การจากกันแบบไม่ทันได้ร่ำลา

ไม่ว่าจะ “จากเป็น” หรือ “จากตาย” ล้วน “ทำร้ายหัวใจ” คนที่ยังอยู่

การสูญเสียอย่างกะทันหันของ หมวดเบื๊อก-ร.ต.ท.ปราโมทย์ ทัศนีย์ไตรเทพ รองสารวัตรกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยังความเสียใจแก่เพื่อนฝูงจำนวนไม่น้อย

นายตำรวจหนุ่มรุ่นใหญ่ผู้มีจิตสาธารณะเต็มไปด้วยพวกพ้อง

“ชีวิตไม่เคยคิดเป็นตำรวจ” เจ้าตัวเคยบอก

เขาเป็นชาวมหาชัยเกิดอำเภอเมืองสมุทรสาครจบเทคนิคสมุทรสาคร เริ่มจับธุรกิจคาร์แคร์ที่บ้านเกิด ก่อนหันเหเข้าไปทำงานเป็นนักข่าววิทยุไอเอ็นเอ็นประจำกองบังคับการปราบปราม สมัยตั้งอยู่สามยอด เกาะติดคดีลอบสังหาร ประมาณ ชันชื่อ ประธานศาลฎีกาในขณะนั้น

กลับกลายเป็นโอกาสพาเขาเข้าสู่เส้นทาง “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สอบเข้าเป็นพลตำรวจสังกัดกองทะเบียน ก่อนย้ายไปติดอาร์ม “กองปราบปราม”

รักงานมวลชนถึงขั้นเสนอตัวขอไปร่วมทำโครงการ “อุเทนอาสาร่วมพัฒนา” แก้ปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทที่เรื้อรังมานานจนประสบความสำเร็จ ด้วยการนำนึกศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ไปทำกิจกรรมจิตสาธารณะรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ดีกว่ามุ่งทะเลาะบาดหมางจนเกิดความสูญเสีย

เขายังชอบแบ่งปันความสุข

ระหว่างเข้าหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศนายดาบตำรวจอายุ 53 ปีขึ้นไป เพื่อเลื่อนตำแหน่งและเลื่อนยศแบบเลื่อนไหลเป็นชั้นสัญญาบัตรถึงยศร้อยตำรวจเอกเมื่อปี 2560 ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 บ้านไพรสะเดา ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

สายตาสะดุดกับ ป้ายวัดปราโมทย์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ตรงกับชื่อตัวเองพอดีเป็นช่วงเวลาใกล้วันครบรอบวันเกิด ทำให้เกิดความคิดอยากทำบุญ

ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไป

พบโรงเรียนปราโมทย์เป็นอาคารไม้เก่าแก่แบบโบราณ เด็กนักเรียนขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬา เพราะส่วนใหญ่เป็นลูกชาวสวน

ว่าที่ผู้หมวดปราโมทย์ในตอนนั้นควักกระเป๋าซื้อสมุด ปากกา ดินสอ และเครื่องกีฬาไปบริจาคนักเรียนโรงเรียนปราโมทย์อย่างไม่ลังเล

“มูลค่ามันอาจไม่ได้มากมาย แต่เห็นเด็กยกมือไหว้ขอบคุณแล้ว ผมรู้สึกมีความสุข คิดถึงตอนที่เราเป็นเด็ก ผมชอบวันเด็ก วันที่ไปแจกได้สวมเครื่องแบบตำรวจด้วย รู้สึกภูมิใจ อย่างน้อยน่าจะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจในสายตานักเรียนและครู”

หลังจากครั้งนั้น เขาเป็น “สะพานบุญ” ระดมทุนบริจาคจากเพื่อนฝูงผู้มีจิตศรัทธาเพื่อหาของไปมอบให้เด็กนักเรียนโรงเรียนปราโมทย์ รวมถึงโรงเรียนอื่นที่ขาดแคลนทั่วประเทศตามกำลังที่มีอยู่

“ถ้ามีโอกาส หรือวันหนึ่งข้างหน้า มีรายได้ที่ดีกว่านี้ก็จะทำบุญอีก เท่านี้ชีวิตก็มีคุณค่า” ร.ต.ท.ปราโมทย์วาดฝัน

“มีความสุขตามแบบฉบับของเราเอง” เขาว่า

“ไม่จำเป็นต้องทำเยอะ ทำแค่พอประมาณ เท่าที่ไม่เดือดร้อนตัวเองและคนรอบข้างเรา เชื่อว่าเท่านี้ชีวิตก็มีคุณค่า”

ตามแบบฉบับผู้ใหญ่ใจดีที่วันนี้ไม่มีชีวิตของชายชื่อ “ปราโมทย์” คนนี้อีกแล้ว

แต่ทุกคนที่รู้จักคุ้นเคยจะจดจำ “วีรกรรม”คุณงามความดีของเขาไม่ลืม