พ.ต.อ.สุเทพ ชนะสิทธิ์ เปิดใจเมื่อครั้งเป็น ผกก.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา

นรต. 35 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ฉัตรไชย เรียนเมฆ รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์

จากอดีตนักสืบกองปราบฯ ปัจจุบันเป็นนักสืบภูธร อยู่เมืองกรุงเก่าเล่าถึงเรื่องปืนผาหน้าไม้ อาวุธคู่ใจ

ปืนกระบอกแรกที่ใช้ เป็น Colt รุ่น Police Positive .38 Special โม่ 6 นัด ลำกล้อง 4 นิ้วเป็นปืนเก่าแก่ของที่บ้าน เป็นปืนมรดก ลักษณะจะเหมือนปืนหลวงปัจจุบันนี้ ด้ามเล็กๆ กระบอกจะยาวนิดหนึ่ง  ก็ใช้ปืนกระบอกนี้มาตลอด โดยเฉพาะช่วงจบใหม่ปี 24-25 เป็นพนักงานสอบสวนที่สน.สำเหร่  สน.สำราญราษฎร์ ไม่ได้ไปสู้รบกับใคร

นักสืบคนพวกเยอะเปิดฉากเล่า

“เริ่มเป็นสายสืบ ตอนย้ายไปอยู่ สน.ดินแดง ไปซื้อปืนลูกโม่ S&W Chief 5 นัด .38 ขนาด 2 นิ้วครึ่ง ผิวแสตนเลส เล็กดี เป็นปืนเก่าของท่านมนัส ครุฑไชยันต์  ท่านฝากขายที่ร้านปืนรัตนา  เราก็ไปซื้อต่อเอามาใช้พกติดตัวมาตลอด อีกทั้งเป็นคนถนัดซ้าย จำเป็นต้องใช้ลูกโม่ เพราะถ้าเป็นปืนออโตเมติก เวลามันคัดปลอกมันจะดีดเข้าหาตัว ปืนดีมาก ทุกวันนี้ยังเก็บไว้”

จากดินแดง ย้ายไปอยู่กองปราบ ต้องเปลี่ยนปืนใหม่ เพราะเริ่มออกทำงานต่างจังหวัด เริ่มที่จะต้องใช้ปืนอัตโนมัติ เพราะปืนลูกโม่อย่างเดียวไม่พอ แล้วเวลาบรรจุ เวลาต่อสู้จริงๆ ไม่มั่นใจเท่ากับปืนอัตโนมัติ เลยไปซื้อ Beretta 9 มม.สีดำ รู้สึกว่าจะ3-4 หมื่น เดี๋ยวนี้เป็นแสน ชอบเพราะนอกจากลูกดกแล้ว ยังพกง่ายด้วย แล้วก็พกหน้ามิดชิด

มี Beretta ไม่เท่าไหร่ ก็ได้ปืนลูกซองไว้ติดรถอีกกระบอก ยี่ห้อ Benelli Armi-Urbino M3 เป็นปืนลูกซอง 8 นัด พับฐานได้ มันมีแรงปะทะ น่ากลัว เสียงมันจะดังมาก ชอบเลย เพราะเวลาทำงาน พอมีเหตุการณ์อะไรขึ้นมา บางครั้งปืนใหญ่ๆ เสียงมันหยุดคนได้ ประสิทธิภาพการยิงเรื่องโดนมันต้องมีแน่นอน แล้วสามารถหยุดยั้งคนจำนวนเยอะๆที่จะเข้ามาทำร้ายเราได้  น่าเกรงขาม ถือลงไป มันดูแล้วอำนาจการต่อรองมันสูงเลยซื้อไว้

จนมาอยู่สระบุรี เป็น รอง ผกก.สืบสวนจังหวัด  ต้องคุมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ต้องแต่งชุดเขียว แต่งเครื่องแบบ ถ้าพกปืนประกอบเครื่องแบบ Beretta มันจะใหญ่เทอะทะ เข้ากับเครื่องแบบไม่ดี แล้วตอนนั้นเริ่มตัวใหญ่ขึ้น พอตำแหน่งสูงขึ้น อายุมากขึ้น ปืนที่จะพกต้องเริ่มหาเบาๆ พอดีมีคนขาย Glock 26 มันเบาถูกใจมาก ไอ้ที่เคยพก เอาเก็บอยู่บ้านหมด  กระบอกนี้เบา ใส่กับเครื่องแบบ ใส่กับชุดเขียวมันเข้ากันได้ ลูกกระสุนบรรจุได้พอสมควร  ใส่กระเป๋าก็ง่าย เลยใช้ Glock มาตลอด

ที่กองสืบอยุธยา มีสนามซ้อมจะให้ลูกน้องซ้อมเป็นประจำ โดยเฉพาะยุทธวิธี ให้เด็กที่ไปฝึกหน่วย S.W.A.T และหลักสูตร S.W.A.T Advance เป็นหลักสูตรที่ “ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ” ระดับจังหวัด ถูกส่งมา ให้นเรศวร 261 ช่วยฝึกอบรมให้ที่ค่ายนเรศวร  ต้องเจอความลำบากทุกรูปแบบ  พอกลับมา จะใช้เด็กพวกนี้ฝึกเจ้าหน้าที่ของเราอีกที กลายเป็นชุดปราบไพรีอยู่หลายคน อยู่กับสืบจังหวัด

“แต่หลักๆ ของเราก็คือ ไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่เอาปืนออกมาใช้  ปืนต้องอยู่กับคนที่มีสติ แล้วก็ไม่วู่วาม ถ้าเราจะถือปืน เราต้องคุมมันได้ คุมอารมณ์ได้ เพราะถ้าใช้แบบไม่ยั้งคิดจะมีแต่โทษ จะต้องเอาไว้ช่วยเหลือเขาอย่างเดียว”