จ.ส.ต.(ญ) นลินี อร่ามรุ่งโรจน์ชัย สาวเหนือลำปางที่ชีวิตพลิกผันมาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หญิงแบบไม่ได้ตั้งใจ

เธอเรียนจบชั้น ม.3 โรงเรียนลำปางกัลยาณี ไปต่อชั้น ปวช.โรงเรียนพาณิชยการลำปาง ระหว่างนั้น มีเพื่อนชายคนสนิทเข้ากรุงมาสมัครสอบเป็นตำรวจที่ บช.น.เปิดรับสายธุรการทั่วไป แต่ปรากฏว่าหน้าอกไม่ถึงเกณฑ์จึงเอาใบสมัครมาให้เธอแทน

จ่าหนิงบอกว่า มาแบบไม่รู้อะไรเลย สอบติดมีคะแนนเป็นอันดับที่ 299 ได้สิทธิเลือกสังกัด บก.จร.กับดับเพลิง ไม่รู้คืออะไรด้วยซ้ำ บังเอิญมีพี่ตำรวจแนะให้ลงจราจร จึงบรรจุตำแหน่งครั้งแรกที่ฝ่ายอำนวยการ บก.จร.

ทำงานได้ 3 ปี  เพื่อนชวนให้ไปช่วยงานธุรการ ที่งานป้องกันปราบปรามการโจรกรรมรถ บช.น. (ปจร.น.) นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้วิชาสืบสวน เนื่องจากยุคนั้น มี พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น และพ.ต.อ.เมธี กุศลสร้าง คุมทีมปราบปรามแก๊งขโมยรถแบบเด็ดขาด

กระทั่งย้ายเป็น ผบ.หมู่งานอำนวยการ ศส.บช.น. มีโอกาสได้ฝึกวิชานักสืบเต็มรูปแบบกับ พ.ต.อ.ปรีชา ธิมามนตรี ที่พยายามให้ทุกคนในหน่วยเป็นงานสืบสวน

“นายบอกว่า ไม่ใช่ต้องทำงานธุรการเป็นอย่างเดียว ต้องออกภาคสนามด้วย”

ตำรวจสาวเมืองเหนือถูกฝึกอย่างหนักไม่ต่างจากผู้ชาย ก่อนลงไปช่วยสืบสวนสะกดรอยติดตามคนร้ายในบางคดี อาทิ แก๊งปลอมพาสปอร์ตชาวมาเลเซีย แก๊งค้ายาเสพติด และอีกหลายเรื่องที่ไม่สามารถเปิดเผยได้

เธอเชื่อว่า นักสืบหญิงก็มีความสามารถไม่แพ้ผู้ชาย หากมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ

ปัจจุบัน จ่าหนิง มีวุฒิปริญญาตรีรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง กำลังเตรียมเรียนต่อในระดับปริญญาโท เพื่อหวังจะเลื่อนติดยศเป็น ร.ต.ต.หญิงกับเขาบ้าง

บนความภาคภูมิใจที่ได้เป็นตำรวจนักสืบ