มหากาพย์คดีทายาทกระทิงแดงซิ่งเก๋งเฟอร์รารี่ขยี้ตำรวจดับยังไม่รู้จะลงเอยแบบไหน

มีอีก “คดีตีนผีซิ่ง” น่าสนใจที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 หลังจาก นายเจนภพ วีรพร ขับรถเบนซ์ รุ่น ซีแอลเค สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนท้าย รถฟอร์ด เฟียสต้า ทะเบียน ฆย 6911 กรุงเทพมหานคร

เป็นเหตุให้ นายกฤษณะ ถาวร และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย นิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดนไฟคลอกเสียชีวิตทั้งคู่

เหตุเกิดบนถนนพหลโยธิน กิโลเมตร 53 หมู่ 8 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สู้คดีกันมายาวนาน

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายเจนภพ วีรพร จำเลยเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ขณะที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งจำคุกจำเลยฐานเสพเมทแอมเฟตามีนขับรถ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลงโทษจำคุก 6 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้บางส่วน

เหลือลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี ไม่รอลงอาญา

กระทั่งเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2563 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอ่าน คำพิพากษาศาลฎีกา แล้วเห็นว่า แม้จำเลยขอให้ลงโทษสถานเบา ให้เหตุผลว่าได้บวชให้ผู้ตายนาน 2 เดือน 3 สัปดาห์ จบการศึกษาปริญญาโทจากต่างประเทศ เป็นกรรมการบริษัทต่าง ๆ ทำประโยชน์แก่สังคมนั้น ยังไม่เป็นเหตุบรรเทาโทษ ที่

ศาลอุทธรณ์พิพากษาเหมาะสมแล้ว

พิพากษายืนให้จำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา

ผ่านแค่ 3 เดือน กรมราชทัณฑ์เสนอรายชื่อ นายเจนรพ วีรพร นักโทษเด็ดขาดเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าเกณฑ์พักการลงโทษชั้นดีวันที่ 1 ตุลาคม 2564

จากเดิมที่กำหนดพ้นโทษวันที่ 8 พฤษภาคม 2565

นายวิตถลัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ ระบุว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้รับโทษจำคุกแล้ว และได้จ่ายเงินเยียวยาให้ครอบครัวผู้เสียหายจนได้รับค่าชดเชยไประดับหนึ่งแล้ว ถือว่าไม่มีเหตุอันสมควร หากลิดรอนสิทธิหรือดึงเจ้าตัวไว้

ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แจ้งเหตุผลด้วยว่า นักโทษเด็ดขาดรายนี้เข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาเป็นนักโทษชั้นดีพักการลงโทษ เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ทำหนังสือขอข้อมูลการสืบเสาะข้อเท็จจริงไปยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 9 เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาพักการลงโทษ

“ก่อนเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษได้มอบหมายให้สำนักงานคุมประพฤติ ได้ไปสอบถามญาติของผู้ตายในคดีนี้ทั้ง 2 คนแล้วว่า ยังติดใจเอาความหรือไม่อย่างไร และได้รับการชดใช้เยียวยาหรือไม่ ปรากฏว่า ญาติยังติดใจเอาความและไม่ยินยอมให้ได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่า

ดังนั้นอาจมีการทบทวนการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ

“เพราะหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ จะต้องคำนึงถึงผลกระทบของการกระทำผิดต่อผู้เสียหายและสังคม รวมถึงการเยียวยาความเสียหายให้กับผู้เสียหาย หรือผู้ตายด้วย” นายสมศักดิ์ย้ำ

ส่วน น.ส.กัญจนา ฮ้อแสงชัย น้องสาวของ น.ส.ธันฐภัทร ฮ้อแสงชัย ระบุเรื่องค่าเสียหายตามที่กล่าวอ้างเป็นการชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง จำเลยนำเงินมาวางศาลจำนวนไม่กี่ล้านบาท ครอบครัวไม่ได้ให้ความสำคัญกับเงินส่วนนั้นเลย

เธอโต้ว่า ที่มีกระแสข่าวการชดใช้เงินจนเป็นที่พึงพอใจ ไม่ใช่ความจริงจากทางครอบครัวเราแน่นอน เราเพียงต้องการยุติทางแพ่งเท่านั้น เพื่อดำเนินการต่อ

“เพราะชีวิตพี่สาวประเมินค่าเป็นตัวเงินไม่ได้”

หลังจากเกิดเรื่อง น้องสาวผู้ตายว่า ครอบครัวฮ้อแสงชัยไม่เคยได้รับการติดต่อนอกรอบ หรือรับการเยียวยาอะไรทั้งสิ้นจากทางฝ่ายจำเลย ทางเรายังติดตามอยู่ในกระบวนการยุติธรรมมาตลอด

อยากให้คดีของพี่สาวเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสังคมส่วนรวม

“ไม่ว่าจะมีฐานะหรือไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมและเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม” ครอบครัวตระกูลดังระบายความรู้สึก

ต้องเป็นสิ่งที่สังคมต้องรับได้ด้วย