วันที่ 24 ส.ค. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.สั่งการ พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม รอง ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ. จับกุม นางวิลาวัลย์ฯ อายุ 44 ปี ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.912/2568 ลงวันที่ 26 มิ.ย.68
ข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด”ได้ บริเวณถนน หมู่ที่ 12 ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี
สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2567 ได้มีผู้เสียหายหลายรายร้องเรียนผ่านศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.) ว่าได้รับความเดือดร้อน จากการกู้ยืมเงินกับแอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อน “เงินมีความสุข” โดยผู้กู้ต้องยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในโทรศัพท์มือถือ มีการคิดค่าดำเนินการและค่าเอกสาร อีกทั้งยังคิดอัตราดอกเบี้ยในลักษณะดอกลอย ร้อยละ 8.76 ต่อวัน หรือร้อยละ 262.8 ต่อเดือน หรือร้อยละ 3,197.40 ต่อปี หากชำระหนี้ไม่ตรงตามกำหนดจะมีการโทรศัพท์ทวงหนี้กับผู้เสียหายและบุคคลใกล้ชิดให้ได้รับความอับอาย จากการตรวจสอบพบว่าเพียงเดือนเดียวมีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 120 ล้านบาทต่อมาจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการไว้

กระทั่งสืบทราบว่า นางวิลาวัลย์ ผู้ต้องหารายนี้ หลบหนีกบดานอยู่ในเขตพื้นที่จ.สระบุรี จึงนำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว สอบสวน นางวิลาวัลย์ ให้การรับสารภาพว่า ได้มีคนชักชวนให้ไปทำงานแอดมินเกี่ยวกับบัญชีที่ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยให้ค่าตอบแทนบัญชีละ 5,000 บาท โดยนายหน้าจะขับรถมารับเพื่อไปส่งบริเวณช่องทางธรรมชาติระหว่างพรมแดน ไทย-กัมพูชา จากนั้นจะมีคนที่ฝั่งกัมพูชารอรับ ไปบริเวณตึกอินเตอร์เนชันแนล 5 ชั้น ซึ่งตึกนั้นมีคนวางกำลังคุ้มกันเป็นอย่างดี มีการตรวจความปลอดภัย สแกนสิ่งของก่อนเข้าไป เมื่อเข้าไปที่ทำงานพบคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เป็นจำนวนมาก และมีบอสชาวจีนคอยสั่งการผ่านล่ามให้ทำหน้าที่สแกนหน้า เป็นเวลา 1 เดือน เมื่ออยู่ครบตามกำหนดแล้ว บอสชาวจีนจึงสั่งให้กลับได้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป