หน้าแรก Crime Zone สืบภาค 1 ทลายรังม้าไทย-เวียดนาม ตุ๋นเหยื่อ 22 คดี สูญกว่า 19 ล้าน

สืบภาค 1 ทลายรังม้าไทย-เวียดนาม ตุ๋นเหยื่อ 22 คดี สูญกว่า 19 ล้าน

0
สืบภาค 1 ทลายรังม้าไทย-เวียดนาม ตุ๋นเหยื่อ 22 คดี สูญกว่า 19 ล้าน

28 มกราคม 2569 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1 , พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 , พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 สั่งการ พ.ต.อ.นัฎฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 สนธิกำลังจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายปิยะกร หรือต้น อายุ 39 ปี, นางดวงพร หรือแก้ว อายุ 55 ปี, MS. BUI THI TUYET อายุ 54 ปี สัญชาติเวียดนาม, MS. LE THI KIM LOAN อายุ 61 ปี สัญชาติเวียดนาม, MR. NGUYEN TRONG THANG อายุ 61 ปี สัญชาติเวียดนาม, น.ส.ณัฐกานต์ อายุ 65 ปี และ น.ส.สำราญ อายุ 55 ปี

ทั้งหมดถูกเเจ้งข้อหา “ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและ มีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย กระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่และสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเป็นซ่องโจร หรือร่วมกันประชุมในที่ประชุมอั้งยี่หรือซ่องโจร, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่าหรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่าหรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์”

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้สายลับแฝงตัวเป็นผู้จัดหาบัญชีม้าให้กับกลุ่มผู้ต้องหา จนกระทั่งมีการโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิดเข้ามายังบัญชีสายลับ 2 ยอด รวมเป็นเงิน 245,000 บาท จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้นัดหมายให้สายลับไปถอนเงินสดที่ธนาคารภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ได้พร้อมของกลาง

จากการขยายผลอย่างละเอียดพบว่า ขบวนการนี้มีความเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงประชาชนและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีถึง 22 คดี สร้างความเสียหายแก่ประชาชนรวมกว่า 19,084,852 บาท โดยกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์เป็นเครือข่ายอั้งยี่-ซ่องโจร มีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ทั้งคนจัดหาบัญชี คนคุมม้า และคนนำเงินออก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนัก ทั้งร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร, ฉ้อโกงประชาชน, ฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ เกี่ยวกับการจัดหาและซื้อขายบัญชีม้า

​ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 1 เตรียมดำเนินการตามโครงการ “Money Cash Back” เพื่อเร่งติดตามอายัดเงินส่วนที่เหลือและนำส่งคืนให้แก่ผู้เสียหายในแต่ละคดี พร้อมกำชับให้พนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีให้ถึงที่สุด