ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ออกโรงเตือนภัยหลังพบสถิติช่วงเดือน ธ.ค. 68 – ก.พ. 69 มิจฉาชีพเบนเข็มพุ่งเป้าหลอกลวงกลุ่มเด็กและเยาวชน (อายุ 17-23 ปี) โดยใช้ความอ่อนประสบการณ์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ พบ 3 รูปแบบอันตรายที่ระบาดหนักที่สุด ดังนี้
มุกคอลเซ็นเตอร์ ขู่ให้กลัว หลอกเป็นเครื่องมือรีดเงินพ่อแม่ นี่คือกลุ่มที่สร้างความเสียหายสูงสุด (16 เคส เสียหายกว่า 11 ล้านบาท) วิธีแก๊งโจร อ้างเป็นตำรวจ, DSI หรือเจ้าหน้าที่ค่ายมือถือ ขู่ว่าเด็กพัวพันคดีฟอกเงิน/พนันออนไลน์ สั่งห้ามบอกใคร
จุดพีค บังคับให้เด็กไปกุเรื่องหลอกขอเงินพ่อแม่ (เช่น อ้างว่าเป็นค่าเรียนต่อต่างประเทศ) เพื่อโอนมาให้มิจฉาชีพตรวจสอบ
เคสตัวอย่าง เด็กสาววัย 18 ถูกหลอกให้ขอเงินพ่อแม่ 1.4 ล้านบาท ก่อนคนร้ายจะบล็อกไลน์หนีหาย

มุกคืนเงินสินค้า อ้างของโนเนม-โอนคืนให้เต็มจำนวน วิธีแก๊งโจร โทรมาอ้างว่าสินค้าที่สั่งไม่ได้คุณภาพ จะคืนเงินให้ แต่ต้องแอดไลน์คุยกับ “ฝ่ายการเงิน” จุดตาย: หลอกให้กดลิงก์หรือโหลดแอปฯ แปลกๆ อ้างว่าเพื่อยืนยันรับเงิน แต่แท้จริงคือการติดตั้งแอปฯ รีโมทเพื่อ “ดูดเงิน” ออกเกลี้ยงบัญชี

มุกงานเสริมออนไลน์ งานง่าย รายได้ดี มีค่าคอมฯ วิธีแก๊งโจร โพสต์ชวนทำงานสบายๆ แค่สำรองจ่ายค่าสินค้าก่อนแล้วได้ค่าคอมมิชชั่นคืน เบ็ดล่อ ครั้งแรกๆ จะได้เงินคืนจริงเพื่อให้ตายใจ แต่พอเหยื่อลงเงินก้อนใหญ่ขึ้น จะอ้างว่าทำผิดกฎ ถอนเงินไม่ได้ ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม สุดท้ายสูญเงินทั้งหมด