“ชีวิตราชการตำรวจแบบเราจะมีสักกี่ครั้งที่อยู่ในเครื่องแบบ อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และได้ช่วยชีวิตคนเอาไว้จากความเป็นความตาย” พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผู้กำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษบอกกับลูกน้อง

คงเหมือน ผ้าขาวผืนใหญ่ แต่ทำไมคนเลือกมองตรงจุดที่เปื้อนคราบสกปรก

ตามความคิดของ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางว่าไว้

ตำรวจทำความดีต้องได้รับคำชื่นชม ไม่ใช่หลงจมปลักอยู่กับ “ภาพเลอะ” แค่ “จุดเล็ก” บนผ้าขาวผืนใหญ่

“เราทำในส่วนของเรา และยังคงทำมันต่อไป ตำรวจในความหมายของเรา” เป็นประโยคแห่งความภาคภูมิใจของนายตำรวจหนุ่มสายตรวจเมืองหลวง

เป็นจังหวะที่ พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ และ ด.ต.เจริญ อ๊อดพันธ์ ลูกน้องร่วมทีมปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจความเรียบร้อยรับแจ้งจากศูนย์วิทยุผ่านฟ้า มีหญิงสาวพยายามจะโดดสะพานพระราม8

เจ้าตัวสั่งลูกน้องบึ่งรถไปยังที่เกิดเหตุทันที

พบสาวชาวชัยภูมิวัย 27 ปี เกาะอยู่ราวสะพานด้านนอกสร้างความหวาดเสียวระทึกขวัญแก่ผู้สัญจรไปมา ตำรวจจำเป็นต้องกันพื้นที่ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปเป็น “ไทยมุง”สร้างความกดดันเธอ

เวลานาทีชีวิตของหญิงสาวผ่านไป 30 นาทีที่ดูเหมือนนานนับชั่วโมง สำหรับพ.ต.อ.ปิยรัชที่ทำหน้าที่เจรจาเกลี้ยกล่อมตามหลักการเจรจาต่อรองที่ได้รับการอบรมมา กระทั่งเธอยอมเข้าโผกอดตำรวจเปลี่ยนใจไม่กระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยาหวังฆ่าตัวตาย

เหตุเพราะพิษเศรษฐกิจบวกเชื้อไวรัสโควิดระบาดทำตกงาน

“ผมขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้เราไปอยู่ใกล้ตรงนั้น แล้วไปทันกับอีก 1 ชีวิตที่ช่วยไว้” นายพันตำรวจเอกโล่งอก  “เหตุการณ์จริงมันไม่ง่ายเลย และต้องขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ขอบคุณครูผู้สอนหลักสูตรการเจรจาต่อรองในภาวะวิกฤติ”

สอนให้เราไม่ต้องเห็นคนตายต่อหน้าต่อตา

โดยเฉพาะ อาจารย์วัลลี ธรรมโกสิทธิ์ ที่ปรึกษาสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์  และพ.ต.อ.ภาณุภณ ชัยสนิท อดีตครูฝึกยุทธวิธีตำรวจ กองบังคับการศูนย์ฝึกอบรมกลาง

เจ้าตัวยังเล่านาทีชีวิตให้ลูกน้องฟังไว้เป็นวิทยาทาน

“ตอนฝึกแบบหนึ่ง สถานการณ์จริงก็อีกแบบหนึ่ง แต่สามารถดึงเอาความรู้มาใช้ได้ด้วยการผ่านการฝึก เจรจาต่อรอง ฉะนั้นการฝึกการเตรียมพร้อมที่ดีจึงสำคัญและส่งผลต่อผลลัพธ์”

คำแรกคือ แนะนำตัวและบอกผู้หญิงคนนั้นไปว่าชื่อ “เปิ้ล” มารับฟังปัญหามีอะไรจะบอก หรือระบายให้ฟังไหม

พอพูดจบหญิงสาวร้องไห้ออกมา

เธอรำพันว่า ในนาทีนั้น มีแต่ท้องฟ้าและอากาศ ไม่มีใครเลยจะมารับฟังเธอ

หลายครั้งที่หญิงสาว เงยหน้ามองฟ้า ก้มมองลงพื้นน้ำจะปล่อยมือจากราวสะพานหลายครั้ง

เขายอมรับว่า หัวใจจะหยุดเต้นตามเหมือนกัน

เพราะนั่นคือ ชีวิตคนทั้งชีวิต

สุดท้ายทุกอย่างผ่อนคลายนำมาซึ่งผลสำเร็จเป็น 1 ชีวิตที่เชื่อมโยงอีกหลายชีวิตในครอบครัวของเธอ

พวกเขาไม่ได้ช่วยเธอคนเดียว แต่ช่วยไปอีกหลายคนที่อยู่ในชีวิตของเธอ

คือส่วนหนึ่งของเรื่องราว “ผ้าขาวผืนใหญ่” ใส่ทรีทเม้นท์ให้กับชีวิตผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สมบทบาท ข้าราชการพลเรือนดีเด่น” ที่เพิ่งรับมอบรางวัลไปเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 

“เราทำในส่วนของเรา และยังคงทำมันต่อไป ตำรวจในความหมายของเรา”