สามีเธอนอนคิดแล้วเปลี่ยนใจตอบออกมาว่า ต้องสู้ ตอนเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจเคยลำบากกว่านี้ ทำไมจะทำไม่ได้  แม้ความรู้สึกจะหวิวเพราะอยู่ด้วยกันตลอดไม่เคยห่าง ไม่เคยคิดว่า ต้องไปไหน รู้มาตลอดชีวิตำรวจต้องมีโยกย้าย แต่อดใจหายไม่ได้ “ ถามว่ากลัวไหม มีแต่คนบอกว่า อันตราย แต่เขายืนยันว่า ไม่ได้อันตรายขนาดนั้นอะไรอย่างนี้ ถ้าเราอยู่ในจุดที่เราควรอยู่ วันหยุดสงกรานต์เลยพาลูกสองคนไปเยี่ยม เขาบอกไม่ต้องมาบ่อยหรอก เขาจะขึ้นไปหาเอง นี่ก็ได้ 2-3 ปีแล้ว เขาก็กลับมาทุกเดือน มาเล่นกับลูก ที่ใต้เขาอยู่ได้ แต่รู้สึกว่า ตำรวจที่นั่นหนักกว่าที่นี่เป็นร้อยเท่า ไม่เข้าเวรก็ต้องอยู่ในพื้นที่ ไปไหนไม่ได้ เรียกกำลังเมื่อไหร่ ต้องมา”หมอสาวบอก แม้สามีย้ายลงสมรภูมิชายแดนด้ามขวาน แต่ชีวิตครอบครัวไม่ได้ขาด เขาโทรหาทุกวัน ประกอบกับโลกปัจจุบันมีโซเชียล เขาได้เห็นหน้าลูกทุกวัน ต่างจากสมัยก่อนที่เหมือนพ่อหายไปจากชีวิต

สำหรับหลักในการครองชีวิตคู่ เธอยืนยันว่า ไม่มีปัญหา เพราะความเชื่อใจ ไว้ใจกันมากกว่า บอกอะไรเขาก็จะทำ ทำได้ สมัยหนุ่มอาจเจ้าชู้บ้าง เป็นปกติ พอแต่งงานแล้วต้องเลิก  ถ้ามีก็ไปเลย เราจะไม่ทน หลักๆ คือ ต้องไว้ใจกัน “สำคัญสุด อย่าให้ลูกเสียใจ เราเสียใจ เรารับได้ แต่อย่าทำให้ลูกเสียใจ อยากให้ทุกครอบครัวคิดแบบนี้ ลูกก็เหมือนเป็นจุดยึดเหนี่ยวนะ ที่ยึดเหนี่ยว แค่บอกว่า อย่าทำให้ลูกร้องไห้นะ แต่ชีวิตตำรวจจะเจอคนเยอะ ช่วงหนึ่งเขาจะบอกเลยว่า ที่เขาต้องเจอ ที่เขาต้องคุย ที่เพราะเป็นหน้าที่ต้องหาข้อมูล เราเข้าใจว่า ต้องคุย ต้องมีเพื่อนที่เป็นผู้หญิงบ้าง ไม่ใช่ห้าม”

ขณะเดียวกัน เธอยังมีส่วนเป็นคู่คิดแสดงความเห็นให้สามีนำไปปรับใช้พัฒนาองค์กรเสนอต่อผู้บังคับบัญชาในมุมมองของคนนอกที่ได้สัมผัสชีวิตคนรักที่มีอาชีพตำรวจ โดยเฉพาะเงินเดือน เงินสวัสดิการท่ามกลางความเสี่ยง ไม่มีค่าเข้าเวรเหมือนหมอหรือพยาบาลทำงานเป็นกะ การเข้าเวรของตำรวจคือการทำตามหน้าที่ แม้จะออกจากเวรก็ยังต้องทำหน้าที่ตำรวจอยู่ดี

“ถ้าไม่ได้เป็นครอบครัวตำรวจ ไม่มีใครรู้หรอก” คุณหมอสาวทิ้งท้าย