ระเบิดเวลา

0
ระเบิดเวลา

 

สะท้อนเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

ร.ต.อ.หญิง ดร.วิสมล ศรีสุทธินันทน์ รองสารวัตรฝ่ายการฝึกอบรม วิทยาลัยการตำรวจ แสดงความเห็นบนเฟซบุ๊กส่วนตัว

ขออนุญาตนำมาแชร์ข้อมูล

เจ้าตัวมองว่า เมื่อสังคมเรียกเขาว่า “ระเบิดเวลา”  แต่คนที่ยืนอยู่หน้าระเบิด…คือใคร?

ทุกครั้งที่มีเหตุคนคลุ้มคลั่ง เสียงเรียกร้องมักพุ่งไปที่ “ความอันตรายของผู้ป่วย” แต่ในความจริง คนที่ยืนอยู่แนวหน้าเสมอคือ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตำรวจสายตรวจต้องถือไม้ง่าม ต้องประเมินภาวะหลอนในไม่กี่วินาที ต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน ทั้งที่สิ่งตรงหน้าอาจไม่ใช่อาชญากร แต่คือ ผู้ป่วยที่อาการกำเริบ

นี่คือภาวะที่เรียกว่า Structural Displacement of Responsibility ระบบสุขภาพถอย แต่ตำรวจต้องก้าวขึ้นมาแทน

ความจริงที่สังคมไม่ค่อยพูด

ผู้ป่วยจิตเวชส่วนใหญ่ไม่ได้รุนแรง แต่ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่อมีสารเสพติด ขาดการรักษาต่อเนื่อง ไม่มีระบบติดตามในชุมชน

เมื่อเตียงไม่พอ เมื่อการรักษาจบที่ “ให้ยาแล้วกลับบ้าน”

ตำรวจจึงกลายเป็นทั้งผู้ระงับเหตุ ทั้งผู้ประคองสถานการณ์ ทั้งผู้รับแรงกดดันจากสังคม

ในขณะที่หน่วยงานด้านสุขภาพอย่างกรมสุขภาพจิต และกระทรวงสาธารณสุข มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร

ภาระจึงไหลไปที่ “ผู้ปฏิบัติปลายทาง”

ผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อตำรวจ การเผชิญเหตุซ้ำ ๆ กับภาวะคลุ้มคลั่ง ไม่มีระบบรองรับที่ชัดเจน

ก่อให้เกิด

  • Moral Injury — ความรู้สึกขัดแย้งในหน้าที่
  • Compassion Fatigue — ความอ่อนล้าทางอารมณ์
  • Hypervigilance — ภาวะระแวดระวังเกินปกติ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตึงเครียดโอกาสการเผชิญหน้าที่บานปลายก็เพิ่มขึ้น นี่ไม่ใช่ปัญหาของ “ตัวบุคคล” แต่คือ การออกแบบระบบที่ยังไม่สมดุล

ถ้าเราจะพูดเรื่องความปลอดภัยจริง ๆ ข้อเสนอไม่ควรหยุดที่การควบคุม ต้องรวมถึงทีมสุขภาพจิตฉุกเฉินลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจ ศูนย์พักคอยบำบัดระยะสั้นสำหรับกลุ่มเสี่ยง ระบบติดตามผู้ป่วยหลังจำหน่าย 3–6 เดือน

การฝึก Crisis Intervention สำหรับสายตรวจ การบูรณาการกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดก็เป็นแกนสำคัญ เพราะสารกระตุ้นคือ ปัจจัยเสี่ยงหลักในหลายเหตุการณ์

ประโยคที่ควรถามให้ชัด

เราอยากให้ตำรวจเป็น “ด่านหน้าด้านความมั่นคง” หรือเป็น “แนวกันชนของระบบสุขภาพที่ไม่พร้อม”

ความปลอดภัยของสังคมไม่ควรถูกแลกด้วยความล้าเงียบ ๆ ของเจ้าหน้าที่ และการคุ้มครองศักดิ์ศรีของผู้ป่วยก็ไม่ควรถูกละเลยเพราะระบบไม่ทันการณ์

โจทย์ที่แท้จริงไม่ใช่ “จะกำจัดความเสี่ยงอย่างไร“ แต่คือ“เราจะออกแบบระบบอย่างไรไม่ให้ตำรวจต้องยืนลำพัง”

ระหว่างความเจ็บป่วยกับความหวาดกลัวของสังคม