มีเรื่องราวดี ๆ มาแชร์ความรู้สึกอีกครั้ง

บทความของ พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท อดีตนายพลตำรวจตระเวนชายแดน พูดถึงตำรวจชั้นผู้น้อยลูกน้องคนหนึ่งสมัยรับราชการอยู่ภาคอีสาน

เขาเอ่ย ด.ต.เชิง เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนครราชสีมา ทำหน้าที่สายตรวจจำไม่ได้ว่า สายตรวจรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์

มีอุปนิสัยน่ารักเป็นคนสนุกสนานร่าเริงและชอบดื่มสุรา

ดาบตำรวจนายนี้เข้ามาหาเขา ในขณะดำรงตำแหน่งเป็นรองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนครราชสีมา ปรึกษาว่า

“ผู้กองครับ ลูกชายผมสอบเป็นนักเรียนเหล่าได้ เลือกสายตำรวจ ผมไม่มีเงินมอบตัว อยากจะขอยืมผู้กองสักหมื่นครับ”

“ลูกชายเก่งนะ ดีใจด้วยที่สอบได้ เข้าไปพบและปรึกษากับสารวัตรใหญ่ หรือสารวัตรคนไหนบ้างหรือยังล่ะ” เขาพูดและถามกลับไป

“ไปพบมาหลายคนแล้วครับ แต่ละคนฟังแล้วก็เฉย ๆ ไม่มีใครสนใจครับ”

ด.ต.เชิงตอบแล้วก้มหน้าแบบท้อแท้ และคงจะคิดว่า คงไม่มีผู้บังคับบัญชาที่เรียกสั้น ๆ ว่า “นาย” คนไหนจะให้ความช่วยเหลือ

ด้วยเพราะเห็นเป็นคนขี้เหล้าเมายา

ด.ต.เชิงเงยหน้ามองหน้าผู้กอง สายตาเปี่ยมแววโศกเศร้าและเสียใจ ทำท่าจะลากลับ

ผู้กองไอยศูรย์พูดขึ้นว่า

“ดาบเชิง เงินสดผมมีนิดหน่อยนะ เอางี้แล้วกัน แหวนตำรวจทองคำลงยามีดาวล้อมเพชรวงที่ผมใส่อยู่นี้ ซื้อมาตอนอยู่นครบาลประมาณสองหมื่นบาท จำนำคงได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท เอาไปจ่ายค่าเข้าเรียนลูกชายนะ มีเงินเมื่อไหร่ค่อยไถ่ถอนมาคืนผม ระวังอย่าให้ตั๋วขาดล่ะ”

ด.ต.เชิงยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น ไม่กล้ายื่นมือมารับแหวนที่เจ้านายส่งให้ จนเขาต้องจับยัดใส่เข้าไปในมือ

“รีบไปจัดการเรื่องลูกให้เรียบร้อย ดีใจด้วยนะ”

นายดาบตำรวจยกมือไหว้น้ำตาคลอหน่วยแล้วออกไป หลังจากฟังคำพูดส่งท้าย

ลูกชายด.ต.เชิงได้เป็น “นักเรียนเหล่า” สมใจ

ด.ต.เชิงดีใจอยู่ไม่นานก็ประสบอุบัติเหตุทางถนนถึงแก่ความตาย

เมียดาบเชิงบอกเขาในงานศพว่า

“เสร็จงานศพแล้ว จะไปไถ่แหวนมาให้ ขอบคุณผู้กองมาก ถ้าไม่ได้แหวนผู้กอง ลูกชายคงไม่ได้เข้าเรียนเพราะไม่มีเงินมอบตัวค่ะ”

“เอางี้นะ ถ้าไถ่แหวนมาแล้ว ไม่ต้องเอามาคืนผม ผมยกให้ลูกชายเลย เพราะเขาเลือกเหล่าตำรวจพอดี เอาไว้เป็นกำลังใจในการทำงาน และเป็นที่ระลึกว่า เพราะแหวนวงนั้น เขาจึงได้มีวันนี้“

เป็นคำพูดของผู้กองก่อนขอตัวกลับ

เมียด.ต.เชิงยกมือไหว้และร้องไห้ พูดอะไรไม่ออก

เพื่อนตำรวจ ด.ต.เชิงบางคนมาบอกเขาในวันต่อมาว่า

“วันนั้นที่ผู้กองกลับจากงานดาบเชิง มีตำรวจและเพื่อนเมียดาบเชิงหลายคน เข้ามาปลอบใจ พูดคุย และทุกคนส่งยิ้มตามหลังผู้กองด้วยครับ”

เขาไม่พูดอะไร ได้แต่ยิ้มด้วยความสุขใจ

หลายปีผ่านไปลูกสาวเคยถามเขาว่า

“พ่อรู้จักดาบเชิงกองเมืองโคราชมั้ย”

“รู้จัก ดาบเชิงเคยเป็นลูกน้องพ่อ เขาถึงแก่กรรมแล้ว”

เขาบอกลูกสาวไป

“ลูกสาวดาบเชิงเป็นเพื่อนเรียนหนังสือด้วยกัน เคยเล่าให้ฟังว่า พ่อให้แหวนเพชรดาบเชิงไปหนึ่งวง พี่ชายเขาจึงได้เป็นนักเรียนเหล่า แล้วพ่อก็ยกแหวนให้เลย” ลูกสาวร่ายยาว

“จริงลูก แหวนเพชรหนึ่งวงกับหนึ่งอนาคตคน พ่อเลือกคน เขาจะเป็นอนาคตของอีกหลายคนในครอบครัว”

เขาพูดแล้วมองหน้าลูกสาว ลูกสาวก็มองหน้าพ่อแล้วยิ้มเช่นเดียวกัน

“ดีใจที่เป็นลูกพ่อ”

ลูกสาวพูดกับพ่อด้วยสีหน้าแววตาที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม