หน้าแรก Uncategorized ภาพลวงตา

ภาพลวงตา

0
ภาพลวงตา

 

 

นายตำรวจปราบปรามยานรกแสดงความคิดเห็นไว้น่าในสนใจ

พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 บอกว่า ในช่งงหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นข่าวการจับกุมยาเสพติดครั้งละจำนวนมหาศาลจากหลักแสน หลักล้าน จนถึง 10,000,000 เม็ด

ไอซ์จากครั้งหนึ่งจับได้เพียง 10 กรัม 100 กรัมก็ถือว่าน่ายินดี ต่อมาขยับเป็น 100 กิโลกรัม และล่าสุดแตะระดับ 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม

ตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ปริมาณมากขึ้น ภาพข่าวใหญ่ขึ้น

คำถามคือ ความสำเร็จของเรามากขึ้นจริงหรือไม่

เจ้าตัวมองว่า ความจริงที่ซ่อนอยู่

เราจับกุมได้จำนวนมากขึ้นก็จริง แต่ผู้ต้องหาส่วนใหญ่คือ “ผู้รับจ้างลำเลียง” หรือ “นักบิน”

คนที่ทำหน้าที่เสี่ยงตาย ไม่ได้เป็นผู้สั่งการ ไม่ได้เป็นเจ้าของเครือข่าย และแทบไม่มีทรัพย์สินให้ยึด

พวกเขาเปรียบเสมือน “เบี้ยในกระดาน” เกิดมาเพื่อเดินแทนหมากตัวอื่น และพร้อมจะถูกสละเมื่อถึงเวลา

เมื่อจับได้เครือข่ายชั้นบนแทบไม่สะเทือน

โมเดลธุรกิจของขบวนการการผลิตอยู่ต่างประเทศ มีเงินทุน มีนักวิทยาศาสตร์ มีระบบการผลิตที่ไม่ต่างจากนิคมอุตสาหกรรม

รูปแบบการค้าก็เปลี่ยนไป

ในอดีต ผู้ซื้ออาจต้องเดินทางออกไปรับของเอง ปัจจุบัน ผู้ผลิตและเครือข่ายลำเลียงจะส่งของเข้ามาถึงชั้นใน ความเสี่ยงถูกผลักไปที่ “นักบิน” หากถูกจับระหว่างทาง ผู้ค้าภายในประเทศยังไม่จ่ายเงิน ผู้ผลิตคำนวณต้นทุนไว้แล้ว เสียของไปบางส่วน แต่กำไรยังคงอยู่

เข้ามา 10 ครั้ง ถูกจับ 5 ครั้ง ธุรกิจก็ยังเดินต่อ

คนติดคุกคือผู้รับจ้าง แต่ทุนยังอยู่ เครือข่ายยังอยู่ ระบบยังอยู่

ภาพที่เราภูมิใจ อาจเป็นเพียง “ต้นทุนที่ถูกตัดทิ้ง”

ยาเสพติดของกลางที่ตั้งสูงเหมือนภูเขา ในมุมหนึ่งอาจเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ แต่อีกมุมหนึ่ง

มันอาจเป็นเพียงต้นทุนที่ถูกตัดออกจากระบบ ในธุรกิจสีเทาที่คำนวณความเสียหายไว้แล้ว หากการจับกุมไม่กระทบโครงสร้าง ไม่กระทบเงินทุน ไม่กระทบผู้สั่งการ

เรากำลังชนะจริง หรือเพียงกำลังจัดการปลายทางของปัญหา

คำถามที่สำคัญกว่า “จับได้เท่าไร”

ทิศทางการปราบปรามควรถามว่า เราเข้าถึงตัวผู้ได้ประโยชน์ตัวจริงหรือไม่ เราสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดถึงผู้สั่งการได้หรือไม่ เราตัดวงจรทางการเงินได้มากเพียงใด เราใช้มาตรการสมคบและการยึดทรัพย์ได้เต็มประสิทธิภาพหรือยัง

การจับกุมล้านเม็ด แต่ได้เพียงผู้รับจ้างลำเลียง อาจไม่เท่ากับการจับหลักร้อยเม็ด แต่สามารถขยายผลถึงเครือข่ายและยึดทรัพย์ได้ทั้งระบบ

ความสำเร็จควรวัดจาก “วงจรที่ถูกตัด” ไม่ใช่เพียง “ปริมาณที่ถูกตรวจยึด”

ทางออก

การสกัดกั้นการลำเลียงยังคงจำเป็น และต้องพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ควบคู่กันไป เราต้องให้ความสำคัญกับการสืบสวนเชิงลึก ติดตามเส้นทางการเงิน ค้นหาผู้สนับสนุน รวบรวมหลักฐานเอาผิดถึงผู้ได้ประโยชน์ตัวจริง และใช้มาตรการยึดทรัพย์อย่างจริงจัง

เพราะเมื่อเงินหยุด ระบบจะสะดุด

บทสรุป การจับกุมจำนวนมากไม่ใช่สิ่งที่ไร้ค่า แต่หากเราวัดความสำเร็จจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว

เราก็อาจกำลังมองเพียงภาพที่สวยงาม และภาพที่สวยงามนั้น

อาจเป็นเพียง “ภาพลวงตา”

หากปริมาณของกลางเพิ่มขึ้น แต่โครงสร้างเครือข่ายยังอยู่เงินทุนยังหมุน ผู้สั่งการยังปลอดภัย เราก็อาจไม่ได้ชนะสงคราม เพียงแต่กำลังทำงานหนักอยู่กับปลายทางของปัญหา

คำถามไม่ใช่ว่า “จับได้กี่ล้านเม็ด” แต่คือ “เราตัดวงจรได้กี่เครือข่าย

เพราะถ้าเราไม่กล้าตั้งคำถามกับทิศทางของตนเอง ภาพความสำเร็จที่เห็นอยู่ตรงหน้า

อาจไม่ใช่ชัยชนะ อาจเป็น “เพียงภาพลวงตา” ที่ทำให้เรารู้สึกดี

หลอกตัวเองว่าเรากำลังไปถูกทาง