ใครคือ แคนดิเดต “แม่ทัพปทุมวัน” คนต่อไปที่จะมานั่งเก้าอี้แทน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เจ้าของรหัสพิทักษ์ 1

บรรดาผู้สันทัดกรณี กูรูชาวสีกากี คาดเดากันไปต่าง ๆ นานา

ที่แน่ ๆ ไม่พ้น “ตัวเต็ง” ที่มีอยู่แค่ 3 นาย ประกอบด้วย พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ดีกรีนักเรียนนอก เกษียณอายุราชการปี 2566  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 38 เกษียณอายุราชการปี 2566 เช่นเดียวกัน และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 40 เกษียณอายุราชการปี 2567

แต่น่าสนใจมากกว่าคงเป็น “เกมชิงหลัก” ของบรรดาผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ต้อง “ขับเคี่ยว” ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติปูทางสู่อนาคตบนปลายยอด “บัลลังก์เจ้าสำนัก”

มีเก้าอี้ว่าง 4 ตำแหน่งทดแทนการขาดหายไปของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 37 พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 38 ที่ครบเกษียณอายุราชการ ไม่นับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 37 เพราะเป็น “ตำแหน่งเฉพาะตัว”

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพิ่งลงนามคำสั่งประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการถึงจเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งโยกย้ายนายพลประจำปี 2565

อาวุโสระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเรียง 10 ลำดับ มี พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน นักเรียนนอก เกษียณอายุราชการปี 2566 พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 39 เกษียณอายุราชการปี 2568 พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 40 เกษียณอายุราชการปี 2567 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 47 เกษียณอายุราชการปี 2574 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 40 เกษียณอายุราชการปี 2566

พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 42 เกษียณอายุราชการปี 2569 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 39 เกษียณอายุราชการปี 2568 พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 41 เกษียณอายุราชการปี 2569 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 41 เกษียณอายุราชการปี 2568 และ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รัฐศาสตรบัณฑิตรั้วธรรมศาสตร์ เกษียณอายุราชการปี 2567

หมากกระดานร้อนเที่ยวนี้คำว่า “อาวุโส” ไม่มีผลต่อการพิจารณาเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง

ขึ้นอยู่กับอำนาจวาสนาของใครมากกว่าจะ “ชิงหลักชัย” เพื่อทะลุก้าวใหญ่ในตำแหน่งสูงสุดของ “กองทัพสีกากี”