เหมือนผีซ้ำด้ามพลอย

ภาพขององค์กรตำรวจถูกปู้ยี่ปู้ยำเละเทะจากแผล “เน่าแฟะ” ของบ่อนการพนัน “หลงจู๊ชาย” กระจายวายร้ายไวรัสในหลายจังหวัดภาคตะวันออกลามไปเกือบทั่วประเทศ

ถึงกระนั้นไม่เท่ากับ “มะเร็งร้าย” กัดกินก้อนเลือดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่โดน “เหมาเข่ง” เจอเฉ่งและเช็กบิลกันระนาว

หนาวร้อนสะท้านเก้าอี้กันเป็นทิวแถว

ภายหลัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประกาศิตเด็ดขาดเชือด พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เข้ากรุศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติ

ส่ง พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นั่งเก้าอี้รักษาราชการแทน

ตามด้วยฟันผิด 4 นายพลในพื้นที่ฐานบกพร่องปล่อยปละละเลยให้มี “บ่อนการพนัน” ในยามศึกเชื้อหวัดมรณะ ทำ .ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง พล.ต.ต.ประการ ประจง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี กับ พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด ตกเก้าอี้ระแนนระนาด

ขาดจากตำแหน่งเดิม

ผู้ไปนั่งรักษาตำแหน่งอย่าง พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ต้องกวดขันไม่ให้พลาดซ้ำสอง

ดังนั้นเมื่อเกิดกรณี ว่าที่ ร.ต.ชยุต พรมเทศ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงร่วมกันจับกุม ร.ต.อ.อำพัน บุญค้ำ รองสารวัตรสายงานปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี และ ส.ต.ท.ณัชนน แนวตัน ผู้บังคับหมู่สืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี กับพวกในความผิดลักลอบเล่นการพนันไพ่สิบสามใบ (สามกอง) เอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาตที่ร้านขายอาหารตามสั่ง ตรอกเมตตา ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี

ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดจันทบุรีที่ 4222/2563 ลงวันที่ 28   ธันวาคม 2563 เรื่อง ปิดสถานที่ในพื้นที่จันทบุรีเป็นการชั่วคราว ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช 2548 (ฉบับ17)

ข้อ 3 การปราบปรามและการลงโทษผู้กระทำผิดอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค

กลายเป็นเหตุให้ พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี มีคำสั่งให้ทั้งคู่ ออกจากราชการไว้ก่อน

เพื่อรอฟังการสอบสวนพิจารณาทางวินัย

อ้างเหตุผลตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พุทธศักราช 2547 ข้อ 3 (1) ถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือต้องหาคดีอาญาในเรื่องเกี่ยวกับความประพฤติ หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ

แม้ ร.ต.อ.อำพัน บุญค้ำ จะมีศักดิ์เป็นพี่ชาย พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ที่โยกเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด ก่อนเจอพิษบ่อนเด้ง “เข้ากรุ” ตามคำสั่งเหล็กของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพสีกากี

แต่เจ้าตัว “ไม่มีสิทธิต่อรอง” เช่นเดียวกับ ส.ต.ท.ณัฐชนน แนวตัน ลูกน้องที่เป็นเพียงเข้าไปในร้านไม่ได้รวมวงไพ่ก็ไม่มีสิทธิแก้ต่าง

งานนี้ทำให้เกิด “อุณหภูมิร้อน” ระหว่างเจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

มีบางคนเป็น ไม้เบื่อ-ไม้เมา พิพาทกันมานาน เรื่องอำนาจที่หัก “ไม่ยอมงอ”

ไม่แปลกที่วันรุ่งขึ้น นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ต้องเรียกนายอำเภอ ปลัดอำเภอที่เกี่ยวข้อง พร้อมฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไป เคลียร์ใจ ในห้องทำงานเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย

ขยายกลายเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว”