“ผมเป็นนักรักบี้ เมื่อลงเล่นก็เต็มที่ เจ็บเมื่อไหร่ก็ออกมา หมดเวลาก็กลับบ้าน”

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตะบี้ตะบันลงสู่สนามตราโล่ในฐานะแม่ทัพนาน 5 ปีจนได้เวลาที่จะโบกมืออำลา

ดั่งสุภาษิตที่ว่า “งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา”

เจ้าตัวกล่าวบนเวทีงานเลี้ยงรับรองแก่ผู้เกษียณอายุราชการประจำปีงบประมาณ 2563 ที่จัดขึ้นโรงเรียนนายร้อยตำรวจเมื่อวันก่อน ขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้ร่วมกันจัดงานในวันนี้

“รู้สึกซาบซึ้ง ตื้นตันใจที่เห็นพวกเราทุกคนมาในงานคืนนี้”

ฝากไม้ต่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่นำพาองค์กรให้ไปสู่จุดหมายที่ได้ตั้งใจไว้ ด้วยความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ต่างๆ

“ผมเชื่อได้สนิทใจว่าสามารถที่จะรับภารกิจในทุกๆ ด้านได้ เพียงแต่พวกเราทุกคนต้องช่วยผู้บัญชาการท่านใหม่” พล.ต.อ.จักรทิพย์ว่าถึงเพื่อนร่วมรุ่นที่จะก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้ “พิทักษ์ 1” แทนในวันที่ 1 ตุลาคม 2563

แม่ทัพสีกากียังให้โอวาทและกล่าวอำลาชีวิตราชการหลังทำพิธีตรวจพลแถวเกียรติยศเพื่อเป็นเกียรติแก่ตัวเขา

“ผมรู้สึกประทับใจ ซาบซึ้งใจในความตั้งใจที่ได้จัดงานนี้ให้กับผม ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการไป ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกนายทั้งที่อยู่และไม่ได้อยู่ ณ ที่แห่งนี้พึงระลึกเสมอว่า การที่เราได้อาสามาเป็นตำรวจนั้น หน้าที่หลักคือ การดูแลทุกข์สุขของประชาชน เสียสละอุทิศกาย อุทิศใจให้กับการทำงาน เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และสร้างศรัทธาให้จงได้ เพื่ออยู่อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี”

“โดยเฉพาะหน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือ การปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินของเราไปตราบนานนิรันดร์กาล” พล.ต.อ.จักรทิพย์เน้นย้ำทิ้งท้าย

ถึงกระนั้นห้วงเวลาหลังจากอำลาปลายชีวิตราชการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อาจต้องเผชิญ “ศึกหมากกระดานร้อน” ที่กระเด็นกระดอนราวมรสุมเข้ามารุมทึ้งก่อน “ถอดหัวโขน”

เป็นคดีความค้างคา “ติดปลายนวม” ยากจะแก้ออกในเวลารวดเร็ว

ตั้งแต่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ฟ้องคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเอาวินัยร้ายแรงกรณีที่ตัวเองถูกคำสั่งสำรองราชการจนเด้งพ้นเก้าอี้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามด้วย พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจคนดังยื่นฟ้องปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มูลเหตุไม่ตั้งสอบข้อเท็จจริงทางวินัย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

รุ่งขึ้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดิ้นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทวงถามความเป็นธรรมที่ตัวเขาโดนย้ายแบบไม่มีความผิดไปขึ้นตรงสำนักนายกรัฐมนตรี

มี พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 9 ฟัดกลับกรณีที่ถูกหมายจับเผยแพร่คลิปเสียงสนทนากับ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ เมื่อสมัยดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ

ล้วนเป็นคดีความค้างคาจาก “ปมขัดแย้ง” ภายในชายคาสำนักปทุมวัน

พัวพันโยงใย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ต้องตามแก้แม้จะเกษียณอายุราชการแล้วก็ตาม