เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) แถลงรายงานสถิติคดีและการแจ้งความผ่านระบบ Thaipoliceonline ในห้วงวันที่ 8-14 ก.พ. ที่ผ่านมา พบตัวเลขที่น่าสนใจและเป็นสัญญาณเตือนภัยสำคัญ แม้จำนวนคดีรวมจะลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 555 คดี (รวม 7,290 คดี) แต่ มูลค่าความเสียหายรวมกลับพุ่งสูงถึง 481,879,930 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 52 ล้านบาท

ทีมวิเคราะห์จาก ACSC ระบุว่า มิจฉาชีพได้ปรับเปลี่ยนวิธีการหลอกลวง โดยมุ่งเน้นไปที่การทำให้เหยื่อสูญเสียเงินจำนวนมากต่อการหลอกลวงหนึ่งครั้ง (High Value Target) ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยความเสียหายต่อคดีพุ่งขึ้นจากประมาณ 54,759 บาท เป็น 66,101 บาทต่อเคส เมื่อแยกตามประเภทคดี พบประเด็นที่น่าจับตามอง ดังนี้
แชมป์เชิงปริมาณ การหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ยังครองอันดับ 1 (71.6% ของคดีทั้งหมด) เน้นกินรายย่อยเป็นวงกว้าง
แชมป์เชิงมูลค่า การข่มขู่ทางโทรศัพท์ (Call Center) พลิกขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในด้านมูลค่าความเสียหาย สะท้อนว่าเหยื่อแต่ละรายที่หลงเชื่อจะสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล

จากการจำแนกข้อมูลผู้เสียหาย พบว่า “ผู้หญิง” ตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มอายุที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือช่วง 31-40 ปี * วัย 31-40 ปี มักถูกหลอกซื้อขายสินค้า/บริการ, วัย 41-50 ปี มักถูกหลอกทำงานหารายได้พิเศษ, วัย 18-25 ปี มักถูกข่มขู่ทางโทรศัพท์
ทางศูนย์ ACSC ได้ฝากย้ำเตือนประชาชนในการซื้อสินค้าออนไลน์ ให้เลือกทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบ “กระเป๋าเงินกลาง” ซึ่งจะกักเงินไว้จนกว่าผู้ซื้อจะกดยืนยันรับสินค้า เพื่อป้องกันปัญหาของไม่ตรงปกหรือถูกเชิดเงินหนี

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติการเชิงรุก ช่วยเหลือระงับการโอนเงินให้เหยื่อได้ทันท่วงทีจำนวน 27 ราย รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 3 คดีใหญ่