ลังจากกรมตำรวจแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาฆ่านายศรายุทธ ชะนะกุล ส.ส.พรรคกิจสังคม จังหวัดชัยนาท พร้อมภรรยาได้เกือบครบแก๊ง

บ่ายแก่ๆอีกไม่กี่วันต่อมา ในห้องทำงานของรองอธิบดีกรมตำรวจ ฝ่ายป้องกันและปราบปราม แห่งทุ่งปทุมวัน

“ชลอ…คุณเก่งจริงๆ ผมไม่ผิดหวังเลยนะ”

เสียงทุ้มๆมีอำนาจจากชายร่างสันทัด หวีผมเรียบแปล้ ในเครื่องแบบตำรวจยศพลตำรวจโท เอ่ยปากกับรองผู้บังคับการกองปราบปราม ผู้สร้างผลงานให้กรมตำรวจด้วยการพิชิตคดีนี้ ซึ่งตอนนี้ถูกเจ้าของห้องเรียกให้เข้ามาพบ และอยู่กันเพียงลำพังสองต่อสอง

“ขอบคุณมากครับท่าน…”

ชลอที่อยู่ในชุดซาฟารีสีน้ำเงินกล่าวขอบคุณคำชมผู้บังคับบัญชา พร้อมรอยยิ้มน้อยๆ แต่ในหัวใจนั้นคับพองเต็มอก

เจอคำชมต่อหน้าแบบนี้ ชลอ ได้แต่กวาดสายตามองทั่วห้องแก้เขิน จนไปหยุดที่หมวกตำรวจทรงหม้อตาลสีกากี มีช่อชัยพฤกษ์ 2 ช่อ วางอยู่ข้างๆโต๊ะทำงานเจ้าของห้อง

เขาเห็นตราแผ่นดินบนหน้าหมวกที่ถูกดุนด้วยโลหะสีเงิน มีพุทธสุภาษิตจารึกไว้ “สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธกา”

ชลอรู้ความหมายนี้ดี เพราะถูกสอนให้รู้ความหมายเครื่องหมายในเครื่องแบบ ตั้งแต่อยู่ในรั้วสามพราน

พุทธสุภาษิตนี้แปลว่า “ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ ย่อมยังความเจริญให้สำเร็จ…”

เมื่อรวมกับอักษร ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่จารึกอยู่ด้านล่าง จึงหมายถึง พระบารมีของพระมหากษัตริย์ ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ และภาระหน้าที่ตำรวจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน

แต่ตำรวจบางคนไม่เคยสนใจกับความหมายหน้าหมวกหม้อตาลนี้เลยแม้แต่น้อย…

ส่วนช่อชัยพฤกษ์ 2 ช่อ บนหมวก เป็นเครื่องหมายบอกว่า เจ้าของเป็นนายตำรวจระดับยศพลตำรวจเอก,พลตำรวจโท หรือพลตำรวจตรี

สรุป ถ้ามี 2 ช่อ เป็นนายพลแน่ๆ

ส่วนผู้มียศพันตำรวจเอก(พิเศษ)และพันตำรวจเอก ที่หน้าหมวกจะมีช่อชัยพฤกษ์เพียงแค่ช่อเดียวเท่านั้น

แต่ถ้าหน้าหมวก ไม่มีอะไรติด จะมียศตั้งแต่พันตำรวจโทลงไป

ชลอกำลังคิดเพลินๆต้องสะดุ้ง

“แล้วคุณจับคนร้ายแก๊งนี้ได้ยังไง พอจะบอกได้ไหม….”

พลตำรวจโทณรงค์ เอ่ยปากถามถึงกลเม็ดพิชิตคดี

“ผมอาศัยเดินหาข่าวตามบ่อนการพนันต่างๆครับ อย่างที่ท่านรู้  มันเป็นแหล่งอโคจร พวกมือปืนพวกนี้มักจะอยู่กับบ่อนการพนัน เดินตามหลังเจ้าพ่อเจ้าแม่ แล้วรับงานฆ่ากันในนั้น”

ชลอตัดสินใจตอบเรื่องจริง เพราะเชื่อว่า อดีตนักเรียนนายร้อยกรมยุทธศึกษาทหารบก ผู้บังคับบัญชาอย่างพลตำรวจโทณรงค์ คงเข้าใจการทำงานในเรื่องของการสืบสวน

“ คุณนี่บ้าดีเดือดดีนะ  เอาตัวเข้าไปคลุกพวกนั้น   แต่อย่างว่า บ้านเมืองเราตอนนี้ เจ้าพ่อเจ้าแม่เยอะเหลือเกิน หลายคนมันกำลังขึ้นชั้น จริงๆผมอยากจะใช้ไม้แข็งกำราบ แต่อยากให้มันฆ่ากันเองให้หมดเสียก่อน แล้วค่อยเด็ดยอดมันทีหลัง”

ชลอ พยักหน้าสองสามครั้งอย่างเข้าใจ และพึงพอใจในคำตอบ ก่อนยกแก้วกาแฟร้อนที่ตำรวจลูกน้องหน้าห้องรองอธิบดีกรมตำรวจนำมาเสิร์ฟ โดยชลอได้กลิ่นหอมของกาแฟนี้โชยมาตั้งแต่ตำรวจหนุ่มวัยละอ่อนไม่เกิน 25 ปี เดินถือถาดใส่กาแฟ 2  แก้วเดินเข้ามาประตูห้องแล้ว

ประสาทสัมผัสกลิ่นของชลอบอกว่า นี่ต้องเป็นกาแฟดีจากเมืองนอกแน่ แต่เขาเดาผิด

“คุณลองดื่มกาแฟนี้ก่อน พรรคพวกผมจากเหนือ เอามาฝาก เขาบอกว่าเป็นพันธุ์อราบิกก้า เป็นผลิตผลชาวเขา น่าจะเป็นพวกมูเซอ อยู่ที่อำเภอเชียงดาว เชียงใหม่  รัฐรณรงค์ให้ปลูกแทนฝิ่น เมื่อช่วงปี 15-16 ผมลองกินแล้วมันก็เข้าท่า”

พลตำรวจโทณรงค์เอ่ยชวนพร้อมบอกถึงที่มาของกาแฟทั้ง 2 แก้วนี้ ก่อนทั้งคู่จะพร้อมใจยกแก้วกาแฟที่อยู่บนโต๊ะรับแขกขึ้นมาจิบ

ทั้งๆที่ชลอ ไม่ชอบดื่มกาแฟ  แต่พอได้ลองลิ้มชิมรสกาแฟมูเซอแก้วนี้แล้ว เขาบอกตัวเองว่า กาแฟอราบิก้าพันธุ์ไทยจากฝีมือชาวเขา นอกจากกลิ่นหอมละมุน รสชาติไม่ขมมาก แม้ไม่ได้ใส่น้ำตาล แต่ก็เผลอซดไปซะเกือบหมดแก้ว

เช่นเดียวกับนายพลเจ้าของห้อง หลังดูดดื่มกับกาแฟชาวเขา เขาวางแก้วลงบนโต๊ะ แล้วสนทนาเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมในประเทศที่อยู่ในความรับผิดชอบที่ยังคุยกันค้างอยู่ต่อ

“อย่าว่าแต่ ไอ้พวกเจ้าพ่อเจ้าแม่บ่อนเลย ไอ้พวกนักการเมืองมันน่ะตัวดี  อย่าง 2 คดีที่เป็นข่าว ที่พวกคุณไปจับ พอตายไป ขุดคุ้ยมาเจอแต่ละเรื่อง ฟอนเฟะอย่างที่เห็น นี่หรือคุณภาพนักการเมืองไทย ไอ้ที่เหลือแม่งก็พอกัน ฉากหน้าทำเป็นดี ฉากหลังแม่งเปิดบ่อน ค้าฝิ่น ค้าของเถื่อน  จับได้แต่ละที ก็ให้ทหารมาขอ ให้ตำรวจผู้ใหญ่มาขอ  ”

“ไอ้ห่า”

นายพลมือปราบสบถก่อนกล่าวต่อ

“ยังมีอีกนะ ไอ้พวกนักเลงหัวไม้สนามม้าสนามมวย ไอ้พวกนักร้องลูกทุ่งทั้งหลายแหล่ อันธพาลทั้งนั้น มีแต่มือปืนไปสุมหัว แย่งกันใหญ่”

“ชลอ  คุณต้องเอาพวกนี้ให้อยู่นะ จะเอาอะไรหรือให้สนับสนุนอะไรบอกมา”         “แล้วเผื่อมีใครเข้าไปจับบ่อนตอนที่ผมอยู่จะทำยังไงครับ”

รองผู้บังคับการกองปราบถามกลับแคนดิเดต อธิบดีกรมตำรวจคนต่อไป

“ผมรับรองคุณให้เอง ถ้าถึงตรงนั้น”

คำตอบง่ายๆจากรองอธิบดีกรมตำรวจคนเมืองเพชรบุรี  ทำให้นายตำรวจหนุ่มกองปราบปรามคู่อาฆาตมาเฟียไบคานลพบุรีใจชื้นขึ้นมาเยอะ

เพราะทุกเรื่องที่พลตำรวจโทณรงค์บ่น มันแสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหาอาชญากรรมที่มาจากนักการเมืองอยู่เบื้องหลังทั้งนั้น

“แต่ยังไงก็อย่าให้มีอะไรมากระทบกับการทำงานของพวกคุณ เหมือนคดีฆ่า ส.ส.กำธร ดูซิ ถูกผู้ต้องหาร้องกลับแบบนี้ ถ้าหลักฐานไม่มากพอ ไม่แน่นพอ แทนที่จะได้ความดีความชอบ  เป็นว่าพวกเรากลับเสียชื่อเสียงอีก ต้องระวังหน่อยนะ ”

“ครับท่าน”

ชลอตอบสั้นๆ แต่ในใจคิดประหวัดไปถึงนายตำรวจมือปราบรุ่นพี่คนหนึ่งที่รู้ว่าคู่สนทนาผู้บังคับบัญชา เอ่ยปากนั้นหมายถึงใคร

เหตุเพราะ “แอ้ม” 1 ในสาวผู้ต้องหาคดีฆ่า นายกำธร ลาชโรจน์ ส.ส.จากปัตตานี พรรคสยามประชาธิปไตย ที่เสียท่าถูกหลอกไปฆ่าชิงทรัพย์ ไปฟ้องนายตำรวจคนหนึ่งในข้อหา ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กักขังหน่วงเหนี่ยว และข่มขืนกระทำชำเรา เพื่อให้รับสารภาพ

แถมหนังสือพิมพ์หลายฉบับเสนอข่าวตรงกัน เล่นข่าวกันสนุกสนาน กล่าวหากันถึงตำหนิในที่ลับเลยทีเดียว

ดีที่มีตำรวจหัวไวคนหนึ่งจากสืบสวนเหนือ ร้อยตำรวจโทบรรดล ตัณฑไพบูลย์ อดีตตำรวจที่ปลอมตัวไปเข้าเกลียวพิชิตแก๊ง “ตี๋ใหญ่” และเป็นคนลำปางคนบ้านเดียวกับ “แอ้ม”ผู้ต้องหาสาวที่กลับลำแจ้งความตำรวจ ไปได้หลักฐานเด็ดที่ทำให้ผู้ต้องหาสาวที่ชลอเชื่อว่าหน้าตาคงจะดีไม่น้อย เพราะไม่งั้นคนอย่าง ส.ส.กำธร จะติดเบ็ดง่ายๆ ต้องถ่อไปถอนฟ้องในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม คดีฆ่า ส.ส.กำธร ในใจส่วนลึกๆ ชลอยังว่าน่าจะจับผิดตัว

แต่มันไมใช่เรื่องของเขา เพราะเรื่องคดีของตัวเองก็ปวดหัวอยู่ไม่ใช่น้อย

“เฮ้ย…ผมว่าเลิกพูดเรื่องงานก่อนเถอะ เหนื่อยกันมาเยอะ กินเหล้ากันดีกว่า”

นายพลเมืองเพชรฯ เจ้าของห้องพูดเองเออเอง

จากนั้นห้องรับแขกของรองอธิบดีกรมตำรวจก็เริ่มคลาคล่ำด้วยนายตำรวจจากหน่วยต่างๆ ที่เข้ามาด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกัน

ไม่เท่านั้น ยังมีพ่อค้าธุรกิจอีกหลายคนเข้ามาแจมด้วย

ทุกคนรู้กันโดยไม่ต้องออกปาก ว่าการเข้ามาในห้องแคนดิเดตอธิบดีกรมตำรวจนั้นจะหมายถึงอะไรบ้าง

ชลอสรุปเอาเองว่า ทุกคนคงอยากใกล้ชิดว่าที่พิทักษ์ 1 หรือนามเรียกขานอธิบดีกรมตำรวจคนต่อไป

ขณะเดียวกัน ทุกคนในห้องรับรู้เช่นเดียวกันว่า  พันตำรวจเอกชลอ ตอนนี้ถือเป็น 1 ใน 4 นักบู๊ ที่พลตำรวจโทณรงค์ มหานนท์ ไว้วางใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุดด้วย

ส่วนมือปราบอีก 3 คน คือ พันตำรวจเอกสล้าง บุนนาค รองผู้บังคับการกองปราบปราม พันตำรวจเอกสมเกียรติ ทรัพย์พ่วง ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลพระนครบาลเหนือ และพันตำรวจเอกโสภณ สะวิคามิน ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

เกือบห้าทุ่ม ชลอ พร้อมลูกน้องนั่งรถออกจากกรมตำรวจ

ถึงแม้จะรู้สึกว่าแอลกออฮอล์ที่เขาเพิ่งจะเลิกสังสรรค์ กำลังทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ แต่เขาไม่ได้ถึงกับเมามายอะไรนัก เพียงแค่กรึ่มๆเท่านั้น

“ไป…ไอ้ตั๋น ไปบ่อนพี่วัฒ ดีกว่า”

รองผู้บังคับการกองปราบปราม บอกจ่าตั๋น จ่ายะ ตำรวจคู่ใจ พร้อมกับลูกน้องตำรวจติดตามอีก 2-3 คน ด้วยเสียงอันดังฟังชัดเพราะฤทธิ์เหล้า กลิ่นเหล้าคลุ้ง

โดยมีตำรวจน้องใหม่ รองแป๋ง-พันตำรวจโทอัมรินทร์ เนียมสกุล รองผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม นายตำรวจร่างใหญ่ผิวขาว หน้าตากระเดียดไปทางคนจีน แต่ดีกรีจบจากสำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา หรือที่รู้จักกันในชื่อ เอฟบีไอ เป็นผู้คอยติดตาม

สาเหตุที่เจ้าตัวเดินเข้าซุ้มเกิดเทศ เพราะทึ่งในวิธีการสืบสวนสอบสวนของชลอ ที่ไม่มีสอนในบทเรียนของเอฟบีไอในคดีฆ่า ส.ส.ชัยนาท จนกระทั่งจับกุมคนร้ายได้เกือบยกแก๊ง

นอกจากนี้ยังมีตำรวจหนุ่มชั้นประทวน ท่าทางทะมัดทะแมงเอาเรื่องอีกคนหนึ่ง จ่าอ๋อย-จ่าสิบตำรวจรุ่งแสง ทองแท่งใหญ่ สังกัดแผนก 1 กองกำกับการ 1 กองปราบปราม เข้าร่วมทีมรองผู้การมือปราบคนนี้

———————————————————————————————

อีกไม่ถึงครึ่งชัวโมง ที่บ่อนการพนัน ย่านพัฒนาการ

นายตำรวจหนุ่มในชุดซาฟารีสีน้ำเงินเข้ม สวมหมวกแก๊ป เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์แลกเงิน ขณะที่แคชเชียร์สาวเห็นหน้าชลอ รู้จุดประสงค์ทันที หยิบชิปแลกแทนเงินสดส่งให้โดยอัตโนมัติ เพราะเจ้าของบ่อนนักการเมืองดังสั่งเอาไว้

ชลอ ที่ตอนนี้ดูไม่เหมือนตำรวจ แต่ดูเหมือนเสี่ยขาใหญ่ หยิบชิปราคาต่างๆตั้งแต่ 5,000- 20,000 บาท รวมแล้ว 1 แสนบาท โดยแจกชิปส่วนหนึ่งให้กับ  จ่าตั้น จ่ายะ จ่าอ๋อย ไปโยกสลอตแมชชีนฆ่าเวลา

ส่วนชลอแยกไปเล่นบาคาร่า โดยมีรองแป๋ง-พันตำรวจโทอัมรินทร์ตามติดไปด้วย

เสียงเฮดังที่โต๊ะบาคาร่า ที่มีอยู่หลายโต๊ะเป็นระยะ

ชลอเห็นเจ้าพ่อขาใหญ่กรุงเทพ อย่างเหลา สวนมะลิ ผู้กว้างขวางในวงการหมัดมวย นั่งเล่นอยู่ โดยมีกลุ่มชายฉกรรจ์อีกหลายคนห้อมล้อม

1 ใน นั้น มีหมึกเพชร มือปืนรับจ้างชื่อกระฉ่อน ยืนประกบเจ้าพ่อสวนมะลิ และติดตามชนิดไม่ห่างตา แม้แต่ตอนเข้าห้องน้ำ

สำหรับหมึกเพชร ชลอได้ยินกิตติศัพท์มาว่า เป็นมือปืนตัวดังของเมืองเพชร

แต่ชลอ ไม่ได้แสดงทีท่าว่าสนใจมือปืนรับจ้างคนนี้

หรืออย่างนักการเมืองคนดังจากเมืองเพชรบุรี พรรคสยามประชาธิปไตย ที่ถูกมองเป็น 1 ในผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่า ส.ส.กำธร ลาชโรจน์ ส.ส.ปัตตานี ที่กำลังนั่งลุ้นไพ่ที่โต๊ะบาคาร่าอีกตัวหนึ่ง

ชลอก็รู้จัก เพราะเคยบุกไปดูหน้าลิ่วล้อมือปืนของ ส.ส.เพชรบุรีคนนี้ ที่มาเปิดห้องพักที่โรงแรมแหลมทอง ย่านนางเลิ้ง เพราะใกล้กับรัฐสภา สะดวกเวลาเดินทาง

รองผู้การกองปราบฯเดินไปเดินมา หย่อนชิปแทงบาคาร่า ลุ้นไพ่หักไพ่ไม่กี่ตา ชิปที่มีกว่า 5 หมื่นบาทก็หมด

“หมดอีกแล้วสินาย ผมบอกแล้วไม่เชื่อ อย่าไปเล่น ทีหลังเอาชิปมาแบ่งให้พวกผมครึ่งหนึ่งก่อนนะ นายเอาไปเล่นแค่ครึ่งเดียวก็พอ  เล่นก็ไม่เป็น ยังจะไปเล่นอีก…”

ลูกน้องคนหนึ่งพูดกับชลออย่างเสียดาย แต่ชลอไม่สนใจ เพราะสิ่งที่เขาได้แน่ๆคือ ตำหนิรูปพรรณกลุ่มแก๊งมือปืน เจ้าพ่อ แต่ละคน ใครอยู่ซุ้มไหน เดินตามใคร

เขาเมมเมอรี่ไว้ในลิ้นชักสมองหมดแล้ว

ไม่ใช่บ่อนที่พัฒนาการที่เดียว ทุกบ่อนที่เปิดในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดใหญ่ๆ ชลอย่ำไปหมดทุกที่ ด้วยจุดประสงค์เก็บบันทึกผู้กว้างขวาง ลิ่วล้อมือปืน และสร้างเครือข่ายสายข่าวไปในตัว