หลุดพรางที่ขุดดักไว้ สุดท้ายใครพลาดหล่นลงไปกันแน่

ความร้าวฉานภายใน “รั้วปทุมวัน” เมื่อต้นเดือนมกราคม 2563 ยิ่งกว่าสงครามจิตวิทยา

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อาวุโสลำดับต้น ได้ทำหน้าที่รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในระหว่างที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพตัวจริง ลาราชการไปต่างประเทศ

เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงรถเก๋งของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่เจอพายุมรสุมพัดกระเด็นพ้นรั้วสำนักไปเป็นข้าราชการพลเรือนตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี

เหตุเกิดวันที่ 6 มกราคม 2563 เวลาประมาณ 21.40 น.ในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลบางรัก

มือปืนป่วนกรุงช่วงจังหวะเวลา “แม่ทัพตัวจริง” ไม่อยู่พอดี

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา โทรศัพท์ข้ามแดนไปสอบถามความเห็นทางคดีกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

ตั้งคำถามแบบ “ขุดบ่อล่อปลา” หวังไล่ต้อนนายตำรวจรุ่นพี่ให้จนมุม

เรื่องราวอาจไม่ยืดเยื้อบานปลาย หากบทสนทนาไม่กลายเป็น “คลิปเสียง” เผยแพร่ในรายการเจาะลึกทั่วไปไทย inside Thailand ทางช่อง 9 องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย

จุดชนวนร้าวและร้อนฉ่ากลางทุ่งปทุมวัน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รู้ทันทีว่า กำลังเจอเกม “เลื่อยขาเก้าอี้” ก่อนเวลาถอดหัวโขนจากกลุ่มขบวนการใต้ดินของ “มารดำ-มารขาว”

ว่ากันว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ถูกลากเข้าร่วมเล่นเกมแบบไม่ได้ตั้งใจ หรือตั้งใจ ตัวเองย่อมรู้ดีที่สุด

ถึงกระนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จำต้อง “ดับร้อน” ด้วยการออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เหตุผลเพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 24/2563 ลงวันที่ 21 มกราคม 2563 ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส มีความน่าเชื่อถือ และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชนและผู้ร้องเรียนจนกว่าจะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประการอื่น

ผ่าน 6 เดือน นายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา คืนกลับมานั่งตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามเดิม

ระบุ “บัดนี้ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า การดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวข้างต้นเสร็จสิ้นแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (1) (3) (4) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียนบริหารราชการแผ่นดิน พุทธศักราช 2534 จึงให้ยกเลิกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 22/2563 ลงวันที่ 23 มกราคม 2563 และให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กลับไปปฏิบัติราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

หลายคนคิดว่า มลทินมัวหมองของเขาถูกชำระล้างหมดแล้ว

แต่แท้ที่จริงเป็นผลสอบเอาผิด “วินัยร้ายแรง” ของคณะกรรมการมีมูลเพียงพอรับฟังได้

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา เป็นผู้ลักลอบบันทึกเสียงสนทนาทางโทรศัพท์คู่สนทนา คือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ทราบและไม่ยินยอม

บทสนทนาดังกล่าวมีลักษณะเป็นการสั่งการที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อกำชับการปฏิบัติของ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา เกี่ยวกับให้ข่าวให้สัมภาษณ์เรื่องการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา และเรื่องเปิดเผยความลับของทางราชการแก่สื่อมวลชน

ต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ได้มีการส่งต่อคลิปสนทนาดังกล่าวให้ บุคคลที่สาม ภายหลังปรากฏว่า ได้มีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาดังกล่าวต่อสื่อมวลชนหลายแขนง

พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวมีลักษณะเจตนาเปิดเผยความลับของทางราชการ เป็นการกระทำที่ผิดธรรมเนียมและเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เป็นเหตุให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรมชั้นพนักงานสอบสวน

อีกทั้งก่อให้เกิดความแตกสามัคคีระหว่างข้าราชการตำรวจอันส่งผลโดยตรงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ข้าราชการเสียหายอย่างร้ายแรงและทำให้บุคคลทั่วไปที่ได้รับข้อมูลจากการเสนอข่าวแสดงความคิดเห็นเชิงลบต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติในลักษณะดูหมิ่นเกลียดชัง อันก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์และนำความเสื่อมเสียมาสู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง

คณะทำงานได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่กองบังคับการปราบปรามว่า มีการกระทำอันเป็นความผิดต่อรัฐ มีมูลเข้าข่ายตามความผิดพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พุทธศักราช 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 74 รวมถึงตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 21 เรื่อง ห้ามการดักฟังทางโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใด

ตั้งแท่นรอลับมีด

นำไปสู่คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 374/2563 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจสำรองราชการ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สะบัดปากกาเซ็นเชือด พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตัวเอง

เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นเหตุในการสั่งสำรองราชการได้ ตามนัยข้อ 3(1) แห่งกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจว่าด้วย การสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใด หรือสำรองในส่วนราชการใด พุทธศักราช 2548

เพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรมในการดำเนินการทางวินัยและอาญา เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ปั้นเข้า “เกมบาดลึก” ทะลุทะลวงหัวใจนายพลตำรวจเอกคนดัง