ว่าด้วยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ มาตรา 100/2

“ถ้าศาลเห็นว่าผู้กระทำความผิดผู้ใดได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นก็ได้”

ควันหลงคดีการตายของ “น้องชมพู่” เหยื่อจัดฉากอำพรางศพบนภูเหล็กไฟ ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ที่ใช้เวลาแกะรอยสืบสวนสอบสวนนานขวบปี

เกี่ยวอะไรกับ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษมาตรา 100/2 หรือเปล่า

ไม่น่าเกี่ยวข้องโดยตรง ทว่าอาจมีม้วนมาลงตอนกลางเรื่อง

เรื่องของกระบวนการต่อสู้ความบนกระดานความยุติธรรม

หาใช่ “ละครดราม่า” เรียกเรตติ้งจากผู้ชมบนหน้าจอแก้ว

“ยังต้องมีการต่อสู้กันอีกหลายศาล ตราบใดที่ยังไม่มีการตัดสิน ผู้ที่ถูกกล่าวหายังต้องถือว่า เป็นผู้บริสุทธิ์” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเปิดหัว “ชิงออกตัว”ไว้ตั้งแต่วันปิดแฟ้มสืบสวนนำสู่จุดเริ่มต้นเกมสอบสวน

ออกหมายจับ “ลุงพล” ไชย์พล วิภา ลุงเขยของเหยื่อ

หลังจากวันนั้น แม่ทัพสีกากี ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรอีกเลยเกี่ยวกับคดี “ชมพู่” ที่โดนปั่นกระแสสร้างภาพลบองค์กรตำรวจ

ยั่วให้ทีมสืบสวนสอบสวนออกอาการกลัว

เบื้องหน้าเบื้องหลัง ทีมงานของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังกำ “ช็อตสำคัญ” ไว้อีกขยัก

เตรียม “ปักหมุดรอ” พวกนอกลู่-นอกเกมกฎหมายแล้วเล่น “ไม่รู้กาลเทศะ” ประกาศ “ปะ-ฉะ-ดะ” ไปทั่ว

กระทั่งลืมตัวปล่อย “หลังรั่ว” กับคดีความที่มีชนักติดกลางลำตัว

พัวพันประเด็น ว่าด้วยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ มาตรา 100/2

คนในวงการตุลาการให้ความเห็นว่า การที่จะเข้ามาตรา 100/2 เพื่อให้ศาลพิจารณาลดหย่อนผ่อนโทษตัวเอง จำเลยต้องให้ข้อมูลผู้ค้ารายอื่นที่ “ขยายผล” ให้ทางการจับผู้ค้ารายใหญ่กว่าได้

ถ้าจับได้จำนวนยาน้อยกว่า ไม่เรียกว่าเป็นการขยายผล

กลายเป็นที่มาของ “การวิ่งเต้น” ซื้อเอกสาร ว่าด้วยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ 100/2 เพื่อนำมาลดโทษให้แก่ตัวเอง บางคนขยายผลได้ แต่เอกสาร 100/2 อาจจะไม่ได้อยู่ในสำนวนของคนให้ข้อมูลก็ได้

เพราะคนให้ข้อมูลอยู่ในเรือนจำ ไม่เห็นสำนวนว่าเอกสาร 100/2 เข้าไปอยู่ในสำนวนของตนหรือไม่

ถามไปมักจะได้คำตอบว่า “ทำให้แล้ว”

บางทีเอกสาร 100/2 ของตัวเองปลิวไปอยู่ในสำนวนคนอื่น

บางครั้ง จับได้แยะจัด มีการแบ่งซอยย่อยเอกสาร 100/2 เป็นหลายๆใบ ออกไปให้ผู้ต้องหารายอื่นบ้าง ทำให้จำนวนไม่ตรงตามความเป็นจริง

ทำไมต้องเสาะหาเอกสาร ว่าด้วยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ มาตรา 100/2

เป้าหมายคือ ได้ลดโทษ เพราะทำให้จับผู้ต้องหารายใหญ่กว่าได้ เป็นประโยชน์กับทางการ

กระทั่งเกิดขบวนการซื้อขายเอกสาร

ขบวนการค้ายาเสพติดที่มีเงินจำนวนมากที่ได้จากการค้ายานรก ทำให้มี “ทนายโจร” คิดวิธีแสวงหาผลประโยชน์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมบางคน ซื้อขายบันทึกการจับกุม ทำเอกสารบันทึกการจับกุมเป็นเท็จ โดยปลอม และใช้เอกสารปลอม

รวมทั้งเบิกความเท็จต่อศาล

เงินสะพัดตั้งแต่หลักแสนไปจนหลักหลายล้าน

สรุปคดี “น้องชมพู่” เกี่ยวอะไรกับ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษมาตรา 100/2 หรือไม่

กำลังเป็นคำถาม “แทงใจดำ” ใครบางคน