คุณนัทศศิมิตรา ชัยเดชอนันต์กุล นักธุรกิจสาวสมัยใหม่ เจ้าของธุรกิจเว็บไซต์จองทริปท่องเที่ยวในประเทศไทย www.mamybooking.com ซึ่งเป็น One Stop Service สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่เริ่มวางแผนทำธุรกิจนี้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่ขยันและมองการณ์ไกล เรียกได้ว่า “เรียนดี งานเด่น เห็นอนาคต” โดยเอาความชอบท่องเที่ยวของตัวเองมาเป็นแก่นวางแผนทำธุรกิจ

กว่าจะมาเป็นนักธุรกิจสาวคนสวยและเก่ง คุณนัท เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา ก้าวสู่การเรียนระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาตรี จากโครงการการสื่อสารภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี“ไอดอล” การดำเนินชีวิตเป็นคุณแม่

เธอบอกว่า ตั้งแต่เด็กเห็นคุณแม่ทำงานหนักมาก พยายามทำทุกอย่างเพื่อลูกสาวคนนี้และครอบครัวมาโดยตลอด แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ก็ไม่เคยเห็นท่านย่อท้อเลยสักครั้ง แถมยังดูแลเธอเป็นอย่างดี จนถึงทุกวันนี้ที่แม้ว่า เธอจะออกเรือนแต่งงานมีครอบครัวและมีลูก(หลาน) แม่ก็ยังดูแลเธอเช่นเดิม ดังนั้นเธอจึงอยากเป็นเหมือนแม่ ทั้งด้านความมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน ไม่ว่าเจออุปสรรคหนักแค่ไหน ก็พร้อมจะก้าวผ่านและทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ หรือแม้แต่เรื่องการดูแลคนรอบข้าง ที่ท่านทำหน้าที่ได้อย่างดีที่สุด จึงตั้งเป้าอยากทำให้ได้เหมือนท่าน ทำหน้าที่ในทุกๆ ด้านให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

“นัทกับสามี เราเรียนมหาวิทยาลัยที่เดียวกันค่ะ ช่วงที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 3 จึงชวนกันเริ่มวางแผนทำธุรกิจนี้ แต่มาเริ่มลงมือทำจริงๆ ในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 โดยเหตุผลที่นัทอยากทำธุรกิจนี้ เพราะว่าส่วนตัวนัทชอบเที่ยวอยู่แล้ว บวกกับเห็นโอกาสว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งสามารถนำมาผสมผสานกับธุรกิจรูปแบบเดิม เช่น ธุรกิจนำเที่ยวหรือรถเช่า นัทจึงนำมาต่อยอดเป็น Platform ใหม่ พัฒนาธุรกิจให้อยู่ในรูปแบบเว็บไซต์ซึ่งเป็น One Stop Service รวบรวมทุกบริการที่นักท่องเที่ยวต้องการ ไม่ว่าจะเป็นทริปท่องเที่ยวหรือรถเช่า ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จองทริปผ่านเว็บไซต์ของเรามั่นใจได้เลยว่า จะได้รับการบริการที่ได้มาตรฐาน สะดวกและปลอดภัยจริงๆ โดยตอนนี้นัทรับผิดชอบในส่วนงานบัญชีและการตลาด ซึ่งบริหารงานไปพร้อมๆ กับสามี” นักธุรกิจสาวคนเก่งอธิบายที่มาของการทำธุรกิจ

สาวสมัยใหม่คนนี้ ถ่ายทอดแนวคิดจากประสบการณ์ คติที่นำสู่ความสำเร็จ และการเอาชนะอุปสรรค ว่า จากช่วงที่เธอเรียนควบคู่ไปกับการทำงาน ได้ผ่านประสบการณ์ต่างๆ มาพอสมควร จึงทำให้ได้เรียนรู้ว่า ไม่มีความสำเร็จใด ได้มาโดยไม่ใช้ความพยายามและเวลา ไม่ว่าจะเรียนหรือทำงานคติที่ว่า“ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” เป็นหลักที่เธอยึดถือมาโดยตลอด เวลาเจอปัญหาใหญ่ๆ จะค่อยๆ คิดวิเคราะห์ แตกปัญหาใหญ่เหล่านั้นเป็นข้อย่อย หลายๆ ข้อ และค่อยลงมือแก้ปัญหานั้นทีละข้อ ทีละส่วน วิธีนี้จะทำให้ปัญหาใหญ่ค่อยๆ คลี่คลาย กลายเป็นเรื่องเล็กและแก้ไขได้ง่ายขึ้น

“ส่วนวิธีการเติมกำลังใจให้ตัวเองคือ นัทจะคิดถึงพ่อแม่ สามีและลูก โดยคิดเสมอว่า เรากำลังสร้างความมั่นคงและความสุขสบายให้คนที่เรารัก นัทจึงต้องขยัน จะท้อไม่ได้ ต้องสู้ลูกเดียว ต้องสตรอง สำหรับประสบการณ์การทำงานที่นำมาใช้มากที่สุด คือ เรื่องความอดทน เนื่องจากงานของเราคืองานบริการ จำเป็นต้องพบเจอหรือพูดคุยกับลูกค้าอยู่เสมอ และเมื่อลูกค้ามาใช้บริการ เราก็อยากให้เขารู้สึกประทับใจในทุกๆ ด้าน และกลับไปพร้อมกับความพึงพอใจทุกครั้ง แม้ว่าบางครั้งอาจจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ลูกค้าไม่พอใจ หรือไม่เข้าใจในการทำงานบ้าง เราก็ต้องปฏิบัติต่อลูกค้าให้ดีที่สุด ห้ามเหวี่ยง หรือแสดงความไม่พอใจกลับไปเด็ดขาด ต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่า ถ้าไม่มีลูกค้าก็ไม่มีเราในวันนี้ ซึ่งนอกจากความอดทนแล้ว ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็สำคัญ เนื่องจากงานของเราเป็นงานบริการในเชิงการท่องเที่ยว อาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราก็ต้องพยายามหาทางออกให้เร็วที่สุด และดีที่สุดด้วย เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุด หรืออย่างน้อยก็ต้องอารมณ์เสียน้อยที่สุด” ศศิมิตรา อธิบาย

หากพูดถึงผู้หญิงแล้วก็ไม่พ้นความสวยความงาม เกี่ยวกับประเด็นนี้คุณนัทสาวนักธุรกิจคนขยัน มีมุมมองของผู้หญิงสวยและเก่งในแบบฉบับของเธอที่น่าสนใจ ว่า ไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยแค่ภายนอก แต่ต้องสวยจากภายใน จากการกระทำที่แสดงออกมาให้คนอื่นได้เห็น ทั้งด้านความคิด จะต้องคิดดีเสมอ และด้านการกระทำ จะต้องทำดีต่อผู้อื่น แบบนี้จึงจะเรียกว่าเป็นผู้หญิงสวยอย่างแท้จริง ส่วนผู้หญิงเก่ง ไม่จำเป็นต้องเก่งกาจหรือรอบรู้ในทุกด้าน แต่ต้องเป็นผู้หญิงที่รู้จักเรียนรู้ในสิ่งที่ผิดพลาด และพร้อมแก้ไขตัวเองอยู่เสมอ รวมทั้งพร้อมปรับปรุงและพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา

แน่นอนว่าทุกคนล้วนมีเป้าหมายของตัวเองเพื่อก้าวหรือฝ่าฟันไปให้ถึงฝั่งฝันแห่งความสำเร็จที่วางไว้ คุณนัทเองก็เช่นเดียวกัน โดยเธอบอกว่า ณ ตอนนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เพราะสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ แต่ยังมีเป้าหมายที่อยากเดินให้ถึง นั่นคือ อยากดูแลพ่อแม่ให้ได้ อยากให้ท่านเกษียณ เพื่อจะได้พักผ่อน เลี้ยงหลาน และในอนาคตอยากมีบ้านหลังใหญ่ๆ มีสวนให้ลูกได้วิ่งเล่น มีที่จอดรถเยอะๆ ได้เลี้ยงสุนัข เพราะสามีชอบรถและรักสุนัขมาก

นักธุรกิจสายท่องเที่ยวคนเก่งยังให้ความเห็นความเหมือนหรือแตกต่างของผู้หญิงในยุคโลกาภิวัฒน์กับสมัยก่อน ว่า มีทั้งส่วนที่เหมือนและส่วนที่ต่าง ในเรื่องความต่าง คิดว่าปัจจุบันผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้น ทั้งในด้านการทำงาน การใช้ชีวิต และการแสดงความคิดเห็น ซึ่งผู้หญิงยุคนี้กล้าแสดงความคิดเห็นมากขึ้น ทำให้มีโอกาสได้ใช้ความรู้ที่มี สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ก้าวออกมาจากกรอบการใช้ชีวิตและความคิดแบบเดิมๆ โดยการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ถือเป็นเรื่องดี เพราะสังคมต้องการความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อนำมาแก้ไขหรือพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น ส่วนที่เหมือน น่าจะเป็นเรื่องของบทบาทหน้าที่ภายในบ้าน ที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หน้าที่ในการทำงานบ้าน และหน้าที่ความเป็นแม่ก็ยังคงอยู่กับผู้หญิงเช่นเดิม