ผู้สื่อข่าวสายการเมือง สถานีโทรทัศน์ Mcot HD หรือ ช่อง 9 อสมท

ออฟฟี่สุธิดา ปล้องพุดซา บุตรสาวคนเดียวของครอบครัวธุรกิจส่วนตัว จ.นครราชสีมา จบการศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เธอเล่าว่า เดิมทีไม่ได้อยากจะมาทำงานสายอาชีพนี้ เพราะมีความฝันอยากทำงานเกี่ยวกับพวกรายการ หรือโปรดิวเซอร์ แล้วมีโปรเจกต์งานกลุ่มของมหาวิทยาลัย มีโอกาสไปศึกษางานกับรุ่นพี่ที่เป็นโปรดิวเซอร์ อยู่ช่อง 5 พอไปศึกษางานแล้วกลับมาทำโปรเจกต์กับทำให้รับรู้ว่าไม่ถนัดงานด้านนี้

ต่อมาช่วงฝึกงานตัดสินใจไปเป็นผู้สื่อข่าวภาคสนามค่าย Thai PBS สายการเมือง อยู่ได้สักระยะรู้สึกว่า ชอบและยากดี เพราะว่า คนที่ไม่ได้เป็นทนายความ หรือนักกฎหมายจะไม่เปิดอ่าน หรือใส่ใจกฎระเบียบบ้านเมือง พอเราเป็นนักข่าวสายนี้ เราต้องอ่านต้องเรียนรู้ เพื่อจะนำไปถามแหล่งข่าวต่อยอด ทำให้ต้องศึกษากฎหมาย

ฝึกงานจบเข้าไปอยู่สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ย้ายมาค่ายเนชั่นทีวี ออกมาลองทำครีเอทีฟสักระยะ เธอหันไปทำโฆษณาให้บริษัทเอกชน เครือข่ายโทรศัพท์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง สุดท้ายไม่เวิร์กหวดถิ่นสื่อสารมวลชน มาอยู่ไทยทีวีสีช่อง 3 เอชดี จากนั้นก็มาซบสถานีโทรทัศน์ Mcot HD ปัจจุบันรวมอยู่วงการข่าวการเมืองมากว่า 8 ปี

มีประสบการณ์ที่ประทับใจในการทำข่าวที่สุด คือ การได้ช่วยเหลือผู้สูงอายุถูกบุตรหลานทิ้ง หนำซ้ำไม่สามารถเดินได้ อาศัยในบ้านพักไม้เก่าๆโทรมๆ ใช้ชีวิตอย่างลำบาก ส่วนใหญ่จะมีชาวบ้านละแวกวงศ์สว่างเข้าไปช่วยเหลือ หลังฟังเรื่องสุดสะเทือนใจ เข้าไปพูดคุยด้วยตนเองสอบถามทำสกู๊ปข่าว จนมีเจ้าหน้าที่เอกชนและรัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือรับดูแลต่อไป ทำให้เป็นการทำงานที่ตื้นตันใจที่สุด

เธอยังได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวด โครงการกฎหมายคุมสื่อ ในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ปี 2560 ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจนได้ชื่อว่า “หยุดตีทะเบียนสื่อ หยุดครอบงำประชาชน” ที่วงการข่าวติดแฮชแท็กว่อนโซเชียล

ท้ายสุดเจ้าตัวแนะนำรุ่นน้องที่สนใจและอยากมีอาชีพสื่อสารมวลชนบอกเลยว่า จะสายไหน ถ้าอยากเป็นนักข่าวต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตอนเรียน พยายามอ่านข่าว ดูข่าวเยอะๆ หากมีการตั้งเป้าว่าอยากอยู่สายไหนควรศึกษาโครงสร้างนั้น อาทิ สายอาชญากรรมต้องศึกษาตำรวจ สายการเมืองต้องศึกษาด้านประวัติศาสตร์กฎระเบียบบ้านเมือง เป็นต้น จะทำให้เราทำข่าวนั้น ๆได้เข้าใจง่าย ไม่ใช่ศึกษาเพียงแค่ว่า เขียนข่าวยังไง