พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้คนใหม่ ร่วมกับ สมาคมชาวสงขลา โดย ดร.กานต์ บุญศิริ นายกสมาคมและชมรมชาวใต้ทุกพื้นที่ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี การอสัญกรรมของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณงามความดีของท่านที่มีต่อชาติบ้านเมือง เป็นปีแรกที่นายพลคนดังเดินทางมาร่วมงานและเผยว่า พล.อ.เปรม เป็นแบบอย่างของตนมาโดยตลอด แม้ส่วนตัวจะไม่ได้ใกล้ชิดท่าน แต่เป็นที่เคารพเป็นที่เคารพของคนภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา และเป็นนายกรัฐมนตรี 3 สมัยติดต่อกัน ตนในฐานะนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ วันนี้ถือเป็นวันสำคัญที่เราจะมารำลึกถึง พล.อ.เปรม ที่ได้ทำคุณงามความดีในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ ก่อนจะถึงแล้วอสัญกรรมในอายุ 99 ปี สิ่งเหล่านี้เป็นความประทับใจและตราตรึงของชาวใต้ทุกคน เพราะเป็นจุดศูนย์รวมใจ แม้ท่านจะอสัญญากรรมไปแล้ว แต่คุณงามความดีของท่านปกคลุมทั่วทั้งภาคใต้และทั่วประเทศไทย

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยอมรับว่า ไม่มีโอกาสเข้าพบเป็นการส่วนตัว แต่เป็นรุ่นน้องโรงเรียนมหาวชิราวุธ ท่านจะมาเยี่ยมโรงเรียนบ่อยมาก พร้อมกับนายทหาร 2 คนขณะนั้น คือ พ.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ และ พ.ท.ไพโรจน์ พานิชสมัย
และในช่วงที่ พล.อ.เปรม เดินทางพักโรงแรมสมิหลา จังหวัดสงขลา ตนได้มีโอกาสเล่นเทนนิสกับทหารติดตามท่านทั้ง 2 คน ประกอบกับบุคลิกของ พล.อ.เปรม ทำให้เป็นต้นแบบ แรงบันดาลใจของนักเรียนโรงเรียนมหาวชิราวุธทุกคน พล.อ.เปรม ถือเป็นต้นแบบข้าราชการที่ดี ไม่มีรถสปอร์ต หรื บ้านหลังใหญ่ ไม่เคยลืมบ้านเกิดของตัวเอง
ตนจึงนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ในการปฏิบัติราชการ อาจไม่ได้ทำได้แบบพล.อ.เปรม ทั้งหมด แต่ได้เพียงเสี้ยวหนึ่ง คือ ยึดประชาชนเป็นหลัก ทำคดีต่างๆ ตนก็คำนึงถึงข้อนี้มาจนถึงปัจจุบัน และอีกสิ่งหนึ่งที่ พล.อ.เปรม ยึดมั่นมาตลอด เทิดทูนชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์  ทำให้ตนได้ยึดถือเป็นอันดับแรก คือ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ปัจจุบัน ตนนำชาวปักษ์ใต้ 14 จังหวัด ทำกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน และ จิตอาสาทำความดีเพื่อแผ่นดิน