พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สั่งการให้ พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ร่วมกับ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการปราบปราม  พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค นำกำลัง พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 9 จุด ย่านฝั่งธนและสมุทรสาคร ตามหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเข้าทลายแหล่งกักเก็บสินค้าประเภทเครื่องสําอางปลอมเครื่องหมายการค้า และไม่ผ่านการขออนุญาตจับกุมนายเวียเซียง เซียว อายุ 40 ปี ชาว จีน และน.ส.สมฤทัย อายุ 41 ปี ภรรยา พร้อมตรวจยึดของกลาง สินค้าประเภทเครื่องสําอาง ที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม ยี่ห้อ ต่างๆ 2,739 ชิ้น เครื่องสําอาง, อาหารเสริม, เครื่องมือแพทย์ และยา ที่ต้องสงสัยว่าไม่ผ่านการขออนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยารวม 64,305 ชิ้น และสิ่งลามกเซ็กส์ทอย (Sex Toy) 1,349 ชิ้น

สืบเนื่องจากกองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลางได้รับแจ้งความร้องทุกข์จาก บริษัท เจ้านาง (ไทยแลนด์) จํากัด มีผู้ลักลอบจําหน่ายแป้งพัฟทาหน้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าของบริษัทผ่านแพลทฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ จึงได้สืบสวนจนทราบว่า กลุ่มผู้ลักลอบจําหน่าย สินค้าผิดกฎหมายเปิดบัญชีร้านค้าในแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์จํานวนหลายบัญชีไม่ซ้ำกัน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ หลังสืบสวนจนแน่ชัดว่า มีการกระผิดจริงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนนําไปสู่การอนุมัติขอหมายค้น ก่อนเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยว่าซุกซ่อนสิ่งของผิด กฎหมาย รวม 9 จุด สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาสองสามี-ภรรยา เอาไว้ได้ พร้อมตรวจยึดของกลางดังกล่าว รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท นอกจากนี้ยังตรวจยึด รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นที่ต้องสงสัยว่าได้มา มีไว้ หรือได้ใช้ในการกระทําความผิดที่เกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากความผิดดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินอีกด้วย