หน่วยตำรวจปฏิบัติการพิเศษน้องใหม่ภายใต้อาร์ม กองปราบปราม

กำลังเริ่มคำรามผลงานเสียงดังสะท้านยุทธจักรสีกากี หลังจากไล่บดขยี้อาชญากรรมคดีสำคัญ ปรากฏชื่อ ติดหู และคุ้นตาที่รู้จักกันในนาม หนุมาน

กำเนิดใหม่แทนขุมกำลัง หน่วยคอมมานโด ที่ยกระดับปรับโครงสร้างไปขึ้นตรงกองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904

ทีมปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน พร้อมคอยล้างผลาญผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศตามโยบาย พล...จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม มีความเป็นอย่างไร

นิตยสาร COP’S ขอนำท่านผู้อ่านไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังของกองกำลังหน่วยที่จะช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขชาวบ้านอีกทัพให้ ชาวประชาอุ่นใจ ปลอดภัยทั่วกัน

 

จำเป็นต้องเซตโครงสร้างหน่วยใหม่ ใช้โมเดลเก่าของคอมมานโด

เริ่มต้นก้าวแรก พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผู้กำกับการสนับสนุน กองบังคับการปราบปราม หัวหน้าชุดปฏิบัติการให้ข้อมูลความเป็นมาของหน่วยหนุมานว่า เกิดจากแนวคิดของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม หลังกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วยคอมมานโดเดิมย้ายไปสังกัดกองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 จำเป็นต้องปรับโครงสร้างใหม่ เอาโมเดลเก่าของคอมมานโดมาเป็นตัวตั้ง เพิ่มเอางานวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ งานประชาสัมพันธ์ เข้าไปอยู่ด้วย ขึ้นตรงกับกองกำกับการสนับสนุน กองบังคับการปรามปราม ตามโครงสร้างใหม่เช่นกัน

พ.ต.อ.วิจักขณ์อธิบายว่า พอได้รับโอกาสเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้จึงเข้ามาช่วยเสริมสร้างทีมขึ้นใหม่ ปรับโครงสร้างให้ครอบคลุมหน้างานที่เพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศ สมกับเป็นหน่วยสนับสนุนเสริมทุกภารกิจให้แต่ละกองกำกับ หรือหน่วยงานอื่นยามที่มีการร้องขอ แม้ตอนแรกหลายคนยังสงสัยว่า กองกำกับการสนับสนุนทำอะไร  แต่ด้วยหน้างานและหน้าที่ที่ผู้บังคับการปราบปรามมอบนโยบายไว้ตรงตามชื่อหน่วย คือ สนับสนุนทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องกำลังพล ข้อมูล เครื่องมือพิเศษ รวมถึงเรื่องประชาสัมพันธ์

เจ้าตัวยอมรับว่า ตอนแรกยังไม่มองถึงกรอบที่ว่าจะมีชื่อเรียกอะไรเป็นพิเศษเฉพาะ ปฏิบัติหน้าที่มาเกือบปี เรียกกันเองว่า เป็นหน่วยสวาท กองปราบปราม กระทั่ง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช คิดว่า น่าจะมีชื่อเรียกเฉพาะของหน่วยชาวบ้านจะได้จำง่าย และเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองด้วย เพื่อป้องกันความสับสน มีการคิดอยู่หลายชื่อ ระดมมันสมองให้ทีมงานเสนอความคิดกันหลายส่วน วกไปหลายชื่อมาก พอฟังดูแล้วยังไม่โดน ความหมายก็ยังไม่สื่ออะไรมากมาย

 

ลงตัวชื่อ หนุมานทหารเอกของพระราม ปฏิบัติการพิเศษของกองปราบปราม

“สุดท้ายมาหยุดตรงหนุมาน” พ.ต.อ.วิจักขณ์ว่า “ท่านผู้การเป็นคนคิด และเสนอขึ้น ผมถามว่า ทำไมถึงเลือกชื่อนี้ พอฟังเหตุผลของท่านผู้การแล้วคิดว่า ใช่เลย ท่านว่า ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีนามเรียกขานทางวิทยุสื่อสารคือ นารายณ์ 1 พระนารายณ์ ภาคอวตาร คือ พระราม โดยพระรามมีทหารเอก คือ หนุมาน ที่สำคัญผมได้ศึกษาข้อมูลยังพบว่า หนุมานมีคุณสมบัติพิเศษ เก่งเรื่องการรบ แคล้วคล่องว่องไว กระฉบับกระเฉง ที่สำคัญมีความซื่อสัตย์ คุณสมบัติดังกล่าว ท่านผู้การถึงบอกว่า นี่แหละหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองปราบปราม”

เมื่อลงเอยกันตรงชื่อ “หนุมาน”  พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ได้ทำเรื่องเสนอขออนุมัติจาก พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขอใช้คำว่า “หนุมาน” เป็นชื่อเรียกของหน่วยปฏิบัติการพิเศษก่อนเสนอต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อนุมัติในที่สุดเมื่อปลายปี 2562 หลังจากตั้งหน่วยใหม่ทำงานมาได้ปีเศษ

ผู้กำกับการสนับสนุน กองบังคับการปราบปรามบอกว่า การตั้งหน่วยใหม่นี้เหมือนมีการเซ็ตซีโร่กันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ตลอดจนเครื่องแบบที่ต้องระดมความคิดว่า จะใช้ชุดแบบไหน สีอะไร ถ้าเป็นไปได้อย่าให้ซ้ำหน่วยอื่น และสื่อความหมายได้ด้วย สรุปไปได้สีวูล์ฟส เกรย์ (Wolves Grey) เป็นสีเทาทางยุทธวิธีที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษของต่างประเทศ

 

ประกอบร่างก่อทีมให้มีคุณภาพ รองรับสภาพสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

“พวกเขามีความหมายในภารกิจปฏิบัติการในเมือง เมื่อคุยกับท่านผู้การเห็นตรงกันว่า ตำรวจกองปราบปรามส่วนใหญ่มีภารกิจในเมืองเป็นหลักอยู่แล้ว และยังไม่มีหน่วยไหนในประเทศใช้สีนี้ ผมถึงไปหาร้านตัด ไปเลือกแบบกางเกง เลือกแบบเสื้อ เพราะได้สีแล้ว ทำไปทำมาผ้าต้องนำเข้า เพราะเมืองไทยไม่มีผ้าแม่สีเทาตามแบบยุทธวิธี กว่าจะหาตัดได้ใช้เวลาปีกว่า ประจวบเหมาะกับได้ใช้ชื่อหนุมานออกปฏิบัติงานพอดี” พันตำรวจเอกหนุ่มว่า

เขาอธิบายต่อว่า กำลังพลรุ่นแรกของหน่วยมีแค่ 20   คน คัดจากบุคลากรในกองปราบปราม และสอบสวนกลาง อีกทั้งใช้วิธีทางลัดหากำลังพลที่ผ่านหลักสูตรพิเศษต่าง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือของกองทัพที่สมัครใจอยากจะมาอยู่อีกส่วน  รวมกันไปทีมเข้ามาฝึกอบรมร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะออกปฏิบัติหน้าที่ ได้ผู้ที่มีความชำนาญจากต่างประเทศมาช่วยเทรน ทั้งเรื่องการต่อสู้ป้องกันตัว ทักษะการใช้อาวุธ ทั้งปืนกลมือ ปืนสั้น เรียนรู้ลักษณะยุทธวิธีจนทีมเริ่มมีทักษะมากยิ่งขึ้น

“ตามกรอบที่ท่านผู้การกำหนดไว้ อยากให้หนุมานเป็นกำลังที่ไม่เยอะ แต่เต็มไปด้วยคุณภาพ มีประมาณ 40 นาย ไม่รวมสารวัตร รองผู้กำกับ และผู้กำกับควบคุมทีม  แต่พอปฏิบัติงานตามสถานการณ์จริง เริ่มมีภารกิจมากขึ้น  อาจต้องขยายอัตรากำลังต่อไปในอนาคต เพื่อเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ตลอด 24   ชั่วโมง”

 

ประเดิมจู่โจมจับ พันศักดิ์”  ปักหมุดพิชิตคดีดังเมืองลพบุรี

หัวหน้าหน่วยหนุมานบอกอีกว่า กองกำลังส่วนนี้พร้อมสนับสนุนทุกกองกำกับในหน่วย แต่เดิมอาจไม่คุ้นชินเวลาประกอบทีม ต่างฝ่ายต่างระดมกำลังของตัวเอง ปัจจุบันเห็นศักยภาพของกองกำกับการสนับสนุนแล้วว่า มีความพร้อมรองรับทุกอย่าง ทั้งเครื่องมือพิเศษ ทีมวิเคราะห์ข้อมูล และหน่วยปฏิบัติการที่ช่วยทำให้ประสิทธิพลของงานมากขึ้น

พวกเขาประเดิมจู่โจมลุยจับพันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีตนายตำรวจนักฆ่าประวัติอำมหิตอย่างละม่อมโดยไม่มีการปะทะให้เกิดความสูญเสีย ตามด้วยกลุ่มมือปืนรับจ้างที่มีหมายจับ หรือคนร้ายที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่มีการใช้อาวุธปืน อาวุธสงคราม เพียงแต่ไม่ได้เปิดตัวโชว์ต่อสาธารณชน จนสังคมเริ่มรู้จักหน่วยหนุมานจากปฏิบัติการจับกุมนายประสิทธิชัย เขาแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนโหดฆ่า 3 ศพชิงทองโอโรร่า ห้างโรงบินสัน กลางเมืองลพบุรี

“เราเป็นหน่วยแรกที่เข้าถึงตัว ถามว่ายากลำบากไหม มันอยู่ที่ขั้นตอนแรก คือ การวางแผน ถึงกระนั้นไม่ใช่มีหน่วยหนุมานหน่วยเดียว ยังมีฝ่ายสืบสวนของกองกำกับการ 2 กองกำกับการ 3 กองปราบปราม มีสืบสวนนครบาล และของสืบสวนภูธรภาค 1 ที่คอยสนับสนุนอยู่ พวกกเรามีการวางแผนค่อนข้างรัดกุม ถ้าจะยากก็ตรงวางแผนนี่แหละ เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน มันจะรันขั้นตอนจนสำเร็จ” พ.ต.อ.วิจักขณ์ว่า

 

ยึดบทเรียนคลั่งกราดยิงที่โคราช เป็นโอกาสอุดร่องรอยข้อบกพร่อง

รายของนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ ผอ.กอล์ฟ ผู้อยู่เบื้องหลังหน่วยที่เข้าจับกุมบอกด้วยว่า ด้วยความรุนแรงในพฤติการณ์ที่ปรากฏจากคลิปวงจรปิดของห้างเห็นได้ว่า คนร้ายยิงมั่วซั่ว เห็นใครก็ยิง เพราะฉะนั้นผู้บังคับบัญชาจะประเมินกันไว้ก่อนว่า มีความเป็นไปได้สูงที่คนร้ายอาจจะสู้ การที่จะให้ทีมสืบสวนเข้าไปจับกุมอาจเกิดอันตราย สมควรมอบให้หน่วยทางยุทธวิธีเข้าก่อนดีกว่า ที่ประชุมลงมติให้หน่วยหนุมานเซตกำลังเข้าไป ตามด้วยหน่วยอื่น เนื่องจากสถานที่เป็นสถานที่เปิด ต้องเซตให้ปลอดภัยมากที่สุด ครอบคลุมพื้นที่ทุกจุด

หลังจากปิดแฟ้มคดีฆ่าชิงทองจังหวัดลพบุรี ปรากฏเกิดเหตุการณ์จ่าทหารคลั่งกราดยิงระทึกกลางเมืองโคราช พ.ต.อ.วิจักขณ์ยอมรับว่า หนุมานเป็นหน่วยใหม่ ทีมบางส่วนประสบการณ์ยังน้อย แต่เราฝึกอยู่เป็นประจำ ทว่าทำให้พวกเราได้เห็นศักยภาพในการเตรียมพร้อมของทีม และพบยังมีจุดบกพร่องอยู่บ้าง เรื่องยุทโธปกรณ์ที่ประกอบกำลัง ส่วนความพร้อมของบุคคล เราพร้อมอยู่แล้ว เทียบกับลพบุรี เราวางแผนก่อน แต่เคสที่โคราชเป็นการทดสอบเราเหมือนกันว่า เวลาเจอสถานการณ์จริงแล้วเรามีจุดไหนที่ต้องปรับปรุง ถือว่าได้ในระดับหนึ่ง สำหรับหน่วยปฏิบัติการที่เพิ่งสร้างใหม่ และไปเป็นหน่วยแรก ๆ ที่ถึงจุดเกิดเหตุ แม้พื้นที่ปฏิบัติการอยู่ต่างจังหวัด

เจ้าตัวมองว่า หน่วยหนุมานยังต้องพัฒนาเรื่องความเร็วให้มากขึ้น ส่วนเรื่องทักษะประสบการณ์ต้องอาศัยคนเคยออกภาคสนามจริงประคองอยู่ในแต่ละทีม อย่างที่ไปที่นครราชสีมาได้ผู้ที่มีประสบการณ คอยประคองพวกเด็กใหม่อยู่ ทั้งหมดเกิดจากการซ้อมไปมาก ฝึกประจำ ความประหม่าจะเกิดน้อย “ ผมยอมรับอยู่อย่างคือ อันนี้ไม่ได้ชมลูกน้องตัวเองนะ พอเข้าไปพูดคุยแล้ว พวกพเขาค่อนข้างมีจิตใจที่รุกรบ แล้วไม่ตื่นเต้น ทำงานตามที่สั่งได้ค่อนข้างจะโอเค  เข้าใจว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร ต้องทำยังไง”

 

รอทยอยส่งขุมกำลังลับเขี้ยว เก็บเกี่ยวความเชี่ยวชาญในต่างแดน

ทั้งนี้ในอนาคตผู้บังคับการปราบปรามได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการฝึกอบรมยุทธวิธีมากขึ้น เตรียมจัดส่งขุมกำลังหน่วยหนุมานไปลับเขี้ยวในต่างประเทศเพื่อพัฒนาขีดความสามารถ พ.ต.อ.วิจักขณ์เสริมเพิ่มเติมว่า พอถึงขั้นนั้น ประสบการณ์ในทีมจะมีมากขึ้น หน่วยหนุมานจะพร้อมรับหน้างานอาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นต่อเนื่อง

“ผมให้นโยบายตามที่ท่านผู้การกำชับมาว่า จะทำยังไงก็ได้ ให้ทักษะของทีมสูงขึ้น ถึงเน้นไปที่การฝึก อบรม และการเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น 4 ทีม เข้าเวร 2 ชุด พัก 2 ชุด ไม่ให้เกิดความเครียดจนเกินไป มีเวรหลัก เรียกกำลังแล้วต้องพร้อมทันที ส่วนเวรรอง หย่อนเวลาไม่นาน แต่ต้องสามารถประกอบกำลังได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมง หรือไม่เกินชั่วโมง”

การก่อร่างสร้างทีมหนุมานที่ผ่านมา ผู้กำกับหนุ่มยังบอกด้วย จะไม่พยายามไปหยิบกำลังพลของหน่วยอื่น เน้นสร้างบุคลากรของตัวเองดี หา ส.ต.ต.หรือ ส.ต.ท.ที่สมัครใจ มีความชอบด้วยปฏิบัติการพิเศษเอามาทดสอบร่างกาย  ดูความพร้อม ที่สำคัญต้องใจรัก ก่อนส่งไปฝึกอบรมยุทธวิธีเบื้องต้นที่ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ตามหลักสูตรยุทธวิธีกองบังคับการปราบปรามเขียนขึ้นเองแล้วหมุนไปฝึกอบรมหลักสูตรพิเศษจากหน่วยอื่น ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรเก่าที่มีอยู่ให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นเป็นกำลังหลักสำคัญของหน่วยหนุมาน

 

โปรไฟล์หัวหน้าทีมไม่ธรรมดา ตามสอยวิชามารอบตัว

ย้อนประวัติ พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผู้กำกับการสนับสนุน กองบังคับการปราบปราม หัวหน้าหน่วยหนุมานคนแรก เป็นชาวภูเก็ต ทายาทตำรวจชั้นผู้น้อย เกิดและโตอยู่ในแฟลตตำรวจ วิ่งเล่นบนโรงพักทำให้เกิดแรงบันดาลใจ หลังจบชั้นมัธยมต้นโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย เขาเล่าว่า มีผู้หมวดคนหนึ่งหุ่นสมาร์ท เจ้านายของพ่อ ร่างกายแข็งแรง เข้ามาถามจะสอบโรงเรียนเตรียมทหาร เพื่อเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจหรือไม่ ตอนนั้นสารภาพเลยว่า ไม่มีข้อมูลในหัว เพราะพ่อเป็นแค่นายดาบ ถึงตั้งปณิธานตรงนั้นเลยว่า จะไปสอบเตรียมทหาร ใช้วุฒิมัธยม 4 ไปสอบ ปีแรกคิดจะลอง สุดท้ายสอบไม่ติด

พอปีถัดมา เขาบอกว่า ไม่ลองแล้ว เที่ยวนี้เอาจริง อ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ ง่วงก็นอน ตื่นมาก็อ่าน เอาข้อสอบเก่ามาทำ สอบติดเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 34 เข้าเหล่านักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 50 จบมาได้ที่ 70 กว่า สามารถเลือกลงนครบาลได้ แต่มีแนวคิดตั้งแต่ต้นแล้วอยากกลับไปทำงานแถวบ้านเกิด บังเอิญภูเก็ตมีเพื่อนตัดหน้าเลือกไปแล้ว ทำให้ต้องเริ่มต้นตำแหน่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองตรังแทน

สะสมประสบการณ์งานสำนวนอยู่ 4 ปี ไม่มีความคิดจะเข้านครบาล ยิ่งสอบสวนกลางเป็นอะไรเกินเอื้อม เมื่อประเมินความสามารถของตัวเองแล้ว ถึงขยับเป็นนายเวร พล.ต.ต.ถาวร ภูมิสิงหราช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ได้ 3 เดือนย้ายติดตามผู้เป็นนายไปอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช “ผมได้วิชาจากท่านที่นั่นเยอะมาก ท่านสอนอะไรมากมาย ตั้งแต่นั่งรถตรวจกับท่าน ผมนั่งหลัง ท่านบอกห้ามหลับ ไปไหนมาไหนไม่กลับทางเดิม เป็นยุทธวิธีที่ผมเรียนรู้มา เช่นเดียวกับเรื่องปืน ผมเป็นนายเวรครั้งแรกไม่พกปืน โดนด่าเลยว่า เป็นตำรวจต้องพก ยิ่งแต่งเครื่องแบบยิ่งสมควรต้องพก เพราะถ้าไปเจอเหตุซึ่งหน้าจะทำยังไง”

“ทุกวันนี้ ผมต้องพกปืนตลอด ต้องพร้อมเสมอ ท่านจะพูด สอนไปเรื่อยเวลาตรวจโรงพัก ต้องอย่างนั้นอย่างนี้ ถือว่าได้วิชามาเยอะ” อดีตนายเวรผู้บังคับการมือปราบภูธรภาคใต้รำลึกความหลัง มีส่วนพาให้เขาขึ้นเป็นสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช พื้นที่ที่เต็มไปด้วยตัวเลขสถิติคดีอาชญากรรมติดอันดับต้นของประเทศ

 

ระดมกวาดแหลกแลกผลงาน บ้างานสืบสวนเป็นชีวิตจิตใจ

พ.ต.อ.ประเสริฐ ริยาพันธ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราชในขณะนั้นยังกังวลว่า นายตำรวจหนุ่มอดีตนายเวรผู้บังคับการจะเอาลูกน้องยศนายดาบตำรวจราว 80 เปอร์เซ็นต์อยู่แค่ไหน ถึงขนาดเรียกวิทยุเช็กตัวเขาทุกวันว่า ทำงานหรือไม่  “ผมต้องขอบคุณท่านนะ ด้วยความที่ท่านเคี่ยวเข็ญ ตอนนั้นวิชาความรู้อะไรต่าง ๆ ผมได้ครูพักลักจำ แสวงหา ถามหา อ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องวิชางานสืบ เริ่มชอบ พอเริ่มมีความรู้ เริ่มชอบ ทำงานได้สักไม่ถึงเดือน ไปจับคดีฆ่าชิงทรัพย์เด็กนักเรียน ถูกฆ่าชิงรถมอเตอร์ไซค์ คนร้ายเป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นนี่ ประมาณ 6-7 คน แล้วชำแหละมอเตอร์ไซค์ เอาชิ้นส่วนไปขาย โครงเอาไปทิ้งที่คลอง”

“นับเป็นคดีแรกของผม ผมจับผู้ต้องหาได้ครบ ตามยึดมีดที่แทง และของกลางที่เกี่ยวข้องได้หมด ทำให้ผู้บังคับบัญชาเริ่มวางใจ ยอมปล่อยมือให้ผมบริหารหน่วยเอง  ผมมีความรู้สึกว่า ชอบงานสืบสวน สมัยนั้นบ้างานมาก ขลุกอยู่แต่ในห้องทำงาน ประกอบกับเยอะด้วย มีให้ลองหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะมือปืนรับจ้าง ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ข่มขืน ผมเจอมาหมด ทุกคดี ฆ่าข่มขืนพบศพ คลี่คลายคดีได้เกือบหมด จนพ่อต้องมาบอกว่า เราไม่ใช่ซุปเปอร์แมนนะที่จะทำได้หมดทุกเรื่อง”

สารวัตรสืบสวนแห่งโรงพักเมืองคอนไฟแรงได้ 3 ปีกว่าเริ่มอิ่มตัว เป็นช่วงที่ปรับโครงสร้างเปิดตำแหน่งสารวัตรสืบสวนปราบปราม เขาคิดจะใช้โอกาสนี้ย้ายกลับบ้านเกิดดีกว่าในตำแหน่งสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรฉลอง จังหวัดภูเก็ต เพราะยังอยากทำงานสืบสวน ไม่ขอเป็นสารวัตรสืบสวนปราบปรามที่เปิดอัตราใหม่ทุกโรงพัก และยังได้ทำงานอยู่กับพ่อก่อนเกษียณอายุราชการปีนั้น

 

เทคนิคทำงานไม่ค่อยเหมือนใคร  จับอย่างไรให้เขาขอบคุณเรา

เช็กคำสั่งกับนายเวรเรียบร้อย ไปจองแฟลตที่พักเตรียมไปนั่งทำงานโรงพักฉลองกับพ่อตามความตั้งใจเดิม เอาเข้าจริงกลับมีคำสั่งให้เขาเป็นสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต  “คิดว่า ผมเต็มอิ่มแล้วตอนอยู่นครศรีธรรมราช ได้วิชามาทุกรูปแบบแล้ว อยากไปพักที่ฉลอง ผู้ใหญ่กลับให้โบนัสไปทำงานต่อ คราวนี้เจอคดีอีกรูปแบบ ส่วนมากจะเป็นคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น นาน ๆ ที จะมีฆ่ากัน แต่ด้วยความที่ผมเจอมาเยอะ ไม่ได้กดดันหรือกังวล เพียงแต่ว่าปรับรูปแบบในการทำงาน”

เขาใช้รูปแบบการทำงานเป็นวงรอบสัปดาห์จะประชุมติดตามคดีกับลูกน้อง เพื่อหารือพูดคุยและตามงานที่สั่งว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา มีงานอะไรบ้าง แล้วทำอะไรบ้าง สั่งการรันงานกันทุก 7 วัน ส่งผลให้จับคดีเยอะมาก ถึงขนาดผู้ต้องหาไปขึ้นศาลยังแซวว่า สารวัตรจับเยอะจนพวกเขาไม่มีที่นอนในคุกแล้ว ถึงกระนั้น เขาไม่เคยใช้วิธีการรุนแรงกับผู้ต้องหา ไม่เคยถึงขั้นวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย แต่ใช้วิธีการและเทคนิคที่ตัวเองปฏิบัติมาจนประสบความสำเร็จ

“ผมจะสอนลูกน้องและรุ่นน้องเสมอว่า จับอย่างไรให้เขาขอบคุณเรา ไม่ใช่ผมพูดอย่างเดียวนะ ผมทำด้วยให้เห็นด้วย คือ ผมจะทำให้ผู้ต้องหาเกิดความรู้สึกว่า ตำรวจไม่ใช่ศัตรูเขา แม้ตอนแรกจะพูดให้หนักไว้ก่อน ตอนหลังต้องลดโทนให้เบาลง ผมถึงไม่ค่อยมีเรื่องร้องเรียน” นายตำรวจนักสืบดาวดวงใหม่อนาคตไกลว่า หลักการของตัวเอง

 

ยกระดับขึ้นนั่งติวเตอร์สอนรุ่นใหม่ ก่อนไต่บันไดเลื่อนติดยศ พ...

นั่งเก้าอี้สารวัตรสืบสวนโรงพักเมืองภูเก็ตนานถึง 5 ปี อาศัยลูกขยันปั่นผลงานจนผู้ใหญ่ไม่อยากย้ายให้คนอื่นมาแทน แม้ใจเขาอยากจะเลื่อนตำแหน่งมาตลอด ต่อมาถึงได้ขึ้นเป็นรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดพังงา ทำงานนอกเครื่องแบบตามถนัด แถมยังได้เอาประสบการณ์ไปช่วยทำหน้าที่วิทยากรสอนนักสืบรุ่นใหม่ตามโครงการของ พล.ต.ต.วีระศักดิ์ มีนะวาณิชย์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ในขณะนั้น ร่วมกับ พ.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา

ไม่นานเกิดคดีฆ่าข่มขืนแหม่มชาวอังกฤษ 2 ศพบนเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขากับทีมสืบสวนภาค 8 กลายเป็นชุดเฉพาะกิจร่วมคลี่คลายปมกับคณะทำงานชุดใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ตั้งวอร์รูมอยู่ในบังกะโลของเหยื่อ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากนักสืบพระกาฬรุ่นพี่หลายคน และยังได้โอกาสร่วมสางขบวนการค้ามนุษย์ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

หมกตัวอยู่ชุดเฉพาะกิจภูธรภาค 8  กว่า 2 ปี ขอย้ายกลับภูเก็ตอีกครั้ง เพราะลูกกำลังเล็ก เป็นรองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรกมลา ปีเดียวโยกเป็นรองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรโคกกลอย จังหวัดพังงา ก่อนได้รับโอกาสให้มาแต่งเครื่องแบบติดอาร์ม ตำแหน่งรองผู้กำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม และขึ้นผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ นำประสบการณ์คดีค้ามนุษย์ไปเป็นพื้นฐานเล่นงานผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงิน

จากชีวิตนายตำรวจลูกทุ่ง เข้าสู่กรุงเป็นขุมกำลังหลักให้เพื่อน

“ชีวิตผมจากนักสืบลูกทุ่งมาเกือบทั้งชีวิต สวมเสื้อยืด ใส่กางเกงยีนส์ ต้องปรับตัวมาใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงสแลค ไม่เข้ากับตัวเองเลย” พ.ต.อ.วิจักขณ์หัวเราะ เขาบอกว่า กำลังปรับตัวได้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม เพื่อนนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 50 ทาบทามให้กลับมาช่วยงานใหม่ตำแหน่งผู้กำกับการสนับสนุน กองบังคับการปราบปราม

เขาถือเป็นโอกาสดีว่า ได้มาร่วมสร้างทีม ที่ท่านผู้การเลือกคน เลือกทีมงานที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ เป็นบุคคลากรที่ค่อนข้างจะมีคุณภาพ งานเลยเซตออกมาได้เรื่อย ๆ  ค่อยๆ ตั้งไข่ได้ทีละนิด จนปัจจุบันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น เห็นผลมากยิ่งขึ้น กองกำกับการสนับสนุนมีแล้วช่วยสนับสนุนหน่วยได้จริง เช่นเดียวกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมาน

“อนาคตของผม ยังอยากทำตรงนี้ให้มันเข้มแข็ง ให้มันพัฒนามากขึ้น เพราะยังมีอีกหลายส่วนงานที่จะต้องเข้าไปปรับปรุง โดยเฉพาะงานด้านอื่นที่ไม่ใช่งานปฏิบัติการพิเศษ  ต้องใช้คนที่เป็นงานเฉพาะด้านมากยิ่งขึ้น ตรงนี้มันต้องมีแรงผลักดันให้พวกเขาเข้ามาทำงานตรงตามที่ท่านผู้การคิดไว้จริงๆ” ผู้กำกับการกองปราบทิ้งท้าย

…………………………

เราอาจไม่ได้มีเครื่องหมายอะไรประดับหน้าอกเป็นเครื่องการันตีความสามารถ  แต่เรามั่นใจว่า สามารถทำได้

ผู้กองสาวกระดูกเหล็ก นายตำรวจหญิงหนึ่งเดียวในทีมปฏิบัติการพิเศษหนุมานติดอาร์มกองปราบปราม ...หญิง วันวิสา ธีระปัญญาชัย รองสารวัตรกองกกำกับการสนับสนัน กองบังคับการปราบปราม สาวชาวอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ดีกรีปริญญาตรีศึกษาศาสตร์ เอกนาฎศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เคยบินไปรำโชว์ในต่างประเทศ ตามโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่จบมาทำงานบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด ตำแหน่งผู้จัดการเซเรเนด ดูแลลูกค้าวีไอพี ที่เซ็นทรัลชิดลม นานเกือบ10 ปี

เธอเริ่มคิดถึงอนาคตตามความฝันวัยเด็กที่อยากเป็นตำรวจจากพื้นฐานชอบช่วยเหลือคน ประกอบกับชอบดูหนังแนวตำรวจจับผู้ร้าย โชคดีได้ลูกค้าเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ชี้ทางแนะนำให้นำวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ทำงานด้านระบบคอมพิวเตอร์ของเอไอเอสเข้าไปอยู่หน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อนำความสามารถในการใช้อุปกรณ์ทางเทคนิคในการสืบหาคนร้าย

ภายหลังผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรรุ่น 37 ติดยศ ร.ต.ต. ขยับช่วยงาน พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา ก่อนโยกตามผู้เป็นนายไปอยู่สำนักงานกำลังพล

เจ้าตัวยังมากความสามารถในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ขวัญใจผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว เคยรับรางวัลชนะเลิศประกวด Smart Lady ปี 2560 รับรางวัลจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำไปสู่การได้รับเกียรติเข้าเป็นหนึ่งในทีมจักรยานยนต์เกียรติยศของกองบัญชาการตำรวจสันติบาลเข้าฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมในงานพระราชพิธีและการขับขี่ในรูปแบบขบวนเพื่อรองรับแขกของรัฐบาลไทย เช่นเดียวกับการตระเวนแข่งแรลลี่ทางไกลระดับประเทศได้รับรางวัลมากมายควบคู่กับการออกทริปท่องเที่ยวบริจาคสิ่งของช่วยเหลือเด็กยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร

กระทั่งประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ชนระหว่างเดินทางกลับจากแข่งขันทางไกลจากกรุงเทพมหานคร – เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทาง 800 กิโลเมตร ภายใน24 ชั่วโมง ร.ต.อ.หญิง วันวิสาเล่าว่า กำลังขี่กลับมาถึงช่วงจังหวัดชุมพรก็ชนกับคู่กรณีอย่างแรง อาการหนักมาก มีการผ่าตัดสมอง เพราะเลือดคั่ง กะโหลกแตก รักษาตัวอยู่ประมาณ 6 เดือน สภาพจิตใจตอนนั้นยอมรับว่า แย่มาก ร้องไห้ ไม่รู้ว่าจะกลับมาเหมือนเดิมไหม

“เสียใจมากที่สุด คือคู่ กรณีเสียชีวิต มันอยู่ในช่วงระยะของการทำใจทุกอย่าง ทั้งอาการบาดเจ็บของตัวเองด้วย ทั้งหน้าตา คิ้วแตก ตาปิด ผ่าสมอง โกนผมหมดเลย แต่เราต้องแคร์ทั้งคนรอบข้าง ครอบครัว ใช้เวลากลับมาพักฟื้นที่บ้าน ใช้ไม้เท้า และวอล์กเกอร์เดิน เกือบ 2 ปีถึงเริ่มกลับมาทำงาน ร่างกายเป็นปกติ แล้วยับไปจับมอเตอร์ไซค์ใหม่ ไม่กลัว แค่รู้สึกว่า นี่แหละ คือ สิ่งที่เราต้องระวังมากขึ้น ความประมาท หรืออุบัติเหตุ ที่ว่ามันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราไม่ได้ไปชนเขา เขาก็มาชนเรา”

ต่อมาเธอได้มีโอกาสเข้าอบรมหลักสูตรอาสา 904 รุ่น 2/1 เพื่อเป็นเบ้าหลอมทำหน้าที่วิทยากรถ่ายทอดพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลปัจจุบันให้พสกนิกรเกิดความสำนึกรักชาติรักแผ่นดินและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของบรูพมหากษัตริย์  รุ่นเดียวกับ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปรามจึงทาบทามให้ย้ายมาช่วยงานที่หน่วยในงานประชาสัมพันธ์ของกองกำกับการสนับสนุน

ประจวบเหมาะกับมีการตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษขึ้น ผู้กองสาวกระดูกเหล็กบอกว่า ขอสมัครใจอยากไปทำตรงนี้ ทั้งที่จริง ๆ การจะเข้ามาอยู่ในหน่วยปฏิบัติการพิเศษต้องมีความพร้อมในระดับหนึ่งและผ่านหลักสูตรสำคัญมากมาย แต่เราเป็นผู้หญิงไม่ผ่านอะไรเลย ท่านผู้การให้ลองดู เพราะมีตำรวจหญิงมาจากตระเวนชายแดนอยู่ก่อนแล้ว แต่มีภารกิจอื่นด้วยอาจทำไม่เต็มที อีกทั้งยังขาดตำรวจสัญญาบัตรผู้หญิงจึงได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเอง

ตำรวจสาวยอมรับว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษเป็นหน่วยที่ต้องใช้กำลัง และจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องยุทธวิธี มาถึงตรงนี้ต้องเข้าไปหารือกับ พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผู้กำกับการสนับสนุน ท่านให้เวลาเราในการพิสูจน์ตัวเองในการที่จะเข้ามาอยู่หน่วยนี้เป็นเวลา 1 เดือน ต้องไปร่วมฝึกกับน้อง ๆ ตำรวจชาย ตั้งแต่ยุทธวิธี รวมถึงการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ คือ ต้องอยู่กับพวกเขาให้ได้ แบบลุย ๆ ตื่นตอนเช้า วิ่งออกกำลังกาย ทำทุกอย่างเหมือนทุกคนในทีม

“เป็นนายตำรวจหญิงคนเดียว ตอนแรกรู้สึกเหนื่อย คือ มันมีความเหนื่อยใจ รู้สึกว่า เราพยายามจะต้องทำให้ได้ ด้วยเพราะเราเป็นผู้หญิง เราอาจไม่ได้มีเครื่องหมายอะไรประดับหน้าอกเป็นเครื่องการันตีความสามารถ  แต่เรามั่นใจว่า สามารถทำได้ เราจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถที่เรามี อาจจะสนับสนุนงานในส่วนอื่นได้ เช่น อย่างเวลาหน่วยปฏิบัติการพิเศษออกไปปฏิบัติงานจริง ๆ หน้างานมันบอกไม่ได้ว่าจะเจออะไรบ้าง”

ร้อยตำรวจเอกหญิงหน่วยหนุมานยกตัวอย่างเคสที่ไปมา บางทีก็เจอผู้ต้องหาที่เป็นผู้หญิง หรือครอบครัวผู้ต้องหา ประโยชน์ของการเป็นผู้หญิง อย่างน้อยที่สุด เวลาถ้าเป็นผู้ชาย พละกำลังความสามารถอาจจะมากกว่า แต่ในเรื่องการวางแผน หรือสติปัญญาเราไม่ได้ด้อยกว่า เรารู้สึกว่า เรามีประโยชน์กับหน่วย เลยเป็นที่มาว่า เราพยายามฝึกตัวเอง เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับทีมได้

ลงปฏิบัติภารกิจแรกเธอสารภาพว่า ตื่นเต้น มีความกังวลในใจ แต่พยายามศึกษาหาข้อมูล แผนจะเข้าจับกุม ฝึกฝน ฝึกแผน ฝึกทุกอย่างเสมือนจริง แล้วด้วยความที่ว่า เราเป็นทีมที่คลุกคลีกันเหมือนทำงานรู้ใจกัน ทำให้คลายความกังวล เพราะเชื่อมือกัน  ทำหน้าที่ของเราในส่วนที่เราได้รับมอบหมาย เช่น ต้องเป็นชุดคุ้มกัน เราจะทำตรงนั้น  ตามแบบฝึกกันอยู่ประจำวัน ให้คุ้นชินในการทำงาน เพื่อไม่มีเรื่องความกังวลใจ

“ภารกิจครั้งแรกนั้น เตรียมตัวดี แล้วทุกอย่างมันก็ต้องเรียกว่ามันผ่านไปด้วยดี ตามแผนเข้าจับกุม เกิดจากการฝึกซ้อม ความพร้อมเพื่อให้เกิดความรอบคอบ ออกปฏิบัติงานกันจนเรารู้สึกว่า ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว แม้กระทั่งเคสฆ่าชิงทองเมืองลพบุรีที่มีส่วนเข้าไปอยู่ในทีมด้วย”รองสารวัตรกองกำกับการสนับสนุน กองบังคับการปราบปรามว่า

เช่นเดียวกับวิกฤติจ่าทหารคลั่งจังหวัดนครราชสีมา แม้ตัวเองไม่ได้ไปร่วมภารกิจ แต่เธอยืนยันว่า ทุกคนในทีมไม่มีความกังวล กลัว หรือถอดใจ ทุกคนมีสัญชาตญาณ ด้วยเลือดที่เป็นตำรวจ เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ  พวกเรารู้อยู่แล้ว พอเกิดเหตุที่โคราชอย่างนี้ ถามว่า สิ่งที่พวกเรารู้สึก คือ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่จะสอนให้เรารู้ว่า สิ่งที่เรามี หรือเราทำแต่ละวัน ยังไม่พอ

“จากเคสที่มันจบไป มันได้อะไรที่สอนกลับมา ทั้งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งทุกฝ่าย ทั้งประเทศไทย ทุกคนต้องตื่นตัวกับเรื่องนี้ ในสิ่งที่เราอาจจะไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการวางแผน แม้กระทั่งวันที่ไปทำงานวันนั้น ของทีมที่เข้าปฏิบัติการทั้งหมด คือ เราพยายามติดตามตลอด แล้วจากการที่น้อง ๆ ปฏิบัติภารกิจกลับมา เราก็มีการพูดคุยกับน้อง ๆ ตลอด ขวัญกำลังใจของทีมปฏิบัติการดีมาก”

หลังจบภารกิจทุกคนจะมาคุยกันถึงข้อผิดพลาด สิ่งที่ต้องแก้ไข นำไปฝึกฝน วางแผนอุดรอยที่จะเป็นจุดไม่ปลอดภัยกับทีม หรือประชาชน  ส่วนหน้างานของเธอ เจ้าตัวอธิบายเพิ่มเติม ในทีมตอนนี้ผู้หญิงมีทั้งหมด 5 นาย รวมตัวเองที่เป็นนายตำรวจ 1 นาย ภารกิจทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวว่าจะเฉพาะเคสที่มีผู้หญิง การจัดทีมเข้าไปก็จะดูหน้างาน ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ทุกคนออกปฏิบัติงานให้คุ้นชิน เมื่อได้ทำงานด้วยกันบ่อย ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจดูระดับความรุนแรงของแต่ละเคส แผนการจับกุมต้องมีผู้ต้องสงสัยเป็นผู้หญิงเกี่ยวข้องหรือไม่ เราก็อาจจะเข้าไปมีส่วนร่วม

สำหรับอนาคต ร.ต.อ.หญิง วันวิสาบอกว่า ไม่ได้คิดไปไกล ปกติเป็นคนที่ไม่มีแพลนในชีวิต ไม่เคยคิดว่ามีแผนอีก 5-10 ปี จะทำอะไร คิดถึงแค่ในแต่ละวันที่ผ่านไป อย่างตอนนี้ถ้าถามว่า วางแผนอะไรกับชีวิตไว้ จากนี้ไม่ได้วางแผน คิดแค่ว่า ทำงานในหน่วยนี้ให้ดีที่สุด จะพัฒนาตัวเอง มีโอกาสที่เราต้องไปฝึกหลักสูตรอะไรต่าง ๆ เพิ่มเติม เพราะการที่เราเตรียมร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์แล้วสามารถที่จะไปฝึกอะไรได้ ตามนโยบายท่านผู้การที่เน้นย้ำมาก เรื่องร่างกายที่จะต้องพร้อม ต้องแข็งแรง