วิกฤติวายร้าย “ไวรัสโควิด” ทำชีวิตประจำวันของคนทั่วโลกเปลี่ยนไป

แต่สำหรับครอบครัวแม่ลูกตระกูล “ศรีละคร” ไม่อาจเปลี่ยนภาพความทรงจำแห่งความสูญเสียครั้งสำคัญเมื่อ 13 ปีก่อน

วันมหาสงกรานต์ 13 เมษายน 2550 กับข่าวร้ายที่มาเยือนตอนเช้าตรู่

แม้ ลัดดา ศรีละคร ผู้เป็นภรรยา และ วัลยา ศรีละคร กับ สุทธาทิพย์ ศรีละคร ลูกสาวทั้งสองคนเตรียมใจไว้ก่อนหน้า

ทว่ายากที่จะทำใจ

ด.ต.มาโนช ศรีละคร ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 1 ถึงแก่กรรมอย่างสงบที่โรงพยาบาลราชวิถี หลังจากแพทย์ยื้อลมหายใจได้เพียง 2 วัน

ลูกชาย พ.ต.ต.เลื่อน ศรีละคร ตำรวจรถไฟ ก้าวเจริญรอยตามผู้บิดาสอบเข้าโรงเรียนตำรวจนครบาลรุ่น 52 ทันทีที่จบมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 5 โรงเรียนหอวัง เริ่มต้นชีวิตข้าราชการตำรวจตำแหน่งลูกแถวประจำกองร้อยที่ 3 โรงเรียนตำรวจนครบาล เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2522

ปีถัดมาย้ายลงตำแหน่งประจำแผนกสืบสวนตรวจตราและควบคุม กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล กระทั่งโยกเป็นผู้บังคับหมู่งานสืบสวน กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลพระนครเหนือ เมื่อปี 2535

วันที่ 31 พฤษภาคม 2540 เปลี่ยนโครงสร้างกองบัญชาการตำรวจนครบาล ละลายตำนานนักสืบนครบาลเหนือ-ใต้-ธนบุรี กระจายเป็นกองกำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 1-9 เขาเลือกอยู่ “รังเก่า” ที่เปลี่ยนเป็นกองกำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 1

ผ่านคดีสำคัญระดับชาติมากมาย

เขาเสมือนเสาหลักและทัพหน้าของทีมมดงานกองสืบ

สมัย พล.ต.ท.ชัยสิทธิ์ กาญจนกิจ เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณประกอบคุณงามความดีมีผลการปฏิบัติหน้าที่จับกุมนายสมใจ หรือเปี๊ยก วนาลัย กับพวก ก่อเหตุ ปล้นทรัพย์ธนาคารกรุงไทย สาขาคลองกุ่ม ชิงทรัพย์ธนาคากรุงศรีอยุธยา สาขาวังหิน ปล้นทรัพย์โรงรับจำนำ แยกวังหิน ปล้นทรัพย์ปั๊มน้ำมันเชลล์ ถนนรัชดาภิเษก และปั๊มน้ำมัน ปตท.อีก 2 แห่งย่านโชคชัย

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2544 ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเหรียญทองช้างเผือก

นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดครั้งหนึ่งในชีวิต

“ในแวดวงนักสืบทำงานกันท่ามกลางอันตรายที่จะมาถึงตัวได้ตลอดเวลา การออกปฏิบัติการทุก ๆ วัน ต้องอยู่บนพื้นฐานแห่งความเสียสละความสุขส่วนตัว มีใจรักในงานที่ทำอย่างแท้จริง” พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ขณะดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอาลัยถึงเขา

กว่าจะสร้างนักสืบแต่ละคนที่ดี มีคุณภาพได้ ไม่ใช่จะได้มาโดยง่าย ต้องอาศัยทั้งความสามารถ และประสบการณ์ที่โชกโชนจริง ๆ

ตำนานนายพลนักสืบบอกว่า การทำงานสืบสวนของนักสืบจะมีความผูกพันซึ่งกันและกันมาก อยู่กันเหมือนพี่ ๆ น้อง ๆ เหมือนอยู่ในครอบครัวเดียวกัน

แทบทุกปีต้องสูญเสียนักสืบอย่างน่าเสียดาย

พวกเขาถือเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพอย่างยิ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“ผมไม่คาดคิดว่า ผมจะต้องมาสูญเสียลูกน้องฝีมือดีอย่างเช่นดาบตำรวจมาโนช ศรีละคร นักสืบอาวุโสแห่งตำนานสืบสวนเหนือ เป็นลูกน้องที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมายาวนานตั้งแต่ผมยังเป็นสารวัตรอยู่เลย”

พล.ต.ต.กฤษฎาระบายความรู้สึกถึงลูกน้องอีกว่า ทำงานชนิดงานเป็นงาน เล่นเป็นเล่น กระเซ้าเย้าแหย่กันอย่างสนิทสนม สามารถร่วมพิชิตคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ รวมถึงปราบปรามคนร้ายสำคัญ ๆ มากมายจนเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้กับกองบัญชาการตำรวจนครบาล

สร้างชื่อเสียงให้กับสืบสวนเหนือและสืบสวนนครบาล 1

เบื้องหลังแห่งความสำเร็จทั้งหลายทั้งปวงต้องยอมรับว่า “มาโนช” มีส่วนร่วมทุกคดี

“ความโดดเด่นในตัวเองของมาโนช คือ เป็นนักสืบอารมณ์ดี เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมงาน นิสัยใจคอกว้างขวาง มีระเบียบวินัย มีความเอาใจใส่ รับผิดชอบต่อหน้าที่ มีความครบเครื่องอย่างแท้จริง”

เจ้าตัวเสียดายที่ต้องสูญเสียลูกน้องนักสืบฝีมือดี มีคุณภาพ มีจิตสำนึกแห่งความเป็นตำรวจอย่างแท้จริง ทำงานอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไม่เกรงกลัวว่าจะมีภยันตรายมาถึงตัว

ตำรวจนักสืบอย่าง “มาโนช ศรีละคร” น่าจะเป็นแบบอย่างความเป็นนักสืบที่ดี มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวสำหรับนักสืบรุ่นหลัง ๆ

“เป็นตำนานเล่าขานต่อ ๆ กันไปอีกยาวนาน” ผู้เป็นนายรำพันถึงคำอาลัย

ในวาระสุดท้ายเพื่อจิตวิญญาณความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ กระทั่งพลีร่างสังเวยแก๊งค้ายานรกกลุ่มนายทหารนอกแถวอย่าง “เสธ.น็อต” พ.ต.ชานนท์ ชิณวงศ์

หลายคนคงหลงลืม แต่พวกเราไม่เคยลืม