กองปราบปรามเปิดปฏิบัติการบุกค้น 3 จังหวัด ทลายเครือข่ายจัดหาบัญชีม้าส่งออกกงสีต่างชาติ หลังพบความผิดปกติชาวบ้านหมู่บ้านเดียวในพัทลุงตกเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกงเกือบยกหมู่บ้าน เผยกลวิธีแสบหลอกไปทำงานคาสิโนก่อนยึดสมุดบัญชี-กักขังให้สแกนหน้าโอนเงินบาป

เมื่อวันที่ 9 ม.ค. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รองผบก.ป. พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6บก.ป. พ.ต.ท.ทินกร มณีรัตน์ รองผกก6บก.ป. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “เสียงกระซิบจากศรีบรรพต” ตรวจค้น 7 จุด 3 จังหวัด พัทลุง,เชียงใหม่,สุรินทร์ ทลายโรงงานผลิตบัญชีม้า สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 4 ราย ประกอบด้วย นายวิภพ (35 ปี), นายเอกวิทย์ (36 ปี), น.ส.ธนาภา (35 ปี) และ น.ส.พสุดาภา (35 ปี) ในข้อหา “ร่วมเป็นธุระจัดหา โฆษณา เพื่อซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี”

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นมาจากการสืบสวนคดีฉ้อโกงออนไลน์หลายคดีที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน แต่เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินกลับพบว่า เงินทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีของชาวบ้านในพื้นที่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง เหมือนกันอย่างผิดปกติ โดยพบชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันกว่า 30 คน ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงรวมกว่า 70 คดี รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 21 ล้านบาท

ขณะที่ พ.ต.ท.ทินกร กล่าวว่า จากการขยายผลพบว่ามี “นายอาเหวิน” ตัวการใหญ่ชาวต่างชาติเป็นผู้บงการ โดยสั่งการให้กลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยลงพื้นที่ชักชวนชาวบ้าน ส่วนใหญ่เน้นกลุ่มผู้สูงอายุและคนพิการ อ้างว่าจะพาไปทำงานเป็นแม่บ้านในคาสิโนประเทศเพื่อนบ้าน เสนอค่าจ้างล่อใจ 10,000 – 20,000 บาท ต่อการทำงานเพียง 2-3 วัน


เมื่อชาวบ้านหลงเชื่อ คนร้ายจะบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารอย่างน้อยคนละ 5 บัญชีพร้อมบัตร ATM และทำหนังสือเดินทาง จากนั้นจะมีทีมงานพาข้ามพรมแดนไปส่งให้ตัวการใหญ่

ด้าน พ.ต.อ.อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ทันทีที่ถึงที่หมาย ชาวบ้านจะถูกยึดเอกสารและของมีค่าทั้งหมด และถูกกักขังอยู่แต่ในบ้านพัก หน้าที่หลักคือถูกนำตัวเข้าห้องทำงานเพื่อ “สแกนใบหน้า” ยืนยันตัวตนในการอนุมัติโอนเงินยอดสูงๆ ตลอดทั้งวัน จนกว่าบัญชีนั้นๆ จะถูกธนาคารอายัดหรือใช้งานไม่ได้ จึงจะถูกปล่อยตัวกลับประเทศไทย ซึ่งบัญชีเหล่านี้ถูกนำไปใช้หลอกเหยื่อทั้งการลงทุนปลอมและหลอกยืมเงิน”

เบื้องต้นผู้ต้องหาบางรายอ้างว่าแค่ชักชวนไปเปิดบัญชี ไม่ได้ร่วมฉ้อโกง แต่เจ้าหน้าที่พบหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ทั้งสลิปการโอนค่าจ้างและประวัติการติดต่อกับนายใหญ่ชาวต่างชาติ จึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมขยายผลล่าตัวการใหญ่มาลงโทษต่อไป