คำถามยอดฮิตเวลาสื่อมวลชนสัมภาษณ์ คำถามหนึ่งที่ลืมไม่ได้คือ ชายหรือหญิงที่จ้างสืบมากกว่ากัน คนทั่วไปมักจะคิดว่า “ผู้หญิงซิ” เพราะผู้ชายเจ้าชู้ชอบมีเมียน้อย  ..หารู้ไม่ หญิงก็เจ้าชู้ไม่แพ้ชายเลย  ดิฉันในฐานะนักสืบทำงานมาประมาณ 18 ปี ได้รับฟังปัญหาเรื่องครอบครัวเยอะจนชิน  ถือเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

สังคมไทยมักรับไม่ได้ถ้าหญิงไปมีชู้ ท่านลองอ่านเรื่องนี้ดูนะคะว่า ปัญหาหรือสาเหตุเกิดจากใคร?  ชายหนุ่มวัย 40 ปี มาหานักสืบ เล่าข้อมูลให้นักสืบฟัง ภรรยาเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่ประตูน้ำ “เมียผมเป็นคนผิวขาว สูงหุ่นดี” อยู่กินกันมา 7 ปี มีบุตรสองคน คนโต 5 ขวบ คนเล็ก 3 ขวบ “ผมอยากเห็นเมีย มีหน้าตาทันสมัย จึงให้เงินเธอไปเสริมนม เสริมจมูก”  เธอทำมาแล้วสวยเทียบกับดาราเลย (สามีเล่าอย่างภาคภูมิใจ)

ในขณะที่เรานั่งสนทนากัน ดิฉันถามหลายเรื่องจนได้ความว่า  ตัวสามีเอง ก็เป็นคนชอบเที่ยวอาบ อบ นวด เป็นชีวิตจิตใจ ภรรยารู้ก็รับปากว่าจะเลิก ตอนหลังเธอคงเอือมระอา ไม่บ่นว่าอะไร แรกๆ ไม่มีปัญหาอะไร ความสัมพันธ์ทุกอย่างดีเหมือนเดิม ระยะหลังภรรยาเริ่มออกอาการรังเกียจเวลาจะมีความสัมพันธ์ด้วย ภรรยาก็มีข้ออ้าง บ่ายเบี่ยง จะเริ่มกลับดึก วันหยุดก็ไม่อยู่กับลูก อ้างว่าต้องไปเช็กสต็อก  โทรศัพท์ไปหาก็ไม่รับสาย

เวลาผ่านไปซัก 2 ชั่วโมง ก็จะโทรกลับมาบอกว่าติดงาน แต่เสียงปลายทางมันเงียบมาก (เขาเริ่มจับผิดเมีย)   “พฤติกรรมที่ผมเคยเป็น ผมเลิกแล้ว ยอมปรับปรุงตัวใหม่ บางครั้งผมจะหลับนอนด้วย เธอก็แกล้งทำเป็นคล้อยตาม แต่ผมเป็นชายก็พอเดาออก เราเคยทะเลาะกันเรื่องนี้หลายครั้งเธอก็บอกว่าไปทำงานๆ ผมเลยบอกกับเธอว่า  มึงทำสวยมา มึงไปให้ใครเอา ทำไมไม่ให้กูเอา กูเป็นคนจ่ายเงินนะเฟ้ย…”   (แหม่..มีกำเริบบุญคุณซะด้วย!)

เล่าไปเล่ามา เขาถามดิฉันว่า “คุณกุ้งคิดว่าเมียผมมีชู้หรือเปล่า ”  (พอๆ กันละมั้ง ดิฉันคิดในใจ)  จะให้นักสืบตอบคำถามแบบหมอดู..หมอเดา คงไม่หรอกมั้งคะ

“ต้องติดตามพฤติกรรมดูก่อนค่ะ”ดิฉันว่า

จากประสบการณ์ก็ดูมีเค้าบ้าง? อาการน่าเป็นห่วง  ประเภทรังเกียจสามี ไม่ชอบรับโทรศัพท์ แบบนี้น่าสงสัย งานนี้เขาเลยมอบหมายให้ดิฉัน ติดตามดูพฤติกรรมภรรยา ซึ่งเราก็จะเลือกเฉพาะวันที่มีเหตุสงสัย โดยเฉพาะวันหยุดที่ชอบหายไปตั้งแต่เช้ายันเที่ยงคืน  เมื่อรับข้อมูลชำระค่าบริการกันเรียบร้อยแล้ว ก็นัดวันทำงานกันเลย เขานัดให้เราไปดักที่หน้าหมู่บ้านใกล้ป้อมยามในเช้าของวันเสาร์ ซึ่งดิฉัน “ นักสืบกุ้งพร้อมน้องนุช” งานนี้ต้องใช้ผู้หญิงทำงาน เพราะว่าเวลาเดินตามไปในสถานที่ต่างๆ จะได้กลมกลืนกัน  ขืนให้ชายหน้าตาเหี้ยมมาเดินคงคิดว่าจะไปปล้นซะมากกว่า ..

หกโมงเช้า เราถึงหน้าหมู่บ้านตามนัด เพื่อรอโทรศัพท์จากผู้ว่าจ้างจะโทรมาบอก ในซอยหน้าหมู่บ้านก็แคบ จอดรถยากมากเลย เช้าๆไม่เท่าไหร่ คนยังไม่ออกจากบ้าน พอสายหน่อยคนในบ้านแถวนั้นเริ่มออกมาหาของกิน รถเข็นเข้ามาขายตลอด เราก็หิวนะ  กินของเก่าที่เหลือเมื่อคืนไปก่อนแล้วกันเรา  ป่านนี้จะสิบโมงเช้าแล้ว ยังไม่มีสี่แววเป้าหมายจะออกจากบ้านเลย  ไม่กล้าโทรเข้าไปสอบถามเกิดเขากำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่แผนแตกอีก “ซวย”  รอไปก่อนแล้วกัน

เวลาผ่านไปถึงเที่ยง เป็นไงเป็นกันโทรไปถามดีกว่า จะเอาไง “ฮัลโหลๆ ครับ” เสียงปลายทางรับสาย  “เป้าหมายจะออกหรือยังคะ”

“วันนี้ยกเลิกไปก่อนครับ แม่ยายไม่สบาย เราต้องเดินทางไปเชียงรายกันวันนี้..เดี๋ยวกลับมาผมจะโทรบอกนะครับ”  แผนล้มซะงั้น

กระทั่งคืนวันอาทิตย์ผู้ว่าจ้างโทรหาดิฉัน บอกว่าแอบดูโทรศัพท์ของเมียมีข้อความส่งถึงใครคนหนึ่ง  “คิดถึงที่รัก”  แกว่า “เมื่อวานมันไม่ยอมผม..วันนี้ผมจะข่มขืนมัน” (เอ้ย! เอางี้เลยเหรอ ข่มขืนเมียก็ผิดกฎหมายนะเพ่! ถ้าเมียไม่ยอม)   บ้าไปแล้วอะป่าว…เวลาผ่านหนึ่งสัปดาห์ เขาโทรมาบอกว่า เช้าวันเสาร์เหมือนเดิมนะ  ดิฉันนัดแนะกับนุชเรียบร้อย  ไปตามเวลาเป๊ะเลย เวลา 08.00 น. มีโทรศัพท์ มาบอกเป้าหมายกำลังจะออกจากบ้าน ใช้รถเก๋ง ฮอนด้า สีดำ ทะเบียน-xxxx กรุงเทพมหานคร   ไม่ถึงสิบนาที  รถคันที่บอกผ่านหน้าเราสองคนไป  ดิฉันสตาร์ตเครื่องยนต์ตามไปห่างๆ เพราะเธอขับรถไม่เร็ว ออกจากบ้านย่านบางแค มุ่งหน้าถนนพระราม 2 ผ่านไปทางเพชรเกษม

เธอแวะเติมน้ำมัน เราก็ทำทีเข้าซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ต เธอขยับเราก็ตามไปเรื่อยๆ เธอเข้าไปจอดรถที่คอนโดแห่งหนึ่ง แถวเพชรเกษม… จอดรถนิ่งที่ลานจอดไม่ยอมลงรถเวลาผ่านไป 20 นาทีมีรถยี่ห้อฮอนด้า CRV  สีดำ เข้ามาจอดข้างๆ เห็นเป้าหมายหญิงลงจากรถก็เดินสะพานกระเป๋าถือไปขึ้นด้านซ้ายข้างหน้า.. เรายังไม่เห็นว่าใครขับหญิงหรือชายเพราะฟิล์มมืดมาก  เราขับตามไปและไม่ลืมโทรรายงานผู้ว่าจ้างด้วย

“บอกเส้นทางผมหน่อยจะตามไป”

“แต่เรายังไม่รู้ว่าเป็นใครนะพี่”

“ไม่เป็นไรตามไปก่อน”

รถเป้าหมายเข้าไปในปั๊มน้ำมัน ปตท.  คนขับลงจากรถพร้อมหญิง เราเห็นเป็นชายหน้าตาดี อายุประมาณ 30 ปีเศษ ทั้งสองเข้าไปในร้านจิฟฟี่ ซื้อขนม น้ำ ของกินเยอะเลย (ยังกะจะไปปิ๊กนิกงั้นแหล่ะ) โทรรายงานผู้ว่าจ้างตลอด  หลังจากออกจากปั๊มน้ำมัน ทั้งคู่เข้ารีสอร์ตที่เพชรเกษม 14  รีสอร์ตแห่งนี้ดิฉันคุ้นเคยมาก มาจับกิ๊กที่นี่หลายคู่แล้ว ทางหนีที่ไล่ไม่ต้องห่วง  ทั้งสองเลือกห้องด้านล่าง มีที่จอดรถเข้าซองหน้าห้องได้เลย ..ทราบเบอร์ห้องแล้ว โทรแจ้งผู้ว่าจ้างทราบว่าจะเอาไงต่อ

“ผมกำลังไป..ใกล้ถึงแล้ว”

“ รอข้างนอกก่อนมั้ยให้ผ่านไปซักครึ่งชั่วโมงค่อยเข้าไป”  ..

“ผมไม่ให้มันเอาหรอก”  เขาพูดด้วยความโมโห (หึงหรือโกรธวะเนี่ย)  ดิฉันจอดรถรอที่ทางเข้ารีสอร์ต  ไม่นานผู้ว่าจ้างมาถึง ดิฉันบอกรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่แล้ว  “งั้นพี่เข้าไปเองนะ เราจะถ่ายรูปให้ แต่ยังไงอย่าให้ถึงตายนะพี่ เราจะซวยไปด้วย”   จากนั้นผู้ว่าจ้างไปติดต่อขอกุญแจห้องแต่พนักงานไม่ให้ จึงเดินไปเคาะหน้าประตู  เคาะอยู่นานเงียบไม่ออก เคาะไปตะโกนไปด้วย เอะอะโวยวาย จนห้องข้างออกมาดู พนักงาน รปภ. รู้หมด  ดิฉันให้นุชนั่งในรถรอถ่ายรูปตอนที่เขาออกจากห้องกัน ส่วนดิฉันเดินอ้อมไปอีกทาง เห็น รปภ.ชี้ๆ “อะไรพี่” ยามบอกโน้นกำลังปีนหน้าต่าง  ด้านหลังมีหน้าต่างสูง เต็มไปด้วยพุ่มไม้หลังห้องอยู่ระหว่างอีกอาคารหนึ่ง พอชายชู้กระโดดหน้าต่างได้ วิ่งทุลักทุเลออกไป ดิฉันรีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายทันที  ชายชู้วิ่งกระหืดหระหอบไปหน้ารีสอร์ตเรียกแท็กซี่ขึ้นหนีไป  ส่วนที่ห้องเป้าหมายหญิงเปิดประตู ผู้ว่าจ้างเข้าไปก็ไม่เจอชายชู้แล้ว  ส่วนเมียก็ท้าเลิก “ จะเลิกก็เลิก” ผู้หญิงขับรถออกจากรีสอร์ตทันที  ไม่สนใจ ส่วนสามีก็กำลังงงกับเหตุการณ์อยู่ .. ดิฉันออกจากที่เกิดเหตุทันทีเช่นกัน ไม่อยากมีส่วนร่วมมากกว่านี้

ผู้ว่าจ้างโทรมาขอรูปภาพจากดิฉัน “เดี๋ยวจะจัดการส่งให้ค่ะ” แล้วผู้ว่าจ้างเดินทางกลับถึงบ้าน ปรากฏว่า เมียมาขนข้าวของเสื้อผ้าจำเป็นหนีไปแล้ว …ไม่ทันเธอหรอก หนีไปแล้ว ปล่อยให้สามีนั่งทำใจอยู่…เฮ้ย! ปลงซะ เหตุที่เกิดนี้ไม่รู้จะโทษใคร ฝ่ายสามีก็เป็นคนชอบเที่ยวมาก่อน ส่วนเมียก็คงอยากจะแก้แค้นมั่ง ..ก็สังคมไทยไม่ยอมรับซิคะ ถ้าหญิงมีชู้ ไม่ว่าจะเกิดจากปัญหาอะไรก็ตาม ..สังคมรู้ก็ประณามแล้วละคะ  ทางออกที่ดี มีปัญหาควรหันหน้าพูดคุยกันดีกว่านะคะ มีปัญหาปรึกษานักสืบกุ้งค่ะ