เชื้อ ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดกระจายลุกลามทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตพุ่งทะลักรายวัน  แถมยังไม่มีทีท่าจะหยุด

ประเทศไทยพร้อมรับมือกับมันได้มากน้อยแค่ไหน

ไม่ใช่ดีแต่ “พ่นน้ำลาย” แต่ “ไร้น้ำยา”จากผู้มีอำนาจเกี่ยวข้อง

ลำพัง “ประตูบานแรก” คัดกรองนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจากกลุ่มต่างประเทศเสี่ยงที่ผ่านมายังเป็น “จุดบอด” ขาดมาตรฐานการควบคุมที่ดี ขาดอุปกรณ์เครื่องมือ รวมถึงความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง

นักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นเป้าหมายอันดับแรกที่โดนจัดระเบียบ แต่บรรดาไฮโซของวงการไทยกลับถูกมองข้าม

ปล่อยปละละเลยตามประสา “คนมีเส้น”

เปิดโอกาสให้สงครามเชื้อโรคเข้ามาแพร่เชื้อระบาดทั่ว

หวาดผวามากสุดในปัจจุบันไม่พ้น ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตามท่าอากาศยาน หลังจากมีเพื่อนร่วมอาชีพป่วยติดเชื้อโดนนำส่งโรงพยาบาลเพื่อกักกันโรค

ก่อนหน้าป่วยเหมือนไข้หวัดธรรมดา ไปเฮฮาฉลองกับเพื่อนฝูง

นี่คือส่วนหนึ่งของปัญหา “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” เพราะอาการกว่าจะออกต้องใช้เวลานานหลายวัน

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชั่วโมงนี้ไม่ต่างจากเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่ศุลกากร ขาดอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์  

แม้กระทั่ง “หน้ากากอนามัย”

วันก่อน ดาบตำรวจคนหนึ่งของหน่วยตรวจคนเข้าเมืองต้องแบกหน้าไปพึ่งพาบริษัททัวร์จีนมามอบหน้ากากอนามัย 20,000 ชิ้น ถุงมือแพทย์ 30,000 ชิ้น และ ชุดป้องกันเชื้อโควิด-19 อีก 20 ชุด แก่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 5 ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคนเข้าเมืองใช้ในการปฏิบัติหน้าที่

ทุกอย่างดูทุลักทุเลขาดแคลนและไร้แผนจัดระเบียบมาตรฐานที่ดีพอ

เหมือนหลายโรงพยาบาลที่ขาดเครื่องมืออุปกรณ์ในการตรวจวัดเชื้อ กว่าจะทราบผลอีกที ผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในข่ายพาตัวเองไปติดพันผู้อื่นไม่รู้กี่คนต่อกี่คน แพร่กระจายต่อเป็น “ลูกโซ่” ใหญ่โตกันเป็นวงกว้าง

แล้วจะไม่ให้ประชาชนคนไทยวิตกกังวลได้อย่างไร

โควิด-19 ถึงกลายเป็นมหันตภัยจ้องทำลายล้างโลก

โลกของคนขาดความรู้ และโลกของคน “อวดรู้” แต่ไม่รู้จริง